"H&M" ยอดทรุด-ปิด 170 ร้าน เร่งผ่าตัดธุรกิจ

Share on Line Share on Facebook Share on X

H&M ยักษ์ใหญ่แฟชันจากสวีเดน รายงานกำไรไตรมาสสองต่ำกว่าที่ตลาดคาด หลังผู้บริโภคในยุโรปลดการใช้จ่าย ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมจากสงครามอิหร่าน

กำไรจากการดำเนินงานในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม อยู่ที่ 5,910 ล้านโครนาสวีเดน หรือประมาณ 606 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 6,380 ล้านโครนา ส่งผลให้หุ้น H&M ปรับตัวลดลงร้อยละ 2 ในช่วงเปิดตลาด

ยอดขายตลอดไตรมาสยังไม่เติบโตจากปีก่อน และบริษัทคาดว่ายอดขายในเดือนมิถุนายนจะทรงตัวเช่นกัน โดยตลาดยุโรปตะวันตกเผชิญสถานการณ์ยากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเยอรมนีและสหราชอาณาจักร เนื่องจากผู้บริโภคต้องรับมือกับเงินเฟ้อสะสมมาหลายปี และค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่สูงขึ้น ทำให้เงินในกระเป๋าสำหรับซื้อสินค้าแฟชันลดลง

สรุปข่าว

H&M เผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งกำลังซื้อยุโรปที่อ่อนแรง ต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบผันผวนจากสงครามอิหร่าน ขณะที่แผนลดสต็อกแม้ช่วยคุมส่วนลด แต่กลับทำให้สินค้าบางรายการขาดตลาด จนพลาดโอกาสทำยอดขาย

H&M ยักษ์ใหญ่แฟชันจากสวีเดน รายงานกำไรไตรมาสสองต่ำกว่าที่ตลาดคาด หลังผู้บริโภคในยุโรปลดการใช้จ่าย ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมจากสงครามอิหร่าน

กำไรจากการดำเนินงานในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม อยู่ที่ 5,910 ล้านโครนาสวีเดน หรือประมาณ 606 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 6,380 ล้านโครนา ส่งผลให้หุ้น H&M ปรับตัวลดลงร้อยละ 2 ในช่วงเปิดตลาด

ยอดขายตลอดไตรมาสยังไม่เติบโตจากปีก่อน และบริษัทคาดว่ายอดขายในเดือนมิถุนายนจะทรงตัวเช่นกัน โดยตลาดยุโรปตะวันตกเผชิญสถานการณ์ยากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเยอรมนีและสหราชอาณาจักร เนื่องจากผู้บริโภคต้องรับมือกับเงินเฟ้อสะสมมาหลายปี และค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่สูงขึ้น ทำให้เงินในกระเป๋าสำหรับซื้อสินค้าแฟชันลดลง

นอกจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว H&M ยังต้องเผชิญความผันผวนของราคาฝ้ายและโพลีเอสเตอร์จากผลกระทบของสงครามอิหร่าน ซึ่งทำให้การคาดการณ์อัตรากำไรทำได้ยากขึ้น โดยต้นทุนวัตถุดิบจะใช้เวลาประมาณ 6-8 เดือน ก่อนส่งผ่านมายังอัตรากำไรขั้นต้นอย่างเต็มที่ ดังนั้น ผลกระทบที่แท้จริงอาจยังไม่ปรากฏทั้งหมด แม้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์บางส่วนเริ่มลดลงแล้วก็ตาม

อย่างไรก็ตาม H&M สามารถเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นเป็นร้อยละ 56.6 จากร้อยละ 55.4 ในปีก่อน และลดมูลค่าสินค้าคงคลังร้อยละ 10 เหลือ 34,900 ล้านโครนา ตามกลยุทธ์ลดสินค้าค้างสต็อกและลดการพึ่งพาการจัดโปรโมชันลดราคา

แต่การควบคุมสต็อกที่เข้มงวดเกินไป กลับทำให้สินค้าบางประเภท บางระดับราคา และบางตลาดมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ ส่งผลให้บริษัทพลาดโอกาสสร้างยอดขาย แม้ยังมีลูกค้าต้องการซื้อสินค้าอยู่ก็ตาม

H&M ยังบันทึกค่าใช้จ่ายปรับโครงสร้างองค์กรแบบครั้งเดียวจำนวน 679 ล้านโครนา ซึ่งเกี่ยวข้องกับการลดพนักงานสำนักงาน แต่ยังไม่เปิดเผยจำนวนตำแหน่งงานที่ได้รับผลกระทบ หากไม่นับค่าใช้จ่ายส่วนนี้ กำไรจากการดำเนินงานจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 11 จากปีก่อน

ภายใต้การนำของ ดาเนียล เออร์เวอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร H&M กำลังเร่งฟื้นแบรนด์ด้วยเสื้อผ้าที่เกาะกระแสมากขึ้น ปรับโฉมร้านค้า และทำตลาดร่วมกับศิลปินและนักออกแบบ เพื่อแย่งลูกค้าจากซารา รวมถึงแพลตฟอร์มแฟชันราคาประหยัดอย่างช้อปปี้ออนไลน์จากจีนอย่างชีอิน

ปีนี้ H&M วางแผนเปิดร้านใหม่ 90 แห่ง แต่จะปิดร้านอีก 170 แห่ง มากกว่าแผนเดิม สะท้อนว่าบริษัทกำลังปรับเครือข่ายหน้าร้านอย่างจริงจัง เพื่อลดต้นทุนและเลือกลงทุนเฉพาะทำเลที่มีศักยภาพ ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดฟาสต์แฟชันที่รุนแรง และผู้บริโภคที่ระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น

ที่มาข้อมูล : https://www.reuters.com/business/hm-reports-smaller-than-expected-q2-operating-profit-2026-06-25/

ที่มารูปภาพ : -