TNN ราคาทองคำร่วงต่อมากแค่ไหน ! หลังเฟดเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย

TNN

คอลัมนิสต์

ราคาทองคำร่วงต่อมากแค่ไหน ! หลังเฟดเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย

ราคาทองคำร่วงต่อมากแค่ไหน ! หลังเฟดเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย

ราคาทองคำช่วงปลายสัปดาห์ปรับตัวลงจากระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน จากเฟดสนับสนุนขึ้นดอกเบี้ย ส่วนสัปดาห์นี้จะเป็นอย่างไร วิเคราะห์โดย ธนรัชต์ พสวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฮั่วเซ่งเฮง

ทองคำมีแนวโน้มปรับตัวลง จากการสนับสนุนขึ้นดอกเบี้ยของเฟด


Gold Bullish 

    ความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อ

    สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างประเทศ ได้แก่ รัสเซียและยูเครนที่ยืดเยื้อ สหรัฐและจีน จีนและไต้หวัน

    ผลกระทบต่อเศรษฐกิจจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน


Gold Bearish 

    ธนาคารกลางสหรัฐอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นการประชุมสุดท้ายของปีนี้

    การเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครนที่มีความคืบหน้ามากขึ้น

    เงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น


ทองคำช่วงปลายสัปดาห์ปรับตัวลงจากระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน จากเฟดสนับสนุนขึ้นดอกเบี้ย


ราคาทองคำ Spot สัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นในระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน เนื่องจากได้รับปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงนักลงทุนเข้าซื้อทองคำมากขึ้น หลังจากการยิงขีปนาวุธตกใส่ชายแดนโปแลนด์ และการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันนอกชายฝั่งโอมาน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์เริ่มผ่อนคลายลง รวมถึงเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้สนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ซึ่งธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาเซนต์หลุยส์สนับสนุนให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 7% ส่งผลให้ช่วงปลายสัปดาห์มีแรงขายทองคำออกมา 


ซึ่งในระยะสั้นทำให้ราคาทองคำมีแนวโน้มปรับตัวลงได้ต่อ เนื่องจากตลาดทองคำยังคงถูกกดดันจากการเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยทางข้อมูล CME GROUP พบว่า มีโอกาสถึง 75.8% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นการประชุมสุดท้ายของปีนี้ ทำให้อัตราดอกเบี้ยมาสู่ระดับ 4.25%-4.50% ภายในสิ้นปีนี้ 


สำหรับในปีหน้า 2566 เฟดยังคงเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ต่อ แต่อาจจะชะลอความร้อนแรงลงของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แม้ว่านักลงทุนจะคาดการณ์ว่าในปี 2566 เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในเดือนก.พ. และเดือนพ.ค. ทำให้อัตราดอกเบี้ยมาสู่ระดับ 5.00%-5.25% ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 


แต่อย่างไรก็ตามยังต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ภาวะตลาดแรงงาน อัตราเงินเฟ้อที่ยังคงพุ่งสูงอยู่หรือไม่ เนื่องจากยังมีเจ้าหน้าที่เฟดหลายรายที่ยังคงสนับสนุนให้เฟดเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเชิงรุกต่อไป ทั้งนี้รวมถึงสถานการณ์ตึงเครียดในยูเครน ที่อาจส่งผลสินค้า อาหาร และพลังงานพุ่งสูงอยู่ ทำให้อัตราเงินเฟ้อยังคงทรงตัวในระดับสูง ซึ่งอาจจะส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนหรือดำเนินนโยบายการเงินของเฟดได้เช่นกัน


การประชุม G20 เสร็จสิ้นลง ท่ามกลางความตึงเครียดในสถานการณ์ยูเครน


ในการประชุม G20 ในสัปดาห์ที่ผ่านมา บรรดาผู้นำชาติสมาชิกต่างเห็นพ้องแสดงความไม่พอใจในแง่ความรุนแรงต่อรัสเซียที่รุกรานยูเครน และเรียกร้องให้รัสเซียถอนกำลังทหารออกมาโดยไม่มีเงื่อนไข ขณะเดียวกันก็มุ่งเน้นหารือเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลก ขณะที่ IMF ชี้ถึงสงครามเป็นปัจจัยลบที่สำคัญที่สุดเพียงปัจจัยเดียวสำหรับเศรษฐกิจโลกในปีนี้ และมีแนวโน้มสูงขึ้นในปี 2566 ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ IMF ได้ออกประกาศเตือนการแตกกลุ่มของเศรษฐกิจโลก 


นอกจากนี้ WTO ได้เตือนถึงประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่หลายแห่งกำลังเผชิญความเสี่ยงที่แท้จริงที่จะปรับตัวเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย เนื่องจากสงครามในยูเครน ซึ่งบรรดาผู้นำชาติสมาชิกต่างเร่งให้ความสำคัญต่อการแก้ปัญหาที่เร่งด่วนมาก ไม่ว่าจะเป็น เงินเฟ้อทั่วโลก ค่าครองชีพที่สูงขึ้น รวมถึงความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน ขณะที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ได้พบประกันเพื่อแก้ไขความขัดแย้งระหว่างทั้งสองประเทศ เนื่องจากเป็นหนึ่งในความไม่แน่นอนที่ถ่วงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก


 ซึ่งทั้งสองผู้นำได้หารือกัน 6 ประเด็น ได้แก่ ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐ ประเด็นเรื่องไตหวัน ระบบการปกครองของจีน เศรษฐกิจ สงครามในยูเครน และการสื่อสารระหว่างกัน ซึ่งการประชุม G20 ในครั้งนี้นับว่ามีความสำคัญต่อการร่วมมือในอนาคตเพื่อเตรียมพร้อมต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่กำลังจะเกิดขึ้นวันข้างหน้าและในปี 2566 นั่นเอง


แนวโน้มราคาทองคำ Spot คาดเคลื่อนไหว Sideways down  สัปดาห์นี้สหรัฐจะเปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนต.ค. ดัชนี PMI ภาคบริการและภาคการผลิตเดือนพ.ย. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ยอดขายบ้านใหม่เดือนต.ค.  และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ย.ของม.มิชิแกน นอกจากนี้ติดตามการเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC


ราคาทองคำมีแนวรับอยู่ที่  1,740 ดอลลาร์ และ 1,730 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน 1,780 ดอลลาร์ และ 1,800 ดอลลาร์ ส่วนราคาทองแท่งในประเทศมีแนวรับ 29,500 บาท และ 29,400 บาท ขณะที่มีแนวต้านที่ 30,000 บาท และ 30,100 บาท


ที่มา  ธนรัชต์ พสวงศ์    ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฮั่วเซ่งเฮง

ภาพประกอบ  ฮั่วเซ่งเฮง

ข่าวแนะนำ