ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับบริษัทเทคโนโลยีตะวันตกกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังทำเนียบเครมลินเรียกร้องให้ Apple ชี้แจงเหตุผลที่ถอดแอปพลิเคชันหลายรายการในเครือ VK บริษัทอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ที่รัฐบาลรัสเซียมีอิทธิพลควบคุม ออกจาก App Store
VK ระบุว่า แอปของบริษัทถูกนำออกโดยไม่มีการแจ้งเตือนหรือให้เหตุผลล่วงหน้า ทั้งที่ตัวบริษัทไม่เคยอยู่ในบัญชีมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ พร้อมมองว่าการตัดสินใจของ Apple กำลังจำกัดการเข้าถึงบริการดิจิทัลที่ชาวรัสเซียหลาย 10 ล้านคนใช้ในชีวิตประจำวัน
บริการที่ได้รับผลกระทบครอบคลุมทั้งเครือข่ายสังคมออนไลน์ แอปส่งข้อความ วิดีโอ อีเมล และผลิตภัณฑ์ด้านการศึกษา โดยเฉพาะ VKontakte ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสังคมออนไลน์ขนาดใหญ่ของรัสเซียที่มีลักษณะใกล้เคียงกับเฟซบุ๊ก
สรุปข่าว
ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับบริษัทเทคโนโลยีตะวันตกกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังทำเนียบเครมลินเรียกร้องให้ Apple ชี้แจงเหตุผลที่ถอดแอปพลิเคชันหลายรายการในเครือ VK บริษัทอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ที่รัฐบาลรัสเซียมีอิทธิพลควบคุม ออกจาก App Store
VK ระบุว่า แอปของบริษัทถูกนำออกโดยไม่มีการแจ้งเตือนหรือให้เหตุผลล่วงหน้า ทั้งที่ตัวบริษัทไม่เคยอยู่ในบัญชีมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ พร้อมมองว่าการตัดสินใจของ Apple กำลังจำกัดการเข้าถึงบริการดิจิทัลที่ชาวรัสเซียหลาย 10 ล้านคนใช้ในชีวิตประจำวัน
บริการที่ได้รับผลกระทบครอบคลุมทั้งเครือข่ายสังคมออนไลน์ แอปส่งข้อความ วิดีโอ อีเมล และผลิตภัณฑ์ด้านการศึกษา โดยเฉพาะ VKontakte ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสังคมออนไลน์ขนาดใหญ่ของรัสเซียที่มีลักษณะใกล้เคียงกับเฟซบุ๊ก
ด้าน Apple ชี้แจงว่า บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายในทุกประเทศที่ดำเนินธุรกิจ และการถอดแอปในเครือ VK เป็นไปเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการคว่ำบาตร แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าเป็นมาตรการของประเทศใด หรือเกี่ยวข้องกับบุคคลและนิติบุคคลใดโดยเฉพาะ
แม้ VK จะไม่ได้ถูกคว่ำบาตรโดยตรง แต่ วลาดิเมียร์ คิริเยนโก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท ถูกสหรัฐฯ อังกฤษ และสหภาพยุโรปกำหนดมาตรการคว่ำบาตรเป็นรายบุคคล ขณะที่บิดาของเขา เซอร์เก คิริเยนโก ดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน
ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน ระบุว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของรัสเซียจะติดต่อ Apple โดยตรงเพื่อขอคำอธิบาย หากบริษัทไม่สามารถให้เหตุผลที่ชัดเจนได้ รัสเซียอาจต้องทบทวนข้อสรุปเกี่ยวกับการสานต่อความร่วมมือกับ Apple ในอนาคต
เครมลินยังแนะนำว่า ผู้ใช้งานชาวรัสเซียที่ไม่พอใจการตัดสินใจของ Apple สามารถเปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์ที่ทำงานด้วยระบบ Android ซึ่งในขณะนี้ยังสามารถดาวน์โหลดแอปของ VK ได้
เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนความเสี่ยงทางธุรกิจที่บริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติกำลังเผชิญ เมื่อมาตรการคว่ำบาตรและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์เข้ามามีบทบาทต่อการเปิดให้บริการแอป การบริหารร้านค้าออนไลน์ และความสัมพันธ์กับรัฐบาลในแต่ละประเทศมากขึ้น
สำหรับ Apple ความขัดแย้งรอบใหม่อาจเพิ่มแรงกดดันต่อธุรกิจในรัสเซีย ซึ่งเผชิญข้อจำกัดอยู่แล้วนับตั้งแต่เกิดความขัดแย้งในยูเครนเมื่อปี 2565 ขณะที่รัสเซียเองก็เดินหน้าลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และส่งเสริมแพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้นภายในประเทศ
หนึ่งในบริการสำคัญคือ MAX แอปส่งข้อความที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลและพัฒนาโดย VK ซึ่งรัสเซียกำหนดให้ติดตั้งล่วงหน้าในโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตที่วางจำหน่ายในประเทศ เพื่อผลักดันให้เป็นทางเลือกแทนแพลตฟอร์มต่างชาติ
ข้อมูลจาก Mediascope ระบุว่า บริการวิดีโอของ VK มีผู้ใช้งานรายวันแตะ 42.2 ล้านคนในเดือนมกราคม สะท้อนว่า การถอดแอปออกจาก App Store ไม่ได้กระทบเฉพาะผู้ใช้งานทั่วไป แต่ยังอาจกระทบธุรกิจโฆษณาดิจิทัล ผู้ผลิตคอนเทนต์ และผู้ประกอบการที่พึ่งพาระบบนิเวศของ VK ด้วย
ความขัดแย้งครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงข้อพิพาทเรื่องแอปพลิเคชัน แต่เป็นอีกแนวรบของการแข่งขันด้านเทคโนโลยี การคว่ำบาตร และการควบคุมพื้นที่ออนไลน์ระหว่างรัสเซียกับโลกตะวันตก ซึ่งอาจเร่งให้ตลาดดิจิทัลรัสเซียแยกออกจากแพลตฟอร์มระดับโลกชัดเจนยิ่งขึ้น
