สตาร์ตอัปอเมริกาผลิตโดรน FPV ราคาถูก แต่ปลอดชิ้นส่วนจากจีน 100% จนอเมริกาต้องซื้อล็อตใหญ่กว่า 16,800 ล้านบาท
กระทรวงการสงคราม (Department of War) ของสหรัฐอเมริกา หรือเพนตากอน (Pentagon) ประกาศข้อตกลงทางยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญด้วยการมอบสัญญาจัดซื้อจัดจ้างมูลค่าสูงสุด 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รือกว่า 16,800 ล้านบาท ให้แก่ เนรอส เทคโนโลยีส์ (Neros Technologies) สตาร์ตอัปด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศ เพื่อทำหน้าที่ผลิตและจัดหาอากาศยานไร้คนขับประเภทโจมตีด้วยมุมมองบุคคลที่หนึ่ง หรือ ฝูงโดรนพลีชีพ FPV (First-Person-View Attack Drones) ต้นทุนต่ำป้อนเข้าสู่กองทัพ
สรุปข่าว
กระทรวงการสงคราม (Department of War) ของสหรัฐอเมริกา หรือเพนตากอน (Pentagon) ประกาศข้อตกลงทางยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญด้วยการมอบสัญญาจัดซื้อจัดจ้างมูลค่าสูงสุด 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รือกว่า 16,800 ล้านบาท ให้แก่ เนรอส เทคโนโลยีส์ (Neros Technologies) สตาร์ตอัปด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศ เพื่อทำหน้าที่ผลิตและจัดหาอากาศยานไร้คนขับประเภทโจมตีด้วยมุมมองบุคคลที่หนึ่ง หรือ ฝูงโดรนพลีชีพ FPV (First-Person-View Attack Drones) ต้นทุนต่ำป้อนเข้าสู่กองทัพ
Neros Technologies ผู้ผลิตโดรน Archer คือใคร ?
Neros Technologies ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2023 ณ เมืองเอลเซกุนโด รัฐแคลิฟอร์เนีย โดย โซเรน มอนโร-แอนเดอร์สัน (Soren Monroe-Anderson) และ โอลาฟ ฮิชวา (Olaf Hichwa) สองอดีตผู้เชี่ยวชาญด้านการแข่งขันโดรนระดับประเทศ
ซึ่งสามารถยกระดับสายการผลิตโดรนสกัดกั้นทางยุทธศาสตร์ให้เติบโตอย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับความต้องการระบบอาวุธแบบใช้แล้วทิ้ง (Expendable weapons) ในสมรภูมิยุคใหม่
สเปกวิศวกรรมโดรน Archer
นวัตกรรมเรือธงของบริษัทคือ "อาร์เชอร์" (Archer) โดรนคอร์ปเตอร์ 4 ใบพัด (Quadcopter) ที่ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้สถาปัตยกรรมความมั่นคงขั้นสูงสุด โดยจุดเด่นทางวิศวกรรมที่สำคัญที่สุดคือการ ปราศจากชิ้นส่วนที่ผลิตจากประเทศจีน 100% (Chinese-component-free) เพื่อแก้ไขปัญหาความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมโดรนพาณิชย์ที่มักพึ่งพาซัพพลายเออร์จากจีน
ในด้านขีดความสามารถเชิงยุทธวิธี โดรน Archer รองรับเพย์โหลดบรรทุกวัตถุระเบิดและยุทโธปกรณ์น้ำหนักสูงสุด 4.5 ปอนด์ (ประมาณ 2 กิโลกรัม) และมีพิสัยการบินโจมตีไกลกว่า 12 ไมล์ (ประมาณ 19 กิโลเมตร)
ระบบควบคุมอาศัยแว่นตาวิดีโอแสดงผลแบบเรียลไทม์ (FPV Goggles) ทำให้ผู้บังคับสามารถควบคุมโดรนพุ่งชนเป้าหมายเคลื่อนที่ รถหุ้มเกราะ หรือที่มั่นข้าศึกได้อย่างแม่นยำในระดับเซนติเมตร
นอกจากนี้ บริษัทยังได้พัฒนาสถาปัตยกรรมแยกย่อยในชื่อ Archer Strike (ขนาด 5 นิ้ว และ 10 นิ้ว) ภายใต้โครงการ Purpose-Built Attritable Systems (PBAS) ของกองทัพบกสหรัฐฯ
ซึ่งทำงานประสานกับ "แฟลตโบว์" (Flatbow) สถานีควบคุมภาคพื้นดินรุ่นพกพาที่บูรณาการระบบต่อต้านการกวนสัญญาณ เพื่อให้สามารถปฏิบัติการได้ในสภาวะสงครามอิเล็กทรอนิกส์ (Contested electromagnetic environments) ที่มีความหนาแน่นสูง
Archer กลายเป็นโดรนยุทธศาสตร์ของกลาโหมอเมริกา
ปัจจัยที่ทำให้ Neros ได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาลกลาง คือขีดความสามารถในการขยายกำลังการผลิต (Scalability) ที่พุ่งสูงถึง 2,000 ลำต่อวัน
โดยสัดส่วน 2 ใน 3 ถูกจัดส่งไปยังแนวหน้าของกองทัพยูเครนภายใต้ข้อตกลง 6,000 ลำร่วมกับกลุ่มพันธมิตรโดรนนานาชาติ ขณะที่อีก 1 ใน 3 ถูกกระจายไปยังหน่วยงานความมั่นคงสหรัฐฯ รวมถึงกองพลทหารราบ กองกำลังปฏิบัติการพิเศษ (US SOCOM) และกองทัพเรือ
ก่อนหน้านี้หน่วยนาวิกโยธินสหรัฐฯ (USMC) ได้จัดซื้อโดรน Archer Strike ที่ติดตั้งหัวรบเจาะเกราะคราเคน (Kraken Kinetics) จำนวน 8,000 ลำ ด้วยมูลค่า 17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ซึ่งประเมินต้นทุนเฉลี่ยเพียง 2,125 ดอลลาร์สหรัฐต่อลำ ต่ำกว่าเพดานราคากลางที่กองทัพสหรัฐฯ กำหนดไว้ที่ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐอย่างมีนัยสำคัญ
ด้วยประสิทธิภาพด้านต้นทุนและกำลังการผลิตมหาศาล สำนักงานทุนยุทธศาสตร์ (Office of Strategic Capital: OSC) ของเพนตากอน จึงเข้าเจรจาเพื่อถือหุ้นโดยตรงในเทคโนโลยีของ Neros ซึ่งเพิ่งปิดการระดมทุนรอบ Series B มูลค่า 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ดันยอดระดมทุนรวมทะลุ 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 4,000 ล้านบาท
การลงทุนดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่ออุดช่องโหว่ด้านห่วงโซ่การผลิตตามยุทธศาสตร์ Drone Dominance เนื่องจากปัจจุบันสหรัฐฯ มีกำลังการผลิตโดรนในประเทศเพียง 100,000 ลำต่อปี ซึ่งห่างไกลจากกำลังการผลิตของยูเครนที่ทำได้สูงถึง 4 - 10 ล้านลำต่อปี
- ความเชื่อมั่น "จีน" พุ่งแซงหน้าสหรัฐฯ จากผลสำรวจ 36 ประเทศ ทั่วโลก
- จีนเตือนรับมือพายุ 5–6 ลูก หลังฝนหนักสุดในรอบ 65 ปี
- คาด "GDP" จีนชะลอตัว ลุ้นรัฐผุดมาตรการหนุน
- ฉงชิ่งเปิดพัดลมยักษ์ ตั้งริมถนนสู้อากาศร้อน หลังเผชิญคลื่นความร้อนเร็วกว่าปกติ
- นอร์เวย์เปิดตัวโดรนสำหรับทำลายโดรน เล็ก เบา เคลมถูกกว่าขีปนาวุธสกัดโดรน 10 เท่า
ที่มาข้อมูล : Defence-Blog, WSJ, Neros Technologies, Tectonic Defense
ที่มารูปภาพ : DVIDS, Neros Technologies
