กองทัพเรืออังกฤษ ทดสอบเรือบรรทุกโดรนไร้คนขับ รับจบทุกกระบวนการใช้โดรน แบบไม่มีคนบนเรือแม้แต่คนเดียว

Share on Line Share on Facebook Share on X
กองทัพเรืออังกฤษ ทดสอบเรือบรรทุกโดรนไร้คนขับ รับจบทุกกระบวนการใช้โดรน แบบไม่มีคนบนเรือแม้แต่คนเดียว

กองทัพเรือสหราชอาณาจักร ประสบความสำเร็จในการสาธิตระบบเรือผิวน้ำไร้คนขับ (Uncrewed Surface Vessel: USV) ที่สามารถปล่อยและจัดเก็บโดรนทางอากาศได้ด้วยตัวเองแบบอัตโนมัติ 100% กลางมหาสมุทร โดยไม่ต้องมีมนุษย์ประจำการบนยานพาหนะทั้งสองเลยแม้แต่คนเดียว



สรุปข่าว

ACUA Ocean ร่วมกับ Teledyne FLIR เปิดตัวระบบเรือหุ่นยนต์ไร้คนขับ USV Pioneer ที่ผสานแท่นปล่อยโดรน SkyCarrier และโดรน SkyRanger R70 แบบผูกสายส่งพลังงาน (T-UAS) สำเร็จเป็นครั้งแรก ชูจุดเด่นสอดแนมกลางมหาสมุทรไร้ขีดจำกัดแบตเตอรี่ นานหลายสัปดาห์ ทนคลื่นสูง 4.25 เมตร เพื่อปูทางสู่ภารกิจปราบเรือดำน้ำและคุ้มกันสายเคเบิลใต้น้ำของราชนาวีอังกฤษ

กองทัพเรือสหราชอาณาจักร ประสบความสำเร็จในการสาธิตระบบเรือผิวน้ำไร้คนขับ (Uncrewed Surface Vessel: USV) ที่สามารถปล่อยและจัดเก็บโดรนทางอากาศได้ด้วยตัวเองแบบอัตโนมัติ 100% กลางมหาสมุทร โดยไม่ต้องมีมนุษย์ประจำการบนยานพาหนะทั้งสองเลยแม้แต่คนเดียว



ภาพรวมโครงการเรือบรรทุกโดรนไร้คนขับ

โครงการทดสอบดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างเอซีซียูเอ โอเชียน (ACUA Ocean) บริษัทหุ่นยนต์ทางทะเลจากสหราชอาณาจักร เทเลไดน์ ฟลิร์ ดีเฟนส์ (Teledyne FLIR Defense) ผู้ผลิตเซนเซอร์และโดรนชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา และพันธมิตรอุตสาหกรรมทางทะเล โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงานนวัตกรรมป้องกันประเทศสหราชอาณาจักร (UK Defence Innovation: UKDI) ของกระทรวงกลาโหมที่มุ่งเน้นการผลักดันเทคโนโลยีขั้นต้นที่มีศักยภาพทางทหาร 

โดยการสาธิตนี้เน้นการบูรณาการระบบเรือผิวน้ำไร้คนขับ (Uncrewed Surface Vessel: USV) และระบบอากาศยานไร้คนขับแบบผูกสายส่งพลังงาน (Tethered Uncrewed Aerial System: T-UAS) ซึ่งจะเข้ามาปฏิวัติรูปแบบการสอดแนมและปกป้องน่านน้ำของกองทัพเรือสหราชอาณาจักร (Royal Navy) ในอนาคต

ส่วนประกอบเรือบรรทุกโดรนไร้คนขับของอังกฤษ

ปฏิบัติการครั้งนี้อาศัยการทำงานสอดประสานกันของอุปกรณ์หลัก 3 ส่วน ได้แก่ เรือผิวน้ำไร้คนขับ USV Pioneer แท่นปล่อย SkyCarrier และโดรน SkyRanger R70

เรือผิวน้ำไร้คนขับ USV Pioneer

เรือหุ่นยนต์ไร้คนขับลำแรกของสหราชอาณาจักรที่ได้รับการรับรองจากสถาบันรับรองมาตรฐานทางเรือระดับโลก Lloyd's Register ให้สามารถควบคุมปฏิบัติการทางไกลได้ 

ตัวเรือได้รับการออกแบบโครงสร้างให้มีเสถียรภาพการโคลง (Seakeeping) สูงเป็นพิเศษ โดยผลการทดสอบในเดือนมกราคม 2026 ยืนยันว่า USV Pioneer สามารถโต้คลื่นที่มีความสูง 4.25 เมตร ได้อย่างมั่นคง โดยลดการโคลงของเรือ (Roll) ลงได้ถึง 60% และลดอัตราการโคลงสูงสุดลงถึง 4 เท่าเมื่อเทียบกับเรือตัวถังเดียว (Monohull) แบบดั้งเดิม

แท่นปล่อย SkyCarrier และโดรน SkyRanger R70 

แท่นปล่อยและจัดเก็บโดรนอัตโนมัติ SkyCarrier ของ Teledyne FLIR ถูกติดตั้งบนดาดฟ้าเรือ Pioneer ทำหน้าที่กางออกเป็นลานจอดจำลองเพื่อปล่อยโดรน SkyRanger R70 ขึ้นสู่อากาศและจัดเก็บกลับแบบอัตโนมัติแม้ในขณะเรือกำลังเคลื่อนที่

จุดเด่นเรือบรรทุกโดรนไร้คนขับของอังกฤษ

ความล้ำหน้าทางเทคนิคที่สำคัญคือการใช้ สายเคเบิลส่งผ่านพลังงานและข้อมูล (Managed power and data tether) เชื่อมต่อระหว่างตัวโดรนและเรือ Pioneer แทนการบินด้วยแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว 

สายส่งพลังงานนี้ช่วยขจัดข้อจำกัดด้านระยะเวลาทำการของโดรน ทำให้ตัวเครื่องสามารถลอยตัวสอดแนมทางอากาศได้ต่อเนื่องยาวนานหลายสัปดาห์ (Multi-week endurance) โดยไม่ต้องลงจอดเพื่อชาร์จไฟ พร้อมทั้งยึดพิกัดตำแหน่งของโดรนให้อยู่เหนือตัวเรือตลอดเวลา

ตัวโดรน SkyRanger R70 ยังได้รับการติดตั้งระบบประมวลผลขอบ (Edge AI) ผ่านชิปประมวลผล NVIDIA ในตัว เพื่อประมวลผลอัลกอริทึมการตรวจจับและจำแนกประเภทวัตถุได้แบบเรียลไทม์ พร้อมกล้องคอมพิวเตอร์วิชัน 4 ตัว และชุดเซนเซอร์ถ่ายภาพความร้อน/แสงขาว (EO/IR) ความละเอียดสูง ทำให้นำเสนอขีดความสามารถการสอดแนม ISR บนโครงสร้างตัวถังโดรนขนาดเล็กกว่าทั่วไปได้

การวางยุทธศาสตร์เรือบรรทุกโดรนไร้คนขับของอังกฤษ

กองทัพเรืออังกฤษตั้งเป้าให้เรือบรรทุกโดรนไร้คนขับเป็นกองกำลังคล่องตัวสูง ที่สามารถดูแลโครงสร้างพื้นฐานทั้งกิจการพลเรือนและทางทหารได้ง่ายขึ้น ทั้งในในสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงภัย หรือซ้ำซาก หรือน่าเบื่อหน่ายได้ (3D: Dull, Dirty, Dangerous)

โดยระบบร่วม T-UAS และ USV คาดว่าจะพร้อมสำหรับการปฏิบัติการจริงในภารกิจสำคัญ ได้แก่

  • การสนับสนุนสงครามต่อต้านเรือดำน้ำ (Anti-Submarine Warfare: ASW): ตรวจจับและติดตามเรือดำน้ำฝ่ายตรงข้าม

  • มาตรการต่อต้านทุ่นระเบิด (Mine Countermeasures): ค้นหาและทำลายวัตถุระเบิดทางทะเล

  • การปกป้องโครงสร้างพื้นฐานวิกฤตทางทะเล (Critical Maritime Infrastructure): เฝ้าระวังสายเคเบิลสื่อสารใต้น้ำและแท่นขุดเจาะพลังงานนอกชายฝั่ง ซึ่งกำลังเผชิญความเสี่ยงจากการก่อวินาศกรรมและการสอดแนมจากชาติคู่สงครามในน่านน้ำยุโรป


ที่มาข้อมูล : Defene-Blog, ACUA Ocean

ที่มารูปภาพ : ACUA Ocean