
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงคลื่นความร้อน น้ำท่วม หรือภัยแล้งเท่านั้น แต่ยังเริ่มเปลี่ยนแปลง "แผนที่ของโรคติดเชื้อ" ทั่วโลก เมื่ออุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้พาหะนำโรค เช่น ยุง เห็บ และสัตว์ฟันแทะ ขยายพื้นที่อาศัยและแพร่เชื้อได้กว้างขึ้น นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า หากภาวะโลกร้อนยังดำเนินต่อไป โลกอาจต้องเผชิญการระบาดของโรคติดเชื้อที่เกิดบ่อยขึ้นและรุนแรงกว่าเดิม ขณะที่ระบบสาธารณสุขหลายประเทศยังไม่พร้อมรับมือ
หนึ่งในสัญญาณที่เห็นได้ชัดคือ จำนวนผู้ป่วย ไข้เลือดออก ที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ โดยในปี 2567 มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 14 ล้านรายทั่วโลก เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าจากปีก่อนหน้า ส่วนหนึ่งเป็นผลจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นและสภาพอากาศเหมาะต่อการแพร่พันธุ์ของยุงลาย
สรุปข่าว
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงคลื่นความร้อน น้ำท่วม หรือภัยแล้งเท่านั้น แต่ยังเริ่มเปลี่ยนแปลง "แผนที่ของโรคติดเชื้อ" ทั่วโลก เมื่ออุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้พาหะนำโรค เช่น ยุง เห็บ และสัตว์ฟันแทะ ขยายพื้นที่อาศัยและแพร่เชื้อได้กว้างขึ้น นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า หากภาวะโลกร้อนยังดำเนินต่อไป โลกอาจต้องเผชิญการระบาดของโรคติดเชื้อที่เกิดบ่อยขึ้นและรุนแรงกว่าเดิม ขณะที่ระบบสาธารณสุขหลายประเทศยังไม่พร้อมรับมือ
หนึ่งในสัญญาณที่เห็นได้ชัดคือ จำนวนผู้ป่วย ไข้เลือดออก ที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ โดยในปี 2567 มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 14 ล้านรายทั่วโลก เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าจากปีก่อนหน้า ส่วนหนึ่งเป็นผลจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นและสภาพอากาศเหมาะต่อการแพร่พันธุ์ของยุงลาย
นักวิจัยระบุว่า เมื่อโลกอุ่นขึ้น ฤดูกาลแพร่ระบาดของโรคที่มียุง เห็บ หมัด และแมลงเป็นพาหะจะยาวนานขึ้น ยุงที่เคยตายจากอากาศหนาวสามารถอยู่รอดได้ เห็บเริ่มขยายพื้นที่ไปยังละติจูดและพื้นที่สูงกว่าเดิม ขณะที่สัตว์ฟันแทะซึ่งเป็นพาหะของไวรัสหลายชนิดก็เพิ่มจำนวนในพื้นที่ที่ระบบนิเวศถูกรบกวนจากภัยแล้งและการใช้ประโยชน์ที่ดินของมนุษย์
ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขอธิบายว่า อุณหภูมิที่สูงขึ้นยังช่วยเร่งวงจรการเจริญเติบโตของเชื้อโรคภายในตัวยุง ทำให้ยุงสามารถแพร่เชื้อได้เร็วและบ่อยขึ้น อีกทั้งสภาพอากาศที่อบอุ่นยังทำให้ผู้คนใช้เวลานอกอาคารมากขึ้น เพิ่มโอกาสถูกยุงกัดและติดเชื้อโรค เช่น ไข้เลือดออก มาลาเรีย ซิกา และชิคุนกุนยา
นอกจากผลกระทบโดยตรงแล้ว การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังทำลายสมดุลของระบบนิเวศ ส่งผลต่อการเกษตร ความมั่นคงทางอาหาร และเศรษฐกิจ ทำให้ชุมชนมีความเปราะบางต่อโรคมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาที่ระบบเฝ้าระวังโรคยังมีข้อจำกัด
ผู้เชี่ยวชาญเสนอให้เร่งพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า นำปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข้อมูลจากดาวเทียมมาช่วยคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงการระบาด ควบคู่กับการอนุรักษ์ธรรมชาติ ลดการบุกรุกพื้นที่ป่า ส่งเสริมแนวคิด One Health ที่เชื่อมโยงสุขภาพของคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม รวมถึงลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นต้นเหตุของวิกฤตภูมิอากาศ
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเร่งการแพร่กระจายของโรคติดเชื้อ โดยเฉพาะโรคที่มียุง เห็บ และสัตว์พาหะเป็นตัวนำ ทำให้ประชากรทั่วโลกมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การรับมือไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการรักษาโรค แต่ต้องลงทุนในระบบเฝ้าระวัง การเตือนภัยล่วงหน้า การอนุรักษ์ระบบนิเวศ และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อป้องกันวิกฤตโรคระบาดในอนาค
- รู้หรือไม่? เมื่อโลกร้อนขึ้นเกิน1.5°C ทำให้ระบบนิเวศของโลกพังทลาย
- สทนช.เฝ้าระวังฝนหนัก ดินโคลนถล่ม 27- 30 ก.ค.
- อุตุฯ เตือน 26-30 ก.ค.ระวังฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ เช็กเลยจังหวัดไหนเสี่ยง?
- "หนูเล็ก ก่อนบ่าย" แชร์อุทาหรณ์เฉียดตาย! ป่วย "ไข้เลือดออกขั้นวิกฤต" อ้วกเป็นเลือดจนเข้า ICU นอน รพ. กว่า 10 วัน
- จับตาเส้นทางพายุเข้าไทย อุตุฯ คาดปีนี้เข้าไทย 1-2 ลูก ช่วงส.ค.-ก.ย.
ที่มาข้อมูล : thinklandscape.globallandscapesforum.org
ที่มารูปภาพ : Reuters
