
ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าเมื่อโลกร้อนขึ้นเกิน1.5 องศาฯ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่แค่เรื่อง "อากาศร้อนขึ้น" แต่คือ การที่ระบบนิเวศของโลกทั้งหมดพังทลายลงพร้อมกัน จนมนุษย์ไม่สามารถควบคุมหรือแก้ ไขอะไรได้อีกต่อไป
สิ่งที่โลกและนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกกังวลและกลัวมากที่สุดในกรณีที่อุณหภูมิโลกสูงขึ้นอย่างรุนแรง(สูงขึ้น1.5-2.0 องศาจากก่อนยุคปฎิวัติอุตสาหกรรม) คือ"จุดพลิกผันภูมิอากาศ" หรือClimate Tipping Points ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ระบบธรรมชาติถูกทำลายจนถึงจุดที่ไม่สามารถย้อนกลับคืนมาได้อีกและจะส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นโดมิโน่ต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ผลกระทบรุนแรงที่โลกกำลังหวาดกลัว
สรุปข่าว
ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าเมื่อโลกร้อนขึ้นเกิน1.5 องศาฯ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่แค่เรื่อง "อากาศร้อนขึ้น" แต่คือ การที่ระบบนิเวศของโลกทั้งหมดพังทลายลงพร้อมกัน จนมนุษย์ไม่สามารถควบคุมหรือแก้ ไขอะไรได้อีกต่อไป
สิ่งที่โลกและนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกกังวลและกลัวมากที่สุดในกรณีที่อุณหภูมิโลกสูงขึ้นอย่างรุนแรง(สูงขึ้น1.5-2.0 องศาจากก่อนยุคปฎิวัติอุตสาหกรรม) คือ"จุดพลิกผันภูมิอากาศ" หรือClimate Tipping Points ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ระบบธรรมชาติถูกทำลายจนถึงจุดที่ไม่สามารถย้อนกลับคืนมาได้อีกและจะส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นโดมิโน่ต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ผลกระทบรุนแรงที่โลกกำลังหวาดกลัว
การล่มสลายของระบบค้ำจุนโลก (System Collapse)
น้ำแข็งขั้วโลกละลายอย่างถาวรโดยทวีปแอนตาร์กติกาและกรีนแลนด์สูญเสียน้ำแข็ง ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้นหลายเมตร เมืองหลวงแลเมืองเศรษฐกิจริมชายฝั่งทั่วโลกจะจมน้ำ
ป่าแอมะซอนเปลี่ยนสภาพ ผืนป่าดิบชื้นที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่งที่ช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะแห้งแล้งจนกลายเป็นทุ่งสะวันนา แทน ที่จะช่วยดูดซับก๊าซจะกลับกลายเป็นแหล่งปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มหาศาลแทน
กระแสน้ำอุ่นในมหาสมุทรจะหยุดไหล โดยระบบหมุนเวียนกระแสน้ำในมหาสมุทรแอตแลนติก (AMOC) อาจหยุดชะงัก ทำให้สภาพอากาศโลกแปร ปรวนอย่างสุดขั้ว ยุโรปจะหนาวจัดและร้อนจัดสลับกัน ส่วนพื้นที่ในเขตร้อนจะแห้งแล้งรุนแรงหนัก
.
โลกจะร้อนขึ้นจนควบคุมได้ยาก
ชั้นดินแช่แข็งในไซบีเรียและอาร์กติกจะละลายซึ่งใต้ดินนั้นมี ก๊าซมีเทน (ก๊าซเรือนกระจกที่ร้ายแรงกว่าก๊าซคาร์บอนหลายเท่า)ถูกกักเก็บอยู่จำนวนมหาศาลหากก๊าซมีเทนเหล่านี้หลุดออกมา โลกจะร้อนขึ้นอย่างรวดเร็วโดยที่มนุษย์ไม่สามารถควบคุมได้อีกต่อไป
โลกสูญเสียความสามารถในการสะท้อนแสง เมื่อน้ำแข็งสีขาวที่ช่วยสะ ท้อนความร้อนจากดวงอาทิตย์ละลายหายไปกลายเป็นผืนน้ำสีเข้ม มหาสมุทรจะดูดซับความร้อนไว้มากกว่าเดิมทำให้โลกยิ่งร้อนเร็วกว่าเดิม
วิกฤตการณ์ต่อมวลมนุษยชาติ (Humanitarian Crisis)
การขาดแคลนอาหารและน้ำอย่างรุนแรงโดยพื้นที่เกษตรกรรมทั่วโลกจะเผชิญความแห้งแล้ง ดินเสื่อมสภาพ และสภาพอากาศที่ทำนายไม่ได้ ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรดิ่งลง
เกิดภาวะ Climate Refugees โดย ประชากรหลายร้อยล้านคนในพื้นที่ริมชายฝั่งและพื้นที่แห้งแล้งจัดจะไม่สา มารถอยู่อาศัยได้จนเกิดการอพยพย้ายถิ่นฐานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ นำไปสู่สงครามแย่งชิงทรัพยากร
เกิดโรคระบาดใหม่ โดยที่เชื้อโรคและไวรัสโบราณที่เคยถูกแช่แข็งไว้ใต้ระบบนิเวศอาร์กติกอาจตื่นขึ้นมาเมื่อน้ำแข็งละลาย รวมถึงพาหะนำโรคอย่างยุงและแมลงจะขยายพันธุ์ได้ดีขึ้นในพื้นที่ที่เคยหนาวเย็น(เนื่องจากอากาศร้อนขี้น)
- สทนช.เฝ้าระวังฝนหนัก ดินโคลนถล่ม 27- 30 ก.ค.
- อุตุฯ เตือน 26-30 ก.ค.ระวังฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ เช็กเลยจังหวัดไหนเสี่ยง?
- จับตาเส้นทางพายุเข้าไทย อุตุฯ คาดปีนี้เข้าไทย 1-2 ลูก ช่วงส.ค.-ก.ย.
- จากแม่น้ำใหญ่สู่สันดอนทราย! “แม่น้ำดานูบ” แห้งสุด ในรอบเกือบ 30 ปี
- "นก" รับมืออากาศร้อนอย่างไร? เปิดกลไกธรรมชาติสู้คลื่นร้อน ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้!
ที่มาข้อมูล : FB Sonthi Kotchawat
ที่มารูปภาพ : Envato
