TNN online ควันหลงจากการล็อกดาวน์เซี่ยงไฮ้ครั้งใหม่ โดย ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร

TNN ONLINE

คอลัมนิสต์

ควันหลงจากการล็อกดาวน์เซี่ยงไฮ้ครั้งใหม่ โดย ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร

ควันหลงจากการล็อกดาวน์เซี่ยงไฮ้ครั้งใหม่ โดย ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร

ควันหลงจากการล็อกดาวน์เซี่ยงไฮ้ครั้งใหม่ โดย ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน


ภายหลังการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในช่วงต้นเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา เซี่ยงไฮ้ได้เริ่มเฝ้าระวัง รักษาระยะห่าง ตรวจเชื้อ กักตัว และปิดกิจการบางประเภทชั่วคราว อาทิ ห้างสรรพสินค้า และสวนสนุก ไปจนถึงการลดการเดินทางเข้าออกเมืองและการเดินทางภายในเมือง 

นอกจากนี้ รัฐบาลเซี่ยงไฮ้ยังกำหนดให้พนักงานภาครัฐและเอกชน “ทำงานจากที่บ้าน” (Work from Home) ปรับลดเวลาให้บริการขนส่งสาธารณะ และจำกัดการใช้เวลาในชุมชนผ่านนโยบาย 2+12 (มาตรการกึ่งล็อกดาวน์) และตรวจเข้มและกักสินค้าที่ท่าเรือและสนามบินระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าแช่แข็ง

อย่างไรก็ดี สถานการณ์การแพร่ระบาดในช่วงครึ่งหลังของเดือนมีนาคมก็ส่อเค้าว่าแย่ลงโดยลำดับ จำนวนผู้ติดเชื้อขยับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากหลักสิบในช่วงต้นเดือน เป็นหลักร้อยในช่วงกลางเดือน และเป็นหลักพันในสัปดาห์ต่อมาในบ่ายวันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม ตัวเลขผู้ติดเชื้อยังคงพุ่งขึ้นเป็นกว่า 2,000 รายและกระจายตัวในหลายพื้นที่ทำให้รัฐบาลเซี่ยงไฮ้ต้องตัดสินใจล็อกดาวน์เมืองแบบเต็มรูปในที่สุด ...

ควันหลงจากการล็อกดาวน์เซี่ยงไฮ้ครั้งใหม่ โดย ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร  ภาพจาก reuters


โดยประกาศล็อกดาวน์ฝั่งผู่ตง (Pudong) หรือซีกตะวันออกของแม่น้ำหวงผู่ (Huangpu) ตั้งแต่เช้าวันที่ 28 มีนาคม-1 เมษายน และฝั่งผู่ซี (Puxi) หรือด้านซีกตะวันตกของแม่น้ำหวงผู่ระหว่างวันที่ 1-5 เมษายน 

แม้ว่ารัฐบาลจีนจะผ่านประสบการณ์ในการจัดการกับปัญหาวิกฤติโควิดมาแล้วแต่ก็มีควันหลงตามมามากมาย 

ประการแรก การล็อกดาวน์ของเซี่ยงไฮ้ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี ขณะที่การแพร่ระบาดก็มีลักษณะเฉพาะจากสถิติที่ผ่านมาพบว่า กว่า 95% เป็นผู้ติดเชื้อเป็นแบบไม่แสดงอาการ ซึ่งส่วนสำคัญก็เป็นเพราะคนเซี่ยงไฮ้ฉีดวัคซีนครบโดสในสัดส่วนค่อนข้างสูง และระลอกนี้เกือบทั้งหมดเป็นการติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอน

รัฐบาลเซี่ยงไฮ้ประกาศจะตรวจเชื้อแบบ RT-PCR ทุกคนภายในเวลา 9 วันของการล็อกดาวน์ หรือเฉลี่ยวันละประมาณ 3 ล้านคนเพื่อเร่งคัดแยกผู้ติดเชื้อ อย่างไรก็ดี ตัวเลขทางการระบุว่า ในวันที่ 28 มีนาคม หน่วยงานด้านการสาธารณสุขตรวจผู้ติดเชื้อได้ไม่ถึง 830,000 คน โดยมีจุดตรวจกว่า 6,300 แห่งและใช้เจ้าหน้าที่ถึง 17,000 คน ซึ่งนั่นสะท้อนถึงการขาดแคลนบุคลากรที่เกี่ยวข้อง

การเร่งตรวจเชื้อในวงกว้างดังกล่าวยังทำให้หลายฝ่ายคาดว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อจะพุ่งทะยานต่อไป จำนวนผู้ติดเชื้ออยู่ในช่วงขาขึ้นและจะลากยาวไปจนถึงสัปดาห์แรกของเดือนเมษายนเป็นอย่างน้อย โดยในวันที่ 28 มีนาคม ตัวเลขผู้ติดเชื้อได้เพิ่มขึ้นจนทะลุหลัก3,000 คน และเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 4,500รายในวันต่อมา

ประการสำคัญ หลายฝ่ายต่างคาดการณ์ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อที่แท้จริงน่าจะมากกว่าตัวเลขที่ปรากฏอยู่มากโดยอาจมียอดรวมทะลุหลักหมื่นในต้นเดือนเมษายน สิ่งนี้ทำให้ผลการสำรวจความรู้สึกของผู้คนในเซี่ยงไฮ้ในช่วงปลายเดือนมีนาคมออกมาในเชิงลบโดยส่วนใหญ่ไม่ค่อยสบายใจกับสถานการณ์ และบางส่วนยังกังวลใจว่างานนี้รัฐบาลเซี่ยงไฮ้จะเอาไม่อยู่ 

ในเช้าวันที่ 28 มีนาคม รัฐบาลเซี่ยงไฮ้ยังได้จัดประชุมคณะทำงานโควิดเต็มคณะที่มีผู้บริหารระดับเมืองเข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนมาก ชาวเมืองเซี่ยงไฮ้หลายคนบอกว่าไม่เคยเห็นการประชุมใหญ่แบบนี้ในเซี่ยงไฮ้มานานแล้ว

หลังจากนั้น ก็มีการออกนโยบาย 21 ประการเพื่อต่อสู้กับวิกฤติโควิดและช่วยกิจการภาครัฐและเอกชนในการส่งเสริมการพัฒนาในเซี่ยงไฮ้อาทิ การออกมาตรการด้านภาษีช่วยเหลือ SMEs และกิจการขนาดจิ๋ว และการปรับลดค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ในช่วงวิกฤตินี้ 

ควันหลงจากการล็อกดาวน์เซี่ยงไฮ้ครั้งใหม่ โดย ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร  ภาพจาก AFP


ทางการยังเร่งดึงคณะแพทย์และพยาบาลจากมณฑลเจียงซู (Jiangsu) และเจ้อเจียง (Zhejiang) มาช่วยตรวจเชื้อโควิดจำนวนรวม 2,000 คน รวมทั้งระดมอาสาสมัครในพื้นที่เข้ามาเสริมอีกทางหนึ่ง แต่ก็มีข้อสังเกตว่า ทำไมจำนวนเจ้าหน้าที่ดังกล่าวที่ส่งมาช่วยจึงมีจำนวนค่อนข้างน้อย ซึ่งเหตุผลสำคัญก็อาจเป็นเพราะสองมณฑลดังกล่าวก็เริ่มเผชิญกับปัญหาการติดเชื้อในพื้นที่เช่นกัน

ในช่วงที่ฝั่งผู่ตงถูกล็อกดาวน์ ความโกลาหลยังเริ่มเกิดขึ้นเป็นจุดๆบางคนเปรียบสถานการณ์ของเซี่ยงไฮ้ในปัจจุบันว่าไม่ต่างจากอู่ฮั่นเมื่อ 2 ปีก่อน แถมยังมีข่าวลือผ่านสื่อสังคมออนไลน์ออกมาเป็นระยะ เช่น ในช่วงบ่ายวันที่ 29 มีนาคมมีข่าวลือว่า รัฐบาลเซี่ยงไฮ้เตรียมจะประกาศล็อกดาวน์ฝั่งผู่ซีเร็วกว่ากำหนด 

กระแสข่าวลือดังกล่าวยิ่งทำให้ผู้คนในพื้นที่ต่างพร้อมใจกันออกมาซื้อหาอาหารและของใช้จำเป็นกลับไปตุนที่บ้านพักส่งผลให้ตลาดสด ร้านขายของชำและซุปเปอร์มาร์เก็ตต่างเนืองแน่นไปด้วยผู้คน ขณะที่ช่องจ่ายเงินในซุปเปอร์มาร์เก็ตเต็มไปด้วยลูกค้าที่รอชำระเงิน และเกิดปัญหาการจราจรติดขัดอย่างมากในหลายพื้นที่

รัฐบาลต้องออกข่าวยืนยันวันเวลาการล็อกดาวน์ฝั่งผู่ซีอีกครั้งว่าจะเริ่มตั้งแต่ตี 3 ของวันที่ 1 เมษายนถึงตี 3 ของวันที่ 5 เมษายนในเวลาต่อมาขณะเดียวกัน บริการฮ็อตไลน์ของรัฐก็เต็มทุกคู่สายตลอดทั้งวัน คำถามส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับบริการด้านการสาธารณสุขและการขนส่งสาธารณะในพื้นที่

ขณะเดียวกัน ในช่วงของการล็อกดาวน์ฝั่งผู่ตง บริการขนส่งสาธารณะถูกกำหนดให้หยุดบริการจนเกือบสิ้นเชิง ตั้งแต่ตี 5 ของวันจันทร์ที่ 28 มีนาคมไปจนถึงตี 5 ของวันศุกร์ที่ 1 เมษายน ไม่ว่าจะเป็นรถไฟใต้ดิน และรถประจำทาง ขณะที่แท็กซี่ได้รับอนุญาตให้บริการเฉพาะที่สถานีถนนหลงหยาง (Longyang) ที่เชื่อมต่อกับสนามบินผู่ตง เพื่ออำนวยความสะดวกในการกระจายผู้คนในเขตผู่ตง

นอกจากแท็กซี่ดังกล่าวแล้ว ก็มีรถยนต์บางประเภทเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตจากทางการเท่านั้นที่สามารถออกมาแล่นตามท้องถนนในพื้นที่ล็อกดาวน์ได้ อาทิ รถที่ใช้ในการช่วยควบคุมการแพร่ระบาด ขนส่งสินค้าจำเป็น ให้บริการชุมชน ดูแลเหตุการณ์ฉุกเฉิน และเคลื่อนย้ายผู้คนที่ต้องการความช่วยเหลือด้านการรักษาพยาบาล 

ทั้งนี้ คนเหล่านี้ต้องมีบัตรประจำตัวของสถานที่ทำงานหรือเอกสารรับรองจากนายจ้าง พร้อมทั้งผลตรวจ RT-PCR เป็นลบไม่เกิน 48 ชั่วโมงและมีสถานะของรหัสสุขภาพ (HealthQR Code) เป็นสีเขียว จึงจะได้รับอนุญาตให้ใช้อุโมงค์หรือสะพานข้ามแม่น้ำหวงผู่

คนทั่วไปที่ไม่มีเหตุผลและความจำเป็นฉุกเฉิน แต่นึกสนุกอยากจะออกไปขับรถส่วนตัวเล่นยามถนนโล่งๆ ก็ไม่สามารถกระทำได้ และอาจเจอบทลงโทษรุนแรงอย่างไม่คาดฝัน

ความเข้มงวดของมาตรการยังสะท้อนผ่านการแนะนำให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ล็อกดาวน์อยู่ในที่พักเป็นหลัก การออกมาเดินเล่น การออกกำลังกายกลางแจ้ง การจับกลุ่มพูดคุยกัน และการพาสัตว์เลี้ยงออกมาเดินเล่นก็ไม่ได้รับอนุญาต

ท้องถนนในพื้นที่ล็อกดาวน์ที่เคยคลาคล่ำไปด้วยรถรากลับว่างเปล่าและเงียบสงัดคนไทยในเซี่ยงไฮ้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า มองจากอพาร์ตเม้นต์ลงไปที่ถนนใหญ่นานๆ จะมีรถวิ่งผ่านมาสักคัน ส่วนใหญ่เห็นแต่ไรเดอร์ในแจ็กเก็ตหลากสีขับขี่จักรยานไฟฟ้าไปมาเพื่อส่งของตามออเดอร์ที่เข้าไปอย่างล้นหลาม

ในทางปฏิบัติ ไรเดอร์จะส่งของถึงจุดวางสินค้าของแต่ละชุมชนเท่านั้นพนักงานของบริษัทจัดการอสังหาริมทรัพย์ของชุมชนและอาสาสมัครจะทำหน้าที่ช่วยส่งข้าวของที่สั่งซื้อออนไลน์ไปที่ประตูห้องพักเพื่อลดการสัมผัสและช่วยประหยัดเวลาโดยรวม นอกจากนี้ พนักงานและอาสาสมัครเหล่านี้ยังช่วยทิ้งขยะให้แก่ผู้พักอาศัยอีกด้วย

ควันหลงจากการล็อกดาวน์เซี่ยงไฮ้ครั้งใหม่ โดย ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร  ภาพจาก AFP


ขณะที่นอกพื้นที่ล็อกดาวน์ (ฝั่งผู่ซี) รัฐบาลก็ขอความร่วมมือให้ผู้คนลดการเดินทางภายในเมืองหรือระหว่างเมืองให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ แต่ดูเหมือนจะไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร เพราะผู้คนต่างออกมาหาซื้อสินค้ากันอย่างเนืองแน่น

โดยที่สนามบิน ท่าเรือ สถานีรถไฟความเร็วสูง และบริการสาธารณะอื่นยังคงเปิดให้บริการตามปกติ สำหรับคนที่จะเดินทางไปหรือกลับจากสนามบินผู่ตงซึ่งอยู่ในพื้นที่ล็อกดาวน์ ก็มีทางเลือกในการเดินทางอยู่หลายวิธี เช่น ถ้าลงเครื่องที่สนามบินผู่ตง ก็สามารถใช้บริการรถประจำทางของสนามบินเพื่อไปยังฝั่งผู่ซีได้ แต่หากจุดหมายปลายทางอยู่ฝั่งผู่ตง ก็ให้นั่งรถไฟสาย 7 มาลงที่สถานีถนนหลงหยาง เพื่อต่อแท็กซี่ไปยังจุดหมายได้

การเดินทางระหว่างสนามบินผู่ตงกับสนามบินหงเฉียว (Hongqiao) หรือจากสถานีรถไฟความเร็วสูงไปยังสนามบินทั้งสอง ก็มีรถเมล์ประจำทางให้บริการ เพียงแต่อาจมีทางเลือกค่อนข้างจำกัด โดยมีรถเมล์ประจำทางสาย 1, 2, 4, 5 และ 9 รวมทั้งรถประจำทางรอบดึก (Late Night Bus) ที่ให้บริการไปสนามบินผู่ตง ทั้งนี้ ผู้โดยสารดังกล่าวจะต้องมีหลักฐานการตรวจเชื้อโควิดแบบ RT-PCR เป็นลบภายใน 48 ชั่วโมงก่อนใช้บริการ

การล็อกดาวน์เซี่ยงไฮ้ในครั้งนี้ยังดูจะส่งผลในระดับมหภาคในอีกหลายส่วนท่ามกลางข้อจำกัดในการซัพพลายอาหารและของใช้จำเป็น และอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติอันเนื่องจากความต้องการตุนอาหาร ทำให้วิกฤติอาหารพลิกกลับมาเยือนชาวเซี่ยงไฮ้เร็วและมากกว่าที่คาดคิดไว้ 

อันที่จริง ก่อนการประกาศล็อกดาวน์ไม่กี่วัน ก็มีข่าวลือออกมายามค่ำว่า รัฐบาลเซี่ยงไฮ้จะประกาศล็อกดาวน์ในเช้าวันรุ่งขึ้น คนจำนวนมากก็เฮโลสั่งซื้ออาหารและของใช้จำเป็นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กอปรกับเป็นช่วงเวลากลางดึกซึ่งมีจำนวนไรเดอร์จำกัด ทำให้แอปสั่งอาหารและซุปเปอร์มาร์เก็ตไม่สามารถส่งสินค้าได้ทัน

และเมื่อผ่านชั่วโมงแรกไป ผู้คนจำนวนมากก็เริ่มอดรนทนไม่ไหว ตัดสินใจออกมากว้านซื้อสินค้าอาหารในยามเที่ยงคืนมาแล้ว จนในเช้าวันรุ่งขึ้น คนที่ออกมาซื้อหาสินค้าต้องตกใจ เพราะชั้นวางสินค้าของซุปเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งต่างเกลี้ยงเหมือนถูกปล้นไปในยามดึกไปเลย

แม้ว่าผักสดจำนวนกว่า 400 ตันได้จัดส่งไปเซี่ยงไฮ้เมื่อวันที่ 27 มีนาคมก่อนการล็อกดาวน์มีผลใช้บังคับ และออกข่าวว่าจะมีผักสดส่งเข้าเซี่ยงไฮ้อีกวันละ 200 ตัน แต่ครั้นเมื่อการประกาศล็อกดาวน์มีผลในวันรุ่งขึ้น ผลกระทบก็เกิดขึ้นจริงในหลากหลายมิติจนผู้คนต่างบ่นว่า รัฐบาลเซี่ยงไฮ้จัดการกับปัญหาวิกฤติโควิดในครั้งนี้ได้ไม่ดีพอ 

การสั่งซื้ออาหารออนไลน์พุ่งสูงขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน หลายแอปต่างไม่สามารถจัดส่งสินค้าได้ทันเวลาเพราะสินค้าหมดสต็อกและจำนวนไรเดอร์ส่งอาหารมีไม่มากพอกับความต้องการ จนต้องจำกัดเวลาในการสั่งซื้อพื้นที่ละหนึ่งชั่วโมงหมุนเวียนกันไป นอกจากนี้ ยังพบว่าประชาชนบางส่วนสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ล่วงหน้าถึง 3 วันก็มีซึ่งก็เป็นควันหลงที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ขณะเดียวกันราคาอาหารและของใช้จำเป็นในเซี่ยงไฮ้ก็ถีบตัวสูงอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ ยกตัวอย่างเช่น ราคาไข่ไก่สดอยู่ที่ระหว่าง 4-5 หยวนต่อฟอง จากปกติฟองละ 1-2 หยวน ขณะที่ราคาผักผลไม้ก็แพงมาก และไม่สดเหมือนก่อน พริกหยวกราคาเกือบ 100 หยวนต่อกิโลกรัม ทั้งที่ราคาปกติอยู่ที่ไม่ถึง 10 หยวนต่อกิโลกรัม 

ผู้คนเปรียบเปรยว่า “ข้าวของเหล่านี้คงติดแบรนด์LV (หลุยส์ วิตตอง) เป็นแน่แท้” ขณะที่บางคนเอาผักสดหลากชนิดแปะป้ายตราสินค้าชั้นนำอย่างเช่น มันฝรั่งยี่ห้อ Gucciหัวหอมภายใต้ตราสินค้า Dior มะเขือเทศยี่ห้อBurberry บวบประทับตรา Armani และมะเขือม่วงยี่ห้อVersace และถ่ายรูปอัพขึ้นโลกออนไลน์จนกลายเป็นไวรัลในชั่วพริบตา 

ควันหลงอีกเรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องทำเลและราคาของที่พักอาศัย และคุณภาพของบริษัทจัดการชุมชน คนที่อาศัยในใจกลางเมืองและหมู่บ้านขนาดใหญ่ที่มีคนอยู่หนาแน่น จะมีความเสี่ยงที่จะโดนตรวจเชื้อ คุมเข้ม และถูกกักก่อน ขณะที่การหาซื้ออาหาร ยารักษาโรค และของใช้จำเป็นก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะต้องแก่งแย่งกับผู้คนจำนวนมากในพื้นที่

ในกรณีที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านขนาดใหญ่ที่เปิดมานานแล้ว ก็อาจมีความเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่มีบริษัทจัดการหรือนิติบุคคลที่ดี ทำให้การประสานและให้บริการแก่ลูกบ้านที่ต่ำ ผู้พักอาศัยต้องพึ่งพาตนเองมากขึ้น

ในทางกลับกัน คนที่อาศัยอยู่ชานเมืองกลับไม่ถูกคุมเข้ม คนอยู่กันไม่หนาแน่นมากนัก แถมอากาศก็ปลอดโปร่ง ทำให้การใช้ชีวิตยืดหยุ่นและหาซื้ออาหารได้ง่ายกว่ามาก แถมราคาอาจไม่แพงมากนัก

นอกจากนี้ โดยที่เซี่ยงไฮ้ถือเป็น “เมืองหลวงทางเศรษฐกิจ” ที่มีขนาดจีดีพีใหญ่ที่สุดของจีน และยังมีบทบาทสำคัญในการเป็นศูนย์กลางด้านการค้า การเงิน ลอจิสติกส์ และนวัตกรรมรวมทั้งยังเป็นแหล่งรวมสำนักงานใหญ่และภูมิภาคของกิจการจีนและกิจการข้ามชาติ และศูนย์วิจัยและพัฒนาสำคัญของโลก ดังนั้น การชะลอตัวของเศรษฐกิจเซี่ยงไฮ้ย่อมส่งผลกระทบต่อไปถึงเศรษฐกิจของจีน และของโลก

ควันหลงจากการล็อกดาวน์เซี่ยงไฮ้ครั้งใหม่ โดย ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร  ภาพจาก AFP


หลังการแก้ปัญหาวิกฤติโควิดระลอกใหม่นี้ลุล่วงไป ผมจึงเชื่อมั่นว่ารัฐบาลเซี่ยงไฮ้จะออกมาตรการการเงิน การคลัง และการตลาดเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการบริโภคชุดใหญ่มาเพิ่มเติมอีก

เซี่ยงไฮ้ยังต้องเร่งเตรียมความพร้อมเพื่อเอาประโยชน์จากหลายงานในครึ่งหลังของปีนี้ อาทิ การเป็นเจ้าภาพเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 19 ในเดือนกันยายน ณ นครหังโจวซึ่งคาดว่าจะมีนักกีฬา กรรมการ และเจ้าหน้าที่หลายพันคน รวมทั้งผู้ชมอีกนับแสนใช้โอกาสนี้แวะเวียนไปเยือนเซี่ยงไฮ้เป็นจำนวนมาก

แถมในกลางเดือนตุลาคมยังจะมีงานใหญ่ระดับนานาชาติอีกด้วย โดยเซี่ยงไฮ้จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเวิร์ลสกีลส์ (WorldSkills Competition) ครั้งที่ 46 ซึ่งคาดว่าจะมีคนที่มีทักษะฝีมือสูงจากกว่า60 ประเทศ/ภูมิภาคเข้ามาเยือนเซี่ยงไฮ้อีกด้วย ซึ่งจะช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจและเสริมสร้างภาพลักษณ์ของเซี่ยงไฮ้ในเวทีระหว่างประเทศไปอีกระดับหนึ่ง

ถ้างานนี้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาวิกฤติโควิด และพลิกฟื้นสถานการณ์เศรษฐกิจในเซี่ยงไฮ้ได้ เราอาจได้เห็นผู้บริหารระดับสูงของเซี่ยงไฮ้กลายเป็นอีกหนึ่งในควันหลงเป็นแน่!!!



ภาพจาก reuters / AFP

ข่าวที่เกี่ยวข้อง