Volkswagen's (โฟล์คสวาเกน) ยักษ์ใหญ่ยานยนต์ของยุโรป กำลังเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ หลังผู้มีอำนาจตัดสินใจหลักของบริษัทเตรียมประชุมเพื่อพิจารณาแผนปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ซึ่งอาจนำไปสู่การปิดโรงงานในเยอรมนี และลดพนักงานจำนวนมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของกลุ่ม
การประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลจัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ของโฟล์คสวาเกน ในเมืองโวล์ฟสบวร์ก ประเทศเยอรมนี โดยโอลิเวอร์ บลูเมอ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ต้องโน้มน้าวฝ่ายแรงงาน ซึ่งมีอำนาจสูงในโครงสร้างบริษัท ให้ยอมรับมาตรการลดต้นทุนที่ลึกกว่าเดิม
แผนที่อยู่ระหว่างการพิจารณา มีรายงานว่าอาจรวมถึงการปิดโรงงาน 4 แห่งในเยอรมนี ได้แก่ ฮันโนเวอร์ เอ็มเดิน ซวิคเคา และโรงงานเน็คคาร์ซุล์มของอาวดี้ รวมถึงการลดพนักงานสูงสุดถึง 100,000 ตำแหน่ง ซึ่งมากกว่าจำนวนการลดงานที่ตกลงไว้ก่อนหน้านี้อย่างมีนัยสำคัญ
แรงกดดันของโฟล์คสวาเกนมาจากหลายด้านพร้อมกัน ทั้งต้นทุนการผลิตในเยอรมนีที่สูง กำลังการผลิตส่วนเกิน ความต้องการรถยนต์ในยุโรปที่ยังไม่กลับสู่ระดับก่อนโควิด รวมถึงการแข่งขันรุนแรงจากผู้ผลิตรถยนต์จีน โดยเฉพาะในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งทำราคาและเทคโนโลยีได้รวดเร็วขึ้น
สรุปข่าว
Volkswagen's (โฟล์คสวาเกน) ยักษ์ใหญ่ยานยนต์ของยุโรป กำลังเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ หลังผู้มีอำนาจตัดสินใจหลักของบริษัทเตรียมประชุมเพื่อพิจารณาแผนปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ซึ่งอาจนำไปสู่การปิดโรงงานในเยอรมนี และลดพนักงานจำนวนมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของกลุ่ม
การประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลจัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ของโฟล์คสวาเกน ในเมืองโวล์ฟสบวร์ก ประเทศเยอรมนี โดยโอลิเวอร์ บลูเมอ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ต้องโน้มน้าวฝ่ายแรงงาน ซึ่งมีอำนาจสูงในโครงสร้างบริษัท ให้ยอมรับมาตรการลดต้นทุนที่ลึกกว่าเดิม
แผนที่อยู่ระหว่างการพิจารณา มีรายงานว่าอาจรวมถึงการปิดโรงงาน 4 แห่งในเยอรมนี ได้แก่ ฮันโนเวอร์ เอ็มเดิน ซวิคเคา และโรงงานเน็คคาร์ซุล์มของอาวดี้ รวมถึงการลดพนักงานสูงสุดถึง 100,000 ตำแหน่ง ซึ่งมากกว่าจำนวนการลดงานที่ตกลงไว้ก่อนหน้านี้อย่างมีนัยสำคัญ
แรงกดดันของโฟล์คสวาเกนมาจากหลายด้านพร้อมกัน ทั้งต้นทุนการผลิตในเยอรมนีที่สูง กำลังการผลิตส่วนเกิน ความต้องการรถยนต์ในยุโรปที่ยังไม่กลับสู่ระดับก่อนโควิด รวมถึงการแข่งขันรุนแรงจากผู้ผลิตรถยนต์จีน โดยเฉพาะในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งทำราคาและเทคโนโลยีได้รวดเร็วขึ้น
นอกจากนี้ โฟล์คสวาเกนยังเผชิญแรงกระแทกจากภาษีนำเข้ารถยนต์ในสหรัฐฯ และผลประกอบการที่อ่อนแรงลง โดย Reuters รายงานว่า กำไรของโฟล์คสวาเกนในจีนลดลงมากกว่า ร้อยละ 80 ในรอบทศวรรษ ขณะที่อัตรากำไรของกลุ่มลดลงมากกว่าครึ่งระหว่างปี 2021-2025 สะท้อนว่าธุรกิจเดิมที่เคยเป็นเครื่องจักรทำเงิน กำลังถูกท้าทายอย่างหนัก
ความตึงเครียดยิ่งเพิ่มขึ้น เพราะคณะกรรมการกำกับดูแลของโฟล์คสวาเกนมีทั้งตัวแทนครอบครัวผู้ถือหุ้นใหญ่ กลุ่มสหภาพแรงงาน และรัฐบาลรัฐโลเวอร์แซกโซนี ทำให้การตัดสินใจเรื่องปิดโรงงานหรือลดงานไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่เป็นประเด็นการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของเยอรมนีโดยตรง
ก่อนการประชุม สหภาพแรงงานอุตสาหกรรมรายใหญ่ของเยอรมนี หรือไอจี เมทัล ได้ระดมคนงานประท้วงในโรงงานของกลุ่มโฟล์คสวาเกนราว 20 แห่งทั่วประเทศ เพื่อกดดันฝ่ายบริหารให้รักษาฐานการผลิตในเยอรมนี และปกป้องการจ้างงาน
สถานการณ์ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการลดต้นทุนธรรมดา แต่เป็นการทดสอบว่าโฟล์คสวาเกนจะปรับตัวอย่างไร ในวันที่อุตสาหกรรมรถยนต์โลกเปลี่ยนเร็ว คู่แข่งจีนรุกหนัก ตลาดยุโรปโตช้า และต้นทุนในประเทศสูงขึ้นต่อเนื่อง
หากบอร์ดเดินหน้าแผนปิดโรงงานและลดงานจริง นี่อาจกลายเป็นการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ที่สุดของโฟล์คสวาเกน และเป็นสัญญาณชัดเจนว่า แม้แต่ยักษ์ใหญ่รถยนต์ยุโรป ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงแรงสั่นสะเทือนจากสงครามราคา รถยนต์ไฟฟ้า และภูมิรัฐศาสตร์การค้าโลกได้อีกต่อไป
