WHO เตรียมทำภารกิจหาต้นตอโควิด-19 ระบาดในอู่ฮั่น

TNN ONLINE

เกาะติด COVID-19

WHO เตรียมทำภารกิจหาต้นตอโควิด-19 ระบาดในอู่ฮั่น

WHO เตรียมทำภารกิจหาต้นตอโควิด-19 ระบาดในอู่ฮั่น

WHO เตรียมปฏิบัติภารกิจตรวจสอบหาแหล่งที่มาและต้นตอการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในเมืองอู่ฮั่น หลังจะหมดเวลากักตัว 2 สัปดาห์ในอีก 24 ชั่วโมงข้างหน้านี้

วันนี้( 28 ม.ค.64) คณะเจ้าหน้าที่สอบสวนขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO เตรียมออกจากสถานที่กักตัวในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน และเริ่มภารกิจที่รอดคอยมานานในการตรวจหาต้นตอ หรือแหล่งที่มาการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โควิด-19 โดยสมาชิก 13 คนของ WHO จะเสร็จสิ้นการกักตัวนาน 2 สัปดาห์ในอีก 24 ชั่วโมงข้างหน้านี้ ซึ่งเป็นกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในการเข้าเมืองอู่ฮั่นที่เคยเป็นศูนย์กลางระบาดของไวรัสโควิดที่แพร่เชื้อไปทั่วโลก แต่ขณะนี้ผ่านมาหนึ่งปี ประชาชนส่วนใหญ่ในเมืองอู่ฮั่นกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติแล้ว

ภารกิจการตรวจสอบอย่างละเอียดและระมัดระวังของคณะเจ้าหน้าที่ จะถือเป็นงานที่สำคัญมาก เนื่องจากพวกเขาต้องตรวจสอบในสิ่งที่ดูเหมือนว่าจะมีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อดูว่าไวรัสระบาดได้อย่างไร

มารีออน คูปแมนส์ นักไวรัสวิทยาหญิงชาวดัทช์และสมาชิกในทีม กล่าวกับซีเอ็นเอ็นในช่วงเช้าวันพุธว่า สายตาทั่วโลกต่างพุ่งเป้ามาที่ภารกิจนี้ ทั่วโลกต่างแสดงความคิดเห็นต่างๆนาๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ ขณะที่เตรียมประชุมรอบสุดท้ายก่อนออกจากโรงแรมที่กักตัว เธอกล่าวว่า พวกเราตระหนักดีไม่มีทางหลีกเลี่ยง นั่นคือเหตุผลที่เราพยายามให้ความสำคัญอย่างแท้จริง เราเป็นนักวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่นักการเมืองเพราะฉะนั้น เราต้องมองเรื่องนี้ในมุมมองทางวิทยาศาสตร์

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คณะกรรมการอิสระเพื่อการเตรียมพร้อมและตอบสนองต่อโรคระบาด (Independent Panel for Pandemic Preparedness and Response) แถลงว่า ทั้ง WHO และจีนสามารถควบคุมไวรัสโควิด-19 ได้อย่างรวดเร็วตั้งแต่เริ่มต้นการระบาดแล้ว และยังมีหลายประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสหรัฐและออสเตรเลีย กล่าวหาจีนว่าลดทอนความรุนแรงของการระบาดในช่วงแรกของการเริ่มระบาดและไม่ดำเนินการตอบโต้อย่างมีประสิทธิภาพ จนกระทั่งสายเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจ้าหน้าที่ในเมืองอู่ฮั่น ถูกกล่าวหาว่าปิดปากเงียบ และปกปิดหลักฐานการแพร่เชื้อไวรัสระหว่างจากคนสู่คน ซ้ำรอยกับเหตุการณ์การระบาดของโรคซาร์ส ในปี พ.ศ. 2546

ทั้งนี้ WHO ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนักด้วย เมื่ออดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐในขณะนั้น กล่าวเมื่อปีที่แล้วว่า WHO เป็นหุ่นเชิดของจีน และประกาศระงับการสนับสนุนทางการเงินให้แก่ WHO แต่หลังจากสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ก็เปลี่ยนแปลงคำสั่งของทรัมป์ และให้การสนับสนุน WHO เหมือนเดิม




เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live
twitter : TNNONLINE
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE
Instagram : TNN_ONLINE
TIKTOK : @TNNONLINE