"นักแสดง AI" ผงาดฮอลลีวูด บุกซีรีส์แนวตั้ง!

Share on Line Share on Facebook Share on X

เวลานี้ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมบันเทิงมากขึ้น ตั้งแต่นักแสดงเสมือนจริง ไปจนถึงการผลิตซีรีส์แนวตั้ง ซึ่งกำลังกลายเป็นทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรม

สื่อเว็บไซต์ เดอะ สตรีท รายงานว่า ในขณะที่ ไมโครดราม่า กำลังกลายเป็นธุรกิจสำคัญของฮอลลีวูด, แพลตฟอร์มสตรีมมิง และบริษัทเทคโนโลยี การนำนักแสดงที่สร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) มาใช้ในอุตสาหกรรม ก็กำลังกลายเป็นเดิมพันครั้งใหญ่ของฮอลลีวูด โดยสตูดิโอ Particle6 ได้เปิดตัว Tilly Norwood นักแสดง เอไอ ที่เตรียมประเดิมผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกแล้ว

การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญว่า ตัวละครที่สร้างขึ้นด้วย เอไอ จะสามารถก้าวข้ามการเป็นเพียงกระแสบนโซเชียลมีเดีย และดึงดูดให้ผู้ชมยอมจ่ายเงินเพื่อรับชมได้หรือไม่

โปรเจกต์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่บริษัทบันเทิงต่างก็กำลังทุ่มงบลงทุนใน เอไอ ควบคู่ไปกับคอนเทนต์รูปแบบใหม่ที่เติบโตอย่างรวดเร็วอย่างซีรีส์สั้นสำหรับมือถือ ซึ่งทั้งสองเทรนด์อาจเข้ามาเปลี่ยนวิธีการผลิต การจัดจำหน่าย และการสร้างรายได้ของอุตสาหกรรมบันเทิงอย่างมีนัยสำคัญ

สรุปข่าว

นักแสดง AI ที่ถูกสร้างตัวตนขึ้นมา กำลังเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมบันเทิงฮอลลีวูด และกลายเป็นเดิมพันครั้งใหม่ของวงการ ท่ามกลางการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดไมโครดราม่า หรือ ซีรีส์แนวตั้ง ซึ่งคาดว่าปีนี้จะมีมูลค่ารวมทั่วโลกแตะ 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จนถูกมองว่าเป็นกระแสหลักที่ผู้เล่นรายใหญ่ ทั้งค่ายหนัง แพลตฟอร์มสตรีมมิง และบริษัทเทคโนโลยี ต่างเร่งเข้ามาลงทุนมากขึ้น

เวลานี้ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมบันเทิงมากขึ้น ตั้งแต่นักแสดงเสมือนจริง ไปจนถึงการผลิตซีรีส์แนวตั้ง ซึ่งกำลังกลายเป็นทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรม

สื่อเว็บไซต์ เดอะ สตรีท รายงานว่า ในขณะที่ ไมโครดราม่า กำลังกลายเป็นธุรกิจสำคัญของฮอลลีวูด, แพลตฟอร์มสตรีมมิง และบริษัทเทคโนโลยี การนำนักแสดงที่สร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) มาใช้ในอุตสาหกรรม ก็กำลังกลายเป็นเดิมพันครั้งใหญ่ของฮอลลีวูด โดยสตูดิโอ Particle6 ได้เปิดตัว Tilly Norwood นักแสดง เอไอ ที่เตรียมประเดิมผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกแล้ว

การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญว่า ตัวละครที่สร้างขึ้นด้วย เอไอ จะสามารถก้าวข้ามการเป็นเพียงกระแสบนโซเชียลมีเดีย และดึงดูดให้ผู้ชมยอมจ่ายเงินเพื่อรับชมได้หรือไม่

โปรเจกต์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่บริษัทบันเทิงต่างก็กำลังทุ่มงบลงทุนใน เอไอ ควบคู่ไปกับคอนเทนต์รูปแบบใหม่ที่เติบโตอย่างรวดเร็วอย่างซีรีส์สั้นสำหรับมือถือ ซึ่งทั้งสองเทรนด์อาจเข้ามาเปลี่ยนวิธีการผลิต การจัดจำหน่าย และการสร้างรายได้ของอุตสาหกรรมบันเทิงอย่างมีนัยสำคัญ

ท่ามกลางกระแสต่อต้าน ทาง พาร์ทิเคิลซิกซ์ ยืนยันว่า โปรดักชันเรื่องนี้ยังคงใช้ทีมงานมนุษย์ ทั้งนักเขียน ผู้กำกับ และทีมตัดต่อ โดยไม่ได้มีเป้าหมายใช้ เอไอ มาแทนที่นักแสดงจริง แต่ต้องการใช้เป็นเครื่องมือสร้างสรรค์คอนเทนต์รูปแบบใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับตัวละครดิจิทัลโดยเฉพาะ

ขณะที่จีน ซึ่งเป็นตลาดซีรีส์แนวตั้งที่ใหญ่ที่สุดของโลก ก็กำลังนำ เอไอ เข้ามาเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง

Gao Qingge ผู้กำกับละครสั้นในปักกิ่งให้สัมภาษณ์กับ NBC News ว่า เอไอ กำลังเปลี่ยนทุกขั้นตอนของการผลิต เพราะสามารถลดต้นทุนได้อย่างมาก โดยช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ 5-8 เท่า เมื่อเทียบกับการถ่ายทำโดยใช้นักแสดงจริง

ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ของรัฐ People’s Daily ระบุว่าในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ มีละครสั้นถูกผลิตออกมาประมาณกว่า 100,000 เรื่อง และร้อยละ 95 ของจำนวนดังกล่าวถูกผลิตด้วย เอไอ ทั้งหมด

จากข้อมูลดังกล่าว จึงประเมินได้ว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในจีน อาจกลายเป็นต้นแบบให้กับสหรัฐอเมริกาและฮอลลีวูดเดินตาม โดยเฉพาะในประเด็นการยอมรับและการกำกับดูแลการใช้ เอไอ ในกระบวนการผลิต เนื่องจากกระแสซีรีส์แนวตั้งเริ่มเติบโตในจีนมาก่อน ก่อนที่จะขยายความนิยมไปยังสหรัฐอเมริกาอย่างรวดเร็ว 

ทั้งนี้ ซีรีส์แนวตั้ง กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในรูปแบบวิดีโอออนไลน์ที่เติบโตเร็วที่สุด และตามรายงานของบริษัทวิจัยตลาด Omdia ชี้ให้เห็นว่า ซีรีส์แนวตั้งกำลังดึงดูดผู้ชมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

Omdia ประเมินว่า รายได้จากตลาดซีรีส์แนวตั้งทั่วโลก ปี 2025 ที่ผ่านมา มีมูลค่าแตะอยู่ที่ 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และคาดว่าปี 2026 จะเพิ่มขึ้นเป็น 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตลาดหลัก ยังคงเป็นจีน ส่วนตลาดนอกจีน มีมูลค่ารวมกันราว 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

สหรัฐฯ ก้าวขึ้นมาเป็นตลาดใหญ่ที่สุดนอกประเทศจีน ส่วนตลาดอื่น ๆ ก็เติบโตรวดเร็ว เช่น สหราชอาณาจักร และเม็กซิโก เป็นต้น

หัวหน้าฝ่าย Media and Entertainment ของ Omdia ระบุว่า ซีรีส์แนวตั้งไม่ได้เป็นเพียงการทดลองเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการรับชมวิดีโอบนมือถือ สิ่งที่โดดเด่นไม่ใช่แค่การเติบโตของรายได้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงความเข้มข้นของการใช้งานบนมือถือ เพราะแอปซีรีส์แนวตั้งสามารถสร้างเวลาในการรับชมต่อวันได้มากกว่าแพลตฟอร์มสตรีมมิงรายใหญ่ของโลกเสียอีก

จากข้อมูลการใช้งานมือถือในไตรมาส 4 ของปีที่ผ่านมา รวบรวมโดย Sensor Tower  พบว่า แอปละครสั้นอย่าง ReelShort มีเวลาใช้งานเฉลี่ยต่อวันสูงกว่าบริการสตรีมมิงรายใหญ่หลายราย

โดย ReelShort เวลาที่ผู้ใช้งานเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 35 นาที 7 วินาที ต่อหนึ่งวัน สูงกว่าทั้ง Amazon Prime, Netflix และ Disney+

สำหรับ Amazon Prime เวลาที่ผู้ใช้งานเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 26 นาที 9 วินาที ส่วน Netflix 24 นาที 8 วินาที และ Disney+ 23 นาที 

ด้าน Deloitte คาดว่ารายได้จากการซื้อคอนเทนต์ภายในแอปจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในปีนี้ คือเพิ่มขึ้นจาก 3,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2025 เป็น 7,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2026 

นักวิเคราะห์ยังประเมินว่า ญี่ปุ่นกำลังก้าวขึ้นเป็นตลาดไมโครดรามาที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยคาดว่าจะมีรายได้มากกว่า 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2030 

ขณะที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังกลายเป็นภูมิภาคที่มีความสำคัญต่อการเติบโตของตลาดดังกล่าว โดย ประเทศไทย มีความโดดเด่นจากโมเดลการกระจายไมโครดรามาแบบ 360 องศา ผ่านทั้งแอป OTT และเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ พร้อมใช้กลยุทธ์สร้างรายได้ควบคู่กันทั้งจากโฆษณาและค่าสมาชิก

ส่วนละตินอเมริกาเป็นอีกภูมิภาคที่มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่อินเดียยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาตลาด 

อย่างไรก็ดี กระแสไมโครดรามาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผู้เล่นเฉพาะทางอีกต่อไป แต่กำลังดึงดูดค่ายหนังฮอลลีวูด บริษัทสื่อ และแพลตฟอร์มสตรีมมิงรายใหญ่ เข้ามาลงทุนและขยายธุรกิจในระบบนิเวศมากขึ้น

อย่าง Paramount+ แพลตฟอร์มสตรีมมิงของ Paramount Global เป็นผู้เล่นรายล่าสุดที่เตรียมเพิ่ม ซีรีส์แนวตั้ง ลงในแอปของตัวเองในช่วงหลายเดือนข้างหน้า โดยจะเริ่มทดสอบบนแอปมือถือของแพลตฟอร์มภายในไตรมาสนี้

ขณะที่ Netflix Disney และ Disney+ ต่างก็เพิ่มคลิปวิดีโอแนวตั้งแบบสั้นลงในแอปของตนเองในปีนี้ เพื่อรองรับพฤติกรรมการรับชมผ่านโทรศัพท์มือถือ

นอกจากนี้ยังมีรายอื่นๆ เช่น Peacock แพลตฟอร์มสตรีมมิงของ NBCUniversal เปิด Microdrama Hub หรือพื้นที่เฉพาะสำหรับรวบรวมคอนเทนต์ประเภทดังกล่าวโดยเฉพาะ 

Fox Entertainment บริษัทด้านสื่อและความบันเทิงของสหรัฐฯ ลงทุนใน Holywater ผู้ผลิตละครสั้นแนวตั้ง พร้อมประกาศแผนผลิตละครแนวตั้งอีกหลายร้อยเรื่อง

ส่วน TelevisaUnivision บริษัทสื่อภาษาสเปนรายใหญ่ของโลก กำลังผลิตละครสั้นแบบต่อเนื่องสำหรับ ViXม แพลตฟอร์มสตรีมมิงของบริษัทเอง เพื่อขยายฐานผู้ชมคอนเทนต์บนมือถือ

ขณะที่ TikTok แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นของ ByteDance ก็สนับสนุนซีรีส์ Screen Time ซึ่งผลิตโดย Hoorae Media บริษัทผลิตคอนเทนต์ของนักแสดงและโปรดิวเซอร์ Issa Rae นับเป็นหนึ่งในโปรเจกต์ละครสั้นคุณภาพระดับสตูดิโอชุดแรก ๆ จากบริษัทผลิตคอนเทนต์ฮอลลีวูดที่เข้าสู่ตลาดนี้ 

ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ : -