ไม่ไหว! "มิตซูบิชิ" ถอยแผน EV ยุติพัฒนาเอง-จับมือพันธมิตร

Share on Line Share on Facebook Share on X

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส กลายเป็นค่ายรถญี่ปุ่นรายล่าสุดที่ปรับลดแผนลงทุนรถยนต์ไฟฟ้า โดยตัดสินใจยุติการพัฒนารถอีวีรุ่นใหม่ด้วยตัวเอง และเปลี่ยนมาใช้กลยุทธ์ร่วมพัฒนากับพันธมิตร เพื่อลดภาระเงินลงทุนและความเสี่ยงทางธุรกิจ

ทาคาโอะ คาโตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของมิตซูบิชิ เปิดเผยในการประชุมผู้ถือหุ้นว่า บริษัทมีขนาดเล็กเกินกว่าจะทุ่มเงินจำนวนมหาศาลไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าเพียงลำพัง โดยเฉพาะในช่วงที่อัตราการเติบโตของยอดขายอีวีทั่วโลกเริ่มชะลอตัว และอุตสาหกรรมรถยนต์กำลังทบทวนทิศทางการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานไฟฟ้าใหม่อีกครั้ง

มิตซูบิชิ จะยังคงพัฒนาขีดความสามารถด้านรถยนต์ไฟฟ้าไว้ เพื่อเตรียมพร้อมหากตลาดกลับมาเติบโตอย่างชัดเจนในอนาคต แต่ในระยะนี้ บริษัทจะเน้นแบ่งปันต้นทุนการพัฒนาเทคโนโลยีกับพันธมิตรในกลุ่ม เพื่อจำกัดภาระทางการเงินของตนเองให้มากที่สุด

สรุปข่าว

มิตซูบิชิ ยุติแผนพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าด้วยตัวเอง หลังประเมินต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล ขณะที่ตลาดอีวีโลกผันผวน เตรียมหันพึ่งพันธมิตรทั้งนิสสัน เรโนลต์ และฟ็อกซ์ทรอน เพื่อลดต้นทุนและความเสี่ยง

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส กลายเป็นค่ายรถญี่ปุ่นรายล่าสุดที่ปรับลดแผนลงทุนรถยนต์ไฟฟ้า โดยตัดสินใจยุติการพัฒนารถอีวีรุ่นใหม่ด้วยตัวเอง และเปลี่ยนมาใช้กลยุทธ์ร่วมพัฒนากับพันธมิตร เพื่อลดภาระเงินลงทุนและความเสี่ยงทางธุรกิจ

ทาคาโอะ คาโตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของมิตซูบิชิ เปิดเผยในการประชุมผู้ถือหุ้นว่า บริษัทมีขนาดเล็กเกินกว่าจะทุ่มเงินจำนวนมหาศาลไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าเพียงลำพัง โดยเฉพาะในช่วงที่อัตราการเติบโตของยอดขายอีวีทั่วโลกเริ่มชะลอตัว และอุตสาหกรรมรถยนต์กำลังทบทวนทิศทางการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานไฟฟ้าใหม่อีกครั้ง

มิตซูบิชิ จะยังคงพัฒนาขีดความสามารถด้านรถยนต์ไฟฟ้าไว้ เพื่อเตรียมพร้อมหากตลาดกลับมาเติบโตอย่างชัดเจนในอนาคต แต่ในระยะนี้ บริษัทจะเน้นแบ่งปันต้นทุนการพัฒนาเทคโนโลยีกับพันธมิตรในกลุ่ม เพื่อจำกัดภาระทางการเงินของตนเองให้มากที่สุด

แนวทางดังกล่าวเริ่มเห็นชัดจากรถแฮตช์แบ็กไฟฟ้า 5 ประตูรุ่นใหม่ ซึ่งร่วมพัฒนากับฟ็อกซ์ทรอน บริษัทจากไต้หวัน และมีกำหนดเปิดตัวในออสเตรเลียภายในปีนี้

ขณะที่รถอีวีสำหรับตลาดอื่นจะอาศัยพื้นฐานจากพันธมิตรในกลุ่มพันธมิตรมิตซูบิชิ–นิสสัน–เรโนลต์ โดยรถ Eclipse Sportback EV สำหรับอเมริกาเหนือ เป็นการนำรถนิสสัน ลีฟ มาปรับดีไซน์ใหม่ ส่วน Eclipse Cross EV ที่จำหน่ายในยุโรป ใช้พื้นฐานจากเรโนลต์ Scenic E-Tech

การเปลี่ยนยุทธศาสตร์ครั้งนี้ยังหมายถึงแผนพัฒนารถกระบะไฟฟ้าด้วยตัวเอง ซึ่งเคยตั้งเป้าเปิดตัวภายในปี 2571 อาจถูกยกเลิก หลังไม่ปรากฏอยู่ในเอกสารแผนธุรกิจระยะกลางถึงระยะยาวฉบับล่าสุดของบริษัท

แม้ยอดขายรถอีวีในหลายประเทศ รวมถึงอังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส และออสเตรเลียยังเพิ่มขึ้น แต่ตลาดสหรัฐฯ กลับชะลอตัวอย่างหนัก โดยยอดขายอีวีในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 ลดลงร้อยละ 27 หลังรัฐบาลสหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการลดหย่อนภาษีรถอีวี และผ่อนคลายข้อกำหนดด้านการปล่อยมลพิษ

มิตซูบิชิ จึงเลือกจับตาทิศทางตลาดอย่างระมัดระวัง แทนการเร่งลงทุนก้อนใหญ่ในช่วงที่ความต้องการยังไม่แน่นอน

ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนแรงกดดันที่กำลังเกิดขึ้นกับค่ายรถญี่ปุ่นหลายแห่ง ทั้งมาสด้า นิสสัน และฮอนด้า ซึ่งต่างชะลอหรือยกเลิกโครงการรถอีวีบางส่วน พร้อมหันไปพึ่งพันธมิตรในจีนและพันธมิตรระดับโลกมากขึ้น

สำหรับผลประกอบการของมิตซูบิชิในปีการเงินสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทยังคงมีกำไร แม้กำไรจากการดำเนินงานลดลงถึงร้อยละ 46 สวนทางกับรายได้จากยอดขายที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 ยิ่งตอกย้ำว่ากลยุทธ์รถอีวีในระยะต่อไป จะต้องเน้นควบคุมต้นทุนและลดความเสี่ยง มากกว่าการแข่งขันด้วยเงินลงทุนเพียงอย่างเดียว