จีนตีแตก! "พานาโซนิค" ปิดโรงงาน กระทบ 400 คน ในมาเลเซีย

Share on Line Share on Facebook Share on X

สมรภูมิทีวีโลกกำลังเปลี่ยนขั้วอย่างชัดเจน เมื่อแบรนด์จีนอย่าง TCL ไฮเซนส์ และเสียวหมี่ ขยายส่วนแบ่งตลาดอย่างรวดเร็ว ทั้งจากการแข่งขันด้านราคา การผลิตจอภาพด้วยตัวเอง และการรุกตลาดทีวีจอใหญ่ จนแบรนด์ญี่ปุ่นที่เคยครองตลาดต้องเร่งปรับโครงสร้างธุรกิจ

ล่าสุด พานาโซนิคประกาศปิดฉากการผลิตทีวีที่โรงงานในเมืองชาห์อาลัม รัฐสลังงอร์ ของมาเลเซีย โดยจะยุติสายการผลิตภายในสิ้นเดือนกันยายน 2569 ก่อนทยอยปิดกิจการโรงงานแห่งนี้ถาวรภายในสิ้นเดือนมีนาคม 2570 ส่งผลกระทบต่อพนักงานประมาณ 400 คน

โรงงานดังกล่าวดำเนินงานภายใต้บริษัท พานาโซนิค เอวีซี เน็ตเวิร์กส์ กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เป็นฐานผลิตสินค้าโทรทัศน์ เครื่องเล่นบลูเรย์ดิสก์ และเครื่องเสียงไฮไฟแบรนด์เทคนิคส์

นอกจากยุติการผลิตโทรทัศน์แล้ว พานาโซนิคจะย้ายการผลิตเครื่องเล่นบลูเรย์ดิสก์ไปยังบริษัท ไชน่า ฮัวลู่ พานาโซนิค เอวีซี เน็ตเวิร์กส์ ในประเทศจีนภายในสิ้นเดือนกันยายน 

ส่วนสายการผลิตเครื่องเสียงเทคนิคส์จะยุติภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 และย้ายไปยังบริษัทอีกแห่งในกลุ่มพานาโซนิค ซึ่งยังไม่มีการเปิดเผยสถานที่ตั้ง

สรุปข่าว

ยุคทองทีวีญี่ปุ่นถูกท้าทายหนัก พานาโซนิคเลิกผลิตทีวี ที่โรงงานมาเลเซียภายในเดือนกันยายน ก่อนปิดโรงงานถาวรเดือนมีนาคมปีหน้า กระทบพนักงานประมาณ 400 คน ท่ามกลางการรุกตลาดโลกของแบรนด์จีน

สมรภูมิทีวีโลกกำลังเปลี่ยนขั้วอย่างชัดเจน เมื่อแบรนด์จีนอย่าง TCL ไฮเซนส์ และเสียวหมี่ ขยายส่วนแบ่งตลาดอย่างรวดเร็ว ทั้งจากการแข่งขันด้านราคา การผลิตจอภาพด้วยตัวเอง และการรุกตลาดทีวีจอใหญ่ จนแบรนด์ญี่ปุ่นที่เคยครองตลาดต้องเร่งปรับโครงสร้างธุรกิจ

ล่าสุด พานาโซนิคประกาศปิดฉากการผลิตทีวีที่โรงงานในเมืองชาห์อาลัม รัฐสลังงอร์ ของมาเลเซีย โดยจะยุติสายการผลิตภายในสิ้นเดือนกันยายน 2569 ก่อนทยอยปิดกิจการโรงงานแห่งนี้ถาวรภายในสิ้นเดือนมีนาคม 2570 ส่งผลกระทบต่อพนักงานประมาณ 400 คน

โรงงานดังกล่าวดำเนินงานภายใต้บริษัท พานาโซนิค เอวีซี เน็ตเวิร์กส์ กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เป็นฐานผลิตสินค้าโทรทัศน์ เครื่องเล่นบลูเรย์ดิสก์ และเครื่องเสียงไฮไฟแบรนด์เทคนิคส์

นอกจากยุติการผลิตโทรทัศน์แล้ว พานาโซนิคจะย้ายการผลิตเครื่องเล่นบลูเรย์ดิสก์ไปยังบริษัท ไชน่า ฮัวลู่ พานาโซนิค เอวีซี เน็ตเวิร์กส์ ในประเทศจีนภายในสิ้นเดือนกันยายน 

ส่วนสายการผลิตเครื่องเสียงเทคนิคส์จะยุติภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 และย้ายไปยังบริษัทอีกแห่งในกลุ่มพานาโซนิค ซึ่งยังไม่มีการเปิดเผยสถานที่ตั้ง

พานาโซนิคให้เหตุผลอย่างเป็นทางการว่า การตัดสินใจครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับฐานการผลิตทั่วโลก เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจภาพและเสียง บริษัทไม่ได้ระบุโดยตรงว่า การแข่งขันจากจีนเป็นสาเหตุเดียวของการปิดโรงงาน แต่ข้อมูลตลาดสะท้อนว่า แบรนด์จีนกำลังสร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อผู้ผลิตดั้งเดิม

ในไตรมาส 3 ปี 2568 ไฮเซนส์และ TCL ครองส่วนแบ่งตลาดทีวีโลกตามยอดจัดส่งร้อยละ 15.4 และ 14.9 ตามลำดับ อยู่ในอันดับ 2 และ 3 ของโลก ขณะที่แบรนด์จีน 3 ราย ได้แก่ TCL ไฮเซนส์ และเสียวหมี่ ครองส่วนแบ่งตลาดทีวี Mini LED รวมกันประมาณร้อยละ 54 ในปี 2569

อย่างไรก็ตาม การปิดโรงงานแห่งนี้ไม่ได้หมายความว่า พานาโซนิคเลิกธุรกิจทีวีทั่วโลก หรือถอนตัวจากมาเลเซีย บริษัทจะยังจำหน่ายและให้บริการหลังการขายสำหรับโทรทัศน์และเครื่องเสียงในมาเลเซียตามปกติ รวมทั้งยังคงผลิตเครื่องเสียงบางประเภทในประเทศ

สำหรับพนักงานประมาณ 400 คน พานาโซนิคใช้คำว่าได้รับผลกระทบจากการปรับโครงสร้าง ยังไม่ได้ระบุว่าทุกคนจะถูกเลิกจ้างทันที บริษัทกำลังประสานกับหน่วยงานรัฐและสหภาพแรงงาน เพื่อช่วยจัดหางานและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านอาชีพจนถึงเดือนมีนาคมปีหน้า

ปัจจุบัน กลุ่มพานาโซนิคยังมีพนักงานในมาเลเซียประมาณ 12,000 คน ครอบคลุมการผลิตมูลค่าเพิ่มสูง การวิจัยและพัฒนา และงานสำนักงาน โดยยืนยันว่า มาเลเซียยังเป็นฐานธุรกิจสำคัญของภูมิภาค

การปิดโรงงานชาห์อาลัมจึงไม่ใช่จุดจบของแบรนด์พานาโซนิค แต่เป็นอีกสัญญาณว่า ยุคที่แบรนด์ญี่ปุ่นครองตลาดทีวีอย่างเบ็ดเสร็จกำลังสิ้นสุดลง และจีนกำลังกลายเป็นผู้กำหนดเกมทั้งด้านราคา เทคโนโลยี และฐานการผลิตของอุตสาหกรรมทีวีโลกอย่างเต็มตัว