เจาะลึกงบ NVIDIA โตทะลุเป้า ชี้โอกาสลงทุนหุ้นไทยรับอานิสงส์ Data Center

Share on Line Share on Facebook Share on X

รายการ WEALTH LIVE สัมภาษณ์ คุณประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด วิเคราะห์ทิศทางการลงทุนหลังการประกาศงบการเงินของบริษัท NVIDIA ที่ออกมาแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ พร้อมประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยที่ยังคงเป็นหลุมหลบภัยที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน

ผลประกอบการล่าสุดของ NVIDIA สะท้อนการเติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีรายได้รวมสูงถึง 8.16 หมื่นล้านเหรียญ ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 4.5 หมื่นล้านเหรียญ สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 4.3 หมื่นล้านเหรียญ ทั้งนี้ ข้อมูลบางส่วนยังระบุตัวเลขกำไรสุทธิที่อาจสูงถึง 5.38 หมื่นล้านเหรียญ บริษัทสามารถทำอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ได้ถึง 71% และอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) สูงถึง 75% ซึ่งตอกย้ำให้เห็นถึงประสิทธิภาพและอำนาจในการตั้งราคาชิปที่เหนือกว่าคู่แข่งในตลาด

กลุ่มธุรกิจ Data Center ยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก โดยสร้างยอดขายได้ถึง 7.5 หมื่นล้านเหรียญ พร้อมกันนี้ NVIDIA ยังเดินหน้าเร่งขยายการสร้างโรงงานผลิตชิป (AI Factory) ในหลายประเทศอย่างรวดเร็ว เช่น สิงคโปร์ และเวียดนาม สำหรับไตรมาสถัดไป มีการคาดการณ์ว่ารายได้ของบริษัทจะเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 1 หมื่นล้านเหรียญ ไปแตะที่ระดับ 9.1 หมื่นล้านเหรียญ

สรุปข่าว

เจาะลึกผลประกอบการ NVIDIA ที่เติบโตแข็งแกร่งทะลุเป้าหมาย แต่ราคาหุ้นกลับชะลอตัวจากปัจจัยด้านการแข่งขันและความคาดหวังของตลาดที่สะท้อนไปแล้ว พร้อมประเมินทิศทางตลาดหุ้นเอเชียเชิงบวก และชี้โอกาสการลงทุนในตลาดหุ้นไทยที่โดดเด่นในฐานะ 'หลุมหลบภัย' (Safe Haven) โดยแนะจับตาหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์จาก Data Center ท่ามกลางความไม่แน่นอนของปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่นักลงทุนยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

รายการ WEALTH LIVE สัมภาษณ์ คุณประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด วิเคราะห์ทิศทางการลงทุนหลังการประกาศงบการเงินของบริษัท NVIDIA ที่ออกมาแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ พร้อมประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยที่ยังคงเป็นหลุมหลบภัยที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน

ผลประกอบการล่าสุดของ NVIDIA สะท้อนการเติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีรายได้รวมสูงถึง 8.16 หมื่นล้านเหรียญ ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 4.5 หมื่นล้านเหรียญ สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 4.3 หมื่นล้านเหรียญ ทั้งนี้ ข้อมูลบางส่วนยังระบุตัวเลขกำไรสุทธิที่อาจสูงถึง 5.38 หมื่นล้านเหรียญ บริษัทสามารถทำอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ได้ถึง 71% และอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) สูงถึง 75% ซึ่งตอกย้ำให้เห็นถึงประสิทธิภาพและอำนาจในการตั้งราคาชิปที่เหนือกว่าคู่แข่งในตลาด

กลุ่มธุรกิจ Data Center ยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก โดยสร้างยอดขายได้ถึง 7.5 หมื่นล้านเหรียญ พร้อมกันนี้ NVIDIA ยังเดินหน้าเร่งขยายการสร้างโรงงานผลิตชิป (AI Factory) ในหลายประเทศอย่างรวดเร็ว เช่น สิงคโปร์ และเวียดนาม สำหรับไตรมาสถัดไป มีการคาดการณ์ว่ารายได้ของบริษัทจะเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 1 หมื่นล้านเหรียญ ไปแตะที่ระดับ 9.1 หมื่นล้านเหรียญ

อย่างไรก็ตาม แม้ผลประกอบการจะเติบโตทะลุเป้า แต่ราคาหุ้นของ NVIDIA กลับชะลอตัวลงในช่วงการซื้อขายนอกเวลาทำการ (After-hours) ซึ่งคุณประกิตประเมินว่ามาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ สถิติย้อนหลังที่ราคาหุ้นมักจะพักตัวหลังประกาศงบและต้องใช้เวลาเฉลี่ยราว 1 เดือนในการฟื้นตัว การที่นักลงทุนมีความคาดหวังสูงและรับรู้ข่าวดีไปในราคาหุ้นแล้ว (Priced in) ตลอดจนการแข่งขันในอุตสาหกรรมชิปที่ทวีความรุนแรงขึ้น จากการที่คู่แข่งอย่าง AMD รวมถึงบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่าง Alphabet และ Amazon เริ่มหันมาพัฒนาชิปของตนเอง ทำให้สถานะการเป็นผู้ผลิตเพียงรายเดียวลดลง

ในส่วนของภาพรวมตลาดหุ้น ทิศทางตลาดเอเชียตอบรับในเชิงบวก โดยเฉพาะตลาดเกาหลีใต้ที่ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอย่าง Samsung และ SK Hynix สำหรับตลาดหุ้นไทย คุณประกิตมองว่าเป็นหลุมหลบภัย (Safe Haven) ที่ดีเยี่ยมสำหรับการลงทุน หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์มีความคึกคักอย่างเห็นได้ชัด เช่น DELTA และ HANA ที่มีแรงซื้อกลับมาอย่างโดดเด่น โดยแนะนำว่าสามารถถือลงทุนในระยะยาวต่อไปได้ นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากธุรกิจ Data Center ในประเทศไทยรวมถึงกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ก็ยังคงเป็นกลุ่มที่แนะนำให้ถือลงทุนต่อไปได้อย่างมั่นใจ

ด้านปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคและภูมิรัฐศาสตร์ การประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 20 ปี ล่าสุดมีผลลัพธ์ที่น่าพอใจ อัตราผลตอบแทน (Yield) ไม่พุ่งสูงขึ้น และความต้องการจากต่างชาติยังอยู่ในเกณฑ์ดี ช่วยลดความกังวลของตลาดลงได้ อย่างไรก็ดี ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ยังต้องติดตามใกล้ชิด โดยเฉพาะกรณีที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าการเจรจากับอิหร่านอยู่ใน "ขั้นตอนสุดท้าย" (Final stage) ซึ่งอาจตีความในเชิงลบถึงการเตรียมพร้อมเผชิญหน้ามากกว่าการจบลงด้วยข้อตกลงสันติภาพ ขณะที่ทิศทางราคาทองคำแม้จะมีการปรับตัวขึ้นแรงก่อนหน้านี้ แต่ประเมินว่าอาจเป็นเพียงการปรับขึ้นที่ยังไม่แข็งแกร่งนัก ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ต้องจับตาต่อไป

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน