
วันที่ 14 พฤษภาคม สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานรัฐบาลสหรัฐอเมริกาอนุมัติให้บริษัทจีนราว 10 แห่งสามารถซื้อชิป AI รุ่น H200 ของบริษัท NVIDIA ได้แล้ว แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการส่งมอบชิปแม้แต่ชิ้นเดียว ท่ามกลางความตึงเครียดด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ยังคงดำเนินต่อไป
สรุปข่าว
วันที่ 14 พฤษภาคม สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานรัฐบาลสหรัฐอเมริกาอนุมัติให้บริษัทจีนราว 10 แห่งสามารถซื้อชิป AI รุ่น H200 ของบริษัท NVIDIA ได้แล้ว แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการส่งมอบชิปแม้แต่ชิ้นเดียว ท่ามกลางความตึงเครียดด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ยังคงดำเนินต่อไป
รายงานระบุว่า ชิป H200 ถือเป็นชิป AI ที่ทรงพลังอันดับต้น ๆ ของ Nvidia และถูกใช้ในการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง เช่น แชตบอต AI ระบบสร้างภาพ ระบบวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ รวมถึงโมเดล AI ขนาดใหญ่ที่ต้องใช้พลังประมวลผลมหาศาล
สำหรับชิป AI เหล่านี้เปรียบเสมือนสมองของระบบ AI ยุคใหม่ ยิ่งชิปมีประสิทธิภาพสูงมากเท่าใด AI ก็จะยิ่งเรียนรู้ ประมวลผล และตอบสนองได้รวดเร็วและฉลาดมากขึ้นเท่านั้น ทำให้ชิปประเภทนี้กลายเป็นทรัพยากรสำคัญในการแข่งขันด้าน AI ของแต่ละประเทศ
บริษัทจีนที่ได้รับอนุมัติให้ซื้อชิป H200 มีทั้ง Alibaba, Tencent, ByteDance และ JD.com รวมถึงผู้จัดจำหน่ายอย่าง Lenovo และ Foxconn
แหล่งข่าวระบุว่า บริษัทจีนแต่ละแห่งอาจได้รับอนุญาตให้ซื้อชิปได้สูงสุดถึง 75,000 ชิ้น ภายใต้เงื่อนไขใบอนุญาตส่งออกของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนว่าดีลนี้มีมูลค่ามหาศาล และอาจส่งผลต่ออุตสาหกรรม AI ของจีนโดยตรง
อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลสหรัฐฯ จะอนุมัติแล้ว แต่ข้อตกลงกลับหยุดชะงัก เนื่องจากมีรายงานว่าทางการจีนเริ่มส่งสัญญาณให้บริษัทในประเทศชะลอหรือหลีกเลี่ยงการซื้อชิปจากสหรัฐฯ มากขึ้น เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ภายในประเทศของตนเอง
โดยเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) ถือเป็นชิปอิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กที่เป็นหัวใจของอุปกรณ์แทบทุกชนิด ตั้งแต่สมาร์ตโฟน รถยนต์ คอมพิวเตอร์ ไปจนถึงระบบ AI ขั้นสูง ปัจจุบันชิปกลายเป็นทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญมาก จนถูกมองว่าเป็นน้ำมันแห่งโลกยุคดิจิทัลก็ว่าได้
การเปิดไฟเขียวในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้จะมีการอนุมัติทางการค้าแล้ว แต่สงครามเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังคงส่งผลกระทบอย่างหนักต่อธุรกิจระดับโลก โดยเฉพาะ Nvidia ซึ่งปัจจุบันเป็นบริษัทผู้ผลิตชิป AI ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีมูลค่าตลาดสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ก่อนหน้านี้ Nvidia เคยครองตลาดชิป AI ระดับสูงในจีนมากถึงประมาณ 95% และจีนเคยสร้างรายได้ให้บริษัทถึง 13% ของรายได้ทั้งหมด ขณะที่ เจนเซน หวง (Jensen Huang) ซีอีโอของ Nvidia เคยประเมินว่า ตลาด AI ของจีนเพียงประเทศเดียว อาจมีมูลค่าสูงถึง 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.8 ล้านล้านบาท ภายในปีนี้
รายงานยังระบุว่า เจนเซน หวง ได้ร่วมเดินทางเยือนจีนพร้อมคณะของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังได้รับคำเชิญในนาทีสุดท้าย โดยการเดินทางครั้งนี้ถูกมองว่าอาจช่วยปลดล็อกปัญหาการขายชิป AI ให้จีนที่ติดขัดมานาน
ด้านรัฐบาลจีนเองก็พยายามเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมชิปภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ หลังถูกจำกัดการเข้าถึงชิป AI รุ่นล้ำสมัยหลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
เหตุการณ์นี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องการซื้อขายชิปคอมพิวเตอร์ธรรมดา แต่เป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันระดับโลกด้าน AI เทคโนโลยี และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ระหว่างสองมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและจีน ที่กำลังเข้มข้นมากขึ้นเรื่อย ๆ
- "จีน-สหรัฐฯ" บทบาทใหม่ พันธมิตร มากกว่าการเป็น คู่แข่ง หวังปี 69 ปีแห่งประวัติศาสตร์และหมุดหมายสำคัญ
- "ทรัมป์-สีจิ้นผิง" หารือ มหาอำนาจไม่ควรเป็นศัตรู สานสัมพันธ์ใน “โลกที่ถึงทางแยก”
- รูบิโอ กล่าวจะโน้มน้าวจีน กดดันอิหร่านเปิดฮอร์มุซ ระหว่างทรัมป์หารือสี จิ้นผิง
- เป็นไปได้หรือไม่? สหรัฐฯ กับจีน รวมพลังกันบริหารโลก ภายใต้ชื่อ "G2"
- สหรัฐเผยดัชนี CPI พุ่ง 3.8% เดือน เม.ย. สูงสุดรอบ 3 ปี
