วิกฤตการระบาดของโรคไซโคลสปอเรียซิสในสหรัฐฯ กำลังกลายเป็นบททดสอบครั้งสำคัญของ คริส เทอร์เนอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ของ Yum! Brands บริษัทแม่ของ Taco Bell ก่อนการประกาศผลประกอบการในวันพฤหัสบดีนี้
นักลงทุนจับตาว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจะกระทบยอดขายของ Taco Bell ในสหรัฐฯ มากเพียงใด หลังร้านอาหารเม็กซิกันแห่งนี้ถือเป็นเครื่องยนต์การเติบโตสำคัญของบริษัท และสร้างกำไรจากการดำเนินงานเกือบครึ่งหนึ่งของ Yum! Brands ในปี 2568
หน่วยงานสาธารณสุขสหรัฐฯ อยู่ระหว่างสอบสวนต้นตอของการระบาด ซึ่งทำให้ประชาชนหลายพันคนล้มป่วยในรัฐมิชิแกนและอีก 8 รัฐ โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ เชื่อมโยงเชื้อปรสิตไซโคลสปอรากับโรงงานของ Taylor Farms ในเม็กซิโก ขณะที่แหล่งที่มาของการระบาดยังไม่ได้ข้อสรุปอย่างสมบูรณ์
สรุปข่าว
วิกฤตการระบาดของโรคไซโคลสปอเรียซิสในสหรัฐฯ กำลังกลายเป็นบททดสอบครั้งสำคัญของ คริส เทอร์เนอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ของ Yum! Brands บริษัทแม่ของ Taco Bell ก่อนการประกาศผลประกอบการในวันพฤหัสบดีนี้
นักลงทุนจับตาว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจะกระทบยอดขายของ Taco Bell ในสหรัฐฯ มากเพียงใด หลังร้านอาหารเม็กซิกันแห่งนี้ถือเป็นเครื่องยนต์การเติบโตสำคัญของบริษัท และสร้างกำไรจากการดำเนินงานเกือบครึ่งหนึ่งของ Yum! Brands ในปี 2568
หน่วยงานสาธารณสุขสหรัฐฯ อยู่ระหว่างสอบสวนต้นตอของการระบาด ซึ่งทำให้ประชาชนหลายพันคนล้มป่วยในรัฐมิชิแกนและอีก 8 รัฐ โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ เชื่อมโยงเชื้อปรสิตไซโคลสปอรากับโรงงานของ Taylor Farms ในเม็กซิโก ขณะที่แหล่งที่มาของการระบาดยังไม่ได้ข้อสรุปอย่างสมบูรณ์
ผลกระทบเริ่มสะท้อนผ่านยอดขายและจำนวนลูกค้าอย่างชัดเจน ข้อมูลจาก Consumer Edge ระบุว่า ยอดขายรายวันของ Taco Bell ลดลงมากกว่าร้อยละ 20 จากระดับเฉลี่ยต่อเนื่องหลายวัน ส่วนข้อมูลจาก Placer.ai พบว่า จำนวนลูกค้าเข้าร้าน ณ วันที่ 18 กรกฎาคม ลดลงเกือบร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยวันเสาร์ในช่วงต้นปีถึงต้นเดือนกรกฎาคม
ราคาหุ้น Yum! Brands ยังปรับตัวลงประมาณร้อยละ 8 นับตั้งแต่ Taco Bell ถูกเชื่อมโยงกับการระบาดในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม สะท้อนความกังวลของตลาดต่อทั้งยอดขายระยะสั้นและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
วิกฤตครั้งนี้เกิดขึ้นไม่นานหลังบริษัทประกาศขายกิจการ Pizza Hut มูลค่า 2,700 ล้านดอลลาร์ จึงยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อซีอีโอคนใหม่ในการฟื้นความเชื่อมั่น ดึงลูกค้ากลับเข้าร้าน และรักษา Taco Bell ในฐานะธุรกิจทำกำไรหลักของบริษัท
นอกจากนี้ Yum! Brands ยังต้องเผชิญภาวะชะลอตัวของอุตสาหกรรมอาหารจานด่วน จากค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูง ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น และกระแสรักสุขภาพที่เพิ่มขึ้น
ตลาดคาดว่า Yum! Brands จะรายงานยอดขายสาขาเดิมในไตรมาส 2 เติบโตประมาณร้อยละ 3 และกำไรปรับปรุงแล้วเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 10 แต่สิ่งที่นักลงทุนให้ความสำคัญมากกว่า คือแผนกู้วิกฤตของฝ่ายบริหาร และความสามารถในการฟื้นยอดขาย Taco Bell ในสหรัฐฯ หลังเผชิญแรงกระแทกครั้งใหญ่ในรอบหลายปี
