ในช่วงกลางฤดูฝน นอกจากอิทธิพลของมรสุมแล้ว อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกเพิ่มขึ้น คือ พายุหมุนเขตร้อน ซึ่งมีโอกาสเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยมากที่สุดในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม
จากสถิติย้อนหลัง 75 ปีของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ประเทศไทยมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนผ่านเฉลี่ย 3-4 ลูกต่อปี โดยเดือนที่พายุเข้าไทยมากที่สุดคือ ตุลาคม จำนวน 56 ลูก รองลงมาคือ กันยายน 55 ลูก ตามด้วย พฤศจิกายน และ สิงหาคม พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบบ่อยที่สุดคือภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะตอนบนของทั้งสองภาค
สรุปข่าว
ในช่วงกลางฤดูฝน นอกจากอิทธิพลของมรสุมแล้ว อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกเพิ่มขึ้น คือ พายุหมุนเขตร้อน ซึ่งมีโอกาสเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยมากที่สุดในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม
จากสถิติย้อนหลัง 75 ปีของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ประเทศไทยมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนผ่านเฉลี่ย 3-4 ลูกต่อปี โดยเดือนที่พายุเข้าไทยมากที่สุดคือ ตุลาคม จำนวน 56 ลูก รองลงมาคือ กันยายน 55 ลูก ตามด้วย พฤศจิกายน และ สิงหาคม พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบบ่อยที่สุดคือภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะตอนบนของทั้งสองภาค
สำหรับเส้นทางการเคลื่อนตัวของพายุจะแตกต่างกันในแต่ละช่วงของปี โดยเดือนพฤษภาคม พายุส่วนใหญ่จะเคลื่อนเข้าจากด้านตะวันตกของประเทศไทย ขณะที่ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป พายุจะเคลื่อนเข้าจากด้านตะวันออก ช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคมมักส่งผลให้ภาคอีสานตอนบนมีฝนตกหนัก ส่วนเดือนสิงหาคมถึงกันยายน พายุมีแนวโน้มเคลื่อนผ่านภาคอีสานมากขึ้น ก่อนที่ช่วงเดือนตุลาคม เส้นทางพายุจะขยับลงมาทางภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน
เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปี ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม พายุจะมีโอกาสเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยตอนบนน้อยลง เนื่องจากมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุม ทำให้ระบบอากาศไม่เอื้อต่อการเคลื่อนตัวของพายุเข้าสู่พื้นที่ตอนบนของประเทศ ส่งผลให้พายุที่เหลือส่วนใหญ่เคลื่อนเข้าสู่ภาคใต้
ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ปี 2569 ประเทศไทยจะได้รับอิทธิพลจากพายุหมุนเขตร้อนประมาณ 1-2 ลูก โดยมีแนวโน้มเกิดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่ควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจทำให้หลายพื้นที่มีฝนตกหนักและเกิดน้ำท่วมฉับพลันได้
TNNThailand