TNN online สหรัฐฯฉีดวัคซีนโควิดให้เด็ก 5-11 ปี เกือบ 1 ล้านคนภายใน 3 วัน

TNN ONLINE

เกาะติด COVID-19

สหรัฐฯฉีดวัคซีนโควิดให้เด็ก 5-11 ปี เกือบ 1 ล้านคนภายใน 3 วัน

สหรัฐฯฉีดวัคซีนโควิดให้เด็ก 5-11 ปี เกือบ 1 ล้านคนภายใน 3 วัน

สหรัฐฯฉีดวัคซีนให้ประชากรแล้วกว่า 434 ล้านเข็ม ล่าสุดฉีดให้เด็ก 5-11 ปี เกือบ 1 ล้านคนภายใน 3 วัน

วันนี้( 11 พ.ย.64) คณะทำงานของทำเนียบขาว เปิดเผยความคืบหน้า โครงการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้เด็กอายุ 5-11 ปี 3 วันที่ผ่านมา มีเด็กได้รับวัคซีนเข็มแรกแล้ว 900,000 คน โดยปัจจุบันมีศูนย์ฉีดวัคซีนสำหรับเด็ก 20,000 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งที่คลินิกแพทย์ ร้านขายยา และศูนย์สาธารณสุขประจำชุมชนต่างๆ ขณะที่มีผู้ปกครองมาลงชื่อบุตรหลานที่จะเข้ารับวัคซีนเข็มแรกอีกราว 700,000 คนแล้ว

ในช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐฯฉีดวัคซีนโควิดให้ประชาชนเฉลี่ยวันละ 300,000 คน มากที่สุดในรอบกว่าหนึ่งเดือน และตั้งแต่เริ่มใช้มาตรการบังคับให้ลูกจ้างภาครัฐและเอกชนฉีดวัคซีนโควิดเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา อัตราการฉีดวัคซีนในอเมริกาเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 40 และจนถึงขณะนี้มีการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน หรือ บูสเตอร์ ให้ประชาชนในสหรัฐฯไปแล้ว 25 ล้านเข็มแล้ว

ขณะที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค หรือ ซีดีซี ของสหรัฐ ระบุว่า สหรัฐฯฉีดวัคซีนให้ประชากรในประเทศแล้วกว่า 434 ล้านเข็ม ส่วนผู้ติดเชื้อรายวันเมื่อวานนี้เพิ่มมากว่า 9 หมื่นคน และเสียชีวิตอีกเกือบ 1,500 คน

องค์การอนามัยโลก หรือ WHO เปิดเผยรายงานล่าสุด ระบุว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโควิดกำลังลดลงทั่วโลก ยกเว้นเพียงยุโรป ที่มียอดผู้เสียชีวิตจากโควิด เพิ่มร้อยละ 10 ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ขณะนี้ ยุโรปกลายเป็นเพียงพื้นที่เดียวในโลก ที่ทั้งผู้เสียชีวิตและผู้ติดเชื้อยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 3 ล้านคนทั่วโลกในรอบ 7 วันที่ผ่านมา ในจำนวนนี้ เกือบ 2 ใน 3 หรือ ประมาณ 1.9 ล้านคนอยู่ในยุโรป โดยยุโรปติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้านั้น ในขณะที่ทั่วโลกติดโควิดเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 1 ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตทั่วโลกในรอบสัปดาห์ล่าสุด ลดลงประมาณร้อยละ 4 และลดลงในทุกทวีป ยกเว้นเพียงยุโรปทวีปเดียว

ส่วนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทวีปแอฟริกา จำนวนผู้เสียชีวิตลดลงเกือบ 1 ใน 3 แม้ว่าทั้ง 2 พื้นที่ต่างประสบปัญหาขาดแคลนวัคซีนก็ตาม ขณะที่ในทวีปอเมริกา พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ในรอบสัปดาห์ ลดลงร้อยละ 5 และจำนวนผู้เสียชีวิตในรอบสัปดาห์ ลดลงถึงร้อยละ 14 โดยสหรัฐฯ เป็นประเทศที่มีตัวเลขผู้เสียชีวิตจากโควิดสูงที่สุด

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผู้อำนวยภาคพื้นยุโรปของ WHO เพิ่งระบุว่า ยุโรปได้หวนกลับมาเป็น “ศูนย์กลางการระบาดโควิด-19 อีกครั้ง พร้อมเตือนว่า ยุโรปอาจมีผู้เสียชีวิตจากโควิดเพิ่มอีก 500,000 คนภายในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า หากยังไม่มีมาตรการเพื่อหยุดยั้งการระบาด

ด้านรัฐบาลสหราชอาณาจักร เตรียมรับรองวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีการใช้งานกรณีฉุกเฉินของ WHO ซึ่งจะเพิ่มวัคซีนของซิโนแวคและซิโนฟาร์ม รวมถึงวัคซีนโควาซินของอินเดีย เข้ารายการวัคซีนที่ได้รับอนุมัติสำหรับนักเดินทางขาเข้าของประเทศ โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายนเป็นต้นไป ซึ่งหมายความว่านักเดินทางที่ได้รับวัคซีนเหล่านี้ครบสองโดส และได้รับใบรับรองการฉีดวัคซีนจากประเทศที่ผ่านการรับรองมากกว่า 135 แห่ง จะไม่จำเป็นต้องตรวจโรคก่อนออกเดินทาง และไม่ต้องตรวจโรคหลังเดินทางมาถึงครบ 8 วันรวมทั้งไม่ต้องกักตัวเมื่อเดินทางมาถึงสหราชอาณาจักรอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม ยังจำเป็นต้องตรวจโรคหลังเดินทางมาถึงทันที ด้วยวิธีตรวจแบบ RT-PCR โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อยืนยันว่าไม่มีผลตรวจโรคเป็นบวก



แฟ้มภาพ TNN Online

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง