"ฮอนด้า" ขาดทุน 1.4 แสนล้าน พิษปรับแผนอีวี!

Share on Line Share on Facebook Share on X

ฮอนด้า มอเตอร์ เผชิญจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ หลังรายงานผลขาดทุนสุทธิเต็มปีเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อปี 2500 หรือเกือบ 70 ปีก่อน โทชิฮิโระ มิเบะ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของฮอนด้า กล่าวขอโทษต่อผู้ถือหุ้นในการประชุมสามัญประจำปีที่กรุงโตเกียว พร้อมยอมรับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักต่อการบริหารงานและการตัดสินใจปรับยุทธศาสตร์รถยนต์ไฟฟ้าของบริษัท

ในปีงบประมาณ 2568 ซึ่งสิ้นสุดเดือนมีนาคม ฮอนด้าขาดทุนสุทธิ 423,940 ล้านเยน หรือประมาณ 89,000 ล้านบาท สาเหตุสำคัญมาจากค่าใช้จ่ายและผลขาดทุนที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า หลังความต้องการรถอีวีในตลาดสำคัญ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ขยายตัวช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้

ฮอนด้า จึงตัดสินใจระงับการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า 3 รุ่น ซึ่งเดิมมีแผนผลิตในอเมริกาเหนือ ถือเป็นการถอยกลับจากแผนลงทุนอีวีบางส่วน เพื่อควบคุมต้นทุนและปรับทรัพยากรให้สอดคล้องกับภาวะตลาด

สรุปข่าว

ซีอีโอฮอนด้า ขอโทษผู้ถือหุ้น หลังบริษัทขาดทุนสุทธิเต็มปีเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้าตลาดหุ้น จากต้นทุนปรับโครงสร้างธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมเร่งฟื้นกำไรภายใน 3 ปี และเดินหน้าความร่วมมือกับนิสสันและมิตซูบิชิ

ฮอนด้า มอเตอร์ เผชิญจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ หลังรายงานผลขาดทุนสุทธิเต็มปีเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อปี 2500 หรือเกือบ 70 ปีก่อน โทชิฮิโระ มิเบะ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของฮอนด้า กล่าวขอโทษต่อผู้ถือหุ้นในการประชุมสามัญประจำปีที่กรุงโตเกียว พร้อมยอมรับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักต่อการบริหารงานและการตัดสินใจปรับยุทธศาสตร์รถยนต์ไฟฟ้าของบริษัท

ในปีงบประมาณ 2568 ซึ่งสิ้นสุดเดือนมีนาคม ฮอนด้าขาดทุนสุทธิ 423,940 ล้านเยน หรือประมาณ 89,000 ล้านบาท สาเหตุสำคัญมาจากค่าใช้จ่ายและผลขาดทุนที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า หลังความต้องการรถอีวีในตลาดสำคัญ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ขยายตัวช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้

ฮอนด้า จึงตัดสินใจระงับการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า 3 รุ่น ซึ่งเดิมมีแผนผลิตในอเมริกาเหนือ ถือเป็นการถอยกลับจากแผนลงทุนอีวีบางส่วน เพื่อควบคุมต้นทุนและปรับทรัพยากรให้สอดคล้องกับภาวะตลาด

อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่าจะกลับมามีกำไรได้อีกครั้งในปีงบประมาณปัจจุบัน และตั้งเป้าเปลี่ยนธุรกิจรถยนต์ให้กลับมาเป็นแหล่งรายได้ที่มั่นคงและสร้างผลกำไรได้ภายในระยะเวลา 3 ปี

มิเบะ ระบุว่า ภารกิจสำคัญของฝ่ายบริหาร คือการนำฮอนด้ากลับเข้าสู่เส้นทางการเติบโตโดยเร็ว พร้อมเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านการเดินทางที่หลากหลาย และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม

อีกหนึ่งทิศทางที่ต้องจับตา คือความร่วมมือระหว่างฮอนด้า นิสสัน มอเตอร์ และมิตซูบิชิ มอเตอร์ส แม้ก่อนหน้านี้แผนควบรวมธุรกิจระหว่างฮอนด้ากับนิสสันจะไม่เกิดขึ้น แต่ทั้ง 3 บริษัท ยังคงเจรจาความร่วมมือในหลายด้าน

โครงการที่อยู่ระหว่างหารือ ครอบคลุมแพลตฟอร์มรถยนต์ยุคใหม่ที่ควบคุมการทำงานด้วยซอฟต์แวร์ หรือซอฟต์แวร์ดีไฟน์เวฮิเคิล รวมถึงการพัฒนาและจัดหาแบตเตอรี่ร่วมกัน เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับผู้ผลิตรถยนต์จีนและผู้เล่นระดับโลก

แม้ยังไม่มีการประกาศข้อตกลงอย่างเป็นทางการ แต่มิเบะเปิดเผยว่า การเจรจามีความคืบหน้า และบางโครงการใกล้เข้าสู่ขั้นตอนประกาศรายละเอียดแล้ว

ที่ประชุมผู้ถือหุ้นยังอนุมัติแต่งตั้งกรรมการบริษัททั้งหมด 11 คน รวมถึงมิเบะให้ดำรงตำแหน่งต่อไป พร้อมแต่งตั้ง มาฮิโตะ ชิกามะ ผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับ 3 และรถยนต์ที่ควบคุมด้วยซอฟต์แวร์ เข้ามาเป็นกรรมการคนใหม่

อย่างไรก็ตาม ผู้ถือหุ้นบางส่วนยังตั้งคำถามต่อความล่าช้าในการตัดสินใจ และมองว่ายุทธศาสตร์ในอนาคตของฮอนด้ายังขาดความชัดเจน

ความท้าทายต่อจากนี้จึงไม่ใช่เพียงการกลับมาทำกำไร แต่ยังรวมถึงการพิสูจน์ว่า ฮอนด้าจะสามารถปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์โลก และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ถือหุ้นกลับคืนมาได้หรือไม่