คาด "GDP" จีนชะลอตัว ลุ้นรัฐผุดมาตรการหนุน

Share on Line Share on Facebook Share on X

ผลสำรวจความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์ 54 รายที่จัดทำโดย “รอยเตอร์ส” ระบุว่า GDP ในไตรมาส 2 ปีนี้ มีแนวโน้มเติบโตร้อยละ 4.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ชะลอตัวลงจากร้อยละ 5.0 ในไตรมาสแรก

เศรษฐกิจจีนไตรมาส 2 น่าจะชะลอตัวลง หลังจากเริ่มต้นปีอย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากความต้องการบริโภคภายในประเทศและการลงทุนภาคเอกชนที่แผ่วลงมีส่วนบั่นทอนแรงหนุนจากการส่งออกที่แข็งแกร่งในช่วงวิกฤตพลังงาน ท่ามกลางปัญหาในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยืดเยื้อและราคาน้ำมันโลกที่ผันผวน

นักวิเคราะห์จาก “โกลด์แมน แซคส์” ระบุว่า เศรษฐกิจจีนเติบโตอย่างไม่สม่ำเสมอมากขึ้น การส่งออกยังคงเป็นตัวหนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม แต่ความต้องการบริโภคในประเทศลดลงอย่างเห็นได้ชัด ขณะเดียวกันแรงหนุนจากการส่งออกไม่ได้ส่งผลให้ตลาดแรงงานแข็งแกร่งขึ้นหรือกำไรของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งทำให้ความต้องการบริโภคจากต่างประเทศมีส่วนหนุนการเติบโตในประเทศได้จำกัด

สรุปข่าว

โพล "รอยเตอร์ส" ชี้ นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาด GDP จีนไตรมาส 2 โตชะลอตัวลง แตะร้อยละ 4.5 เทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ลุ้นรัฐบาลผุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม

ผลสำรวจความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์ 54 รายที่จัดทำโดย “รอยเตอร์ส” ระบุว่า GDP ในไตรมาส 2 ปีนี้ มีแนวโน้มเติบโตร้อยละ 4.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ชะลอตัวลงจากร้อยละ 5.0 ในไตรมาสแรก

เศรษฐกิจจีนไตรมาส 2 น่าจะชะลอตัวลง หลังจากเริ่มต้นปีอย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากความต้องการบริโภคภายในประเทศและการลงทุนภาคเอกชนที่แผ่วลงมีส่วนบั่นทอนแรงหนุนจากการส่งออกที่แข็งแกร่งในช่วงวิกฤตพลังงาน ท่ามกลางปัญหาในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยืดเยื้อและราคาน้ำมันโลกที่ผันผวน

นักวิเคราะห์จาก “โกลด์แมน แซคส์” ระบุว่า เศรษฐกิจจีนเติบโตอย่างไม่สม่ำเสมอมากขึ้น การส่งออกยังคงเป็นตัวหนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม แต่ความต้องการบริโภคในประเทศลดลงอย่างเห็นได้ชัด ขณะเดียวกันแรงหนุนจากการส่งออกไม่ได้ส่งผลให้ตลาดแรงงานแข็งแกร่งขึ้นหรือกำไรของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งทำให้ความต้องการบริโภคจากต่างประเทศมีส่วนหนุนการเติบโตในประเทศได้จำกัด

สำหรับการส่งออกของจีนในเดือนมิถุนายนน่าจะเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลงเล็กน้อย แต่คาดว่าจะยังแข็งแกร่ง เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ เร่งการส่งออกไปยังสหรัฐฯ ก่อนจะมีการเก็บภาษีใหม่ ขณะเดียวกันก็ได้รับประโยชน์จากกระแสบูมของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแข่งขันกันอย่างดุเดือดด้านราคาเพื่อดึงดูดผู้บริโภคที่เน้นเรื่องความคุ้มค่า

นักลงทุนกำลังจับตาการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนที่น่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม เพื่อหาสัญญาณเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ ๆ ที่จะส่งผลต่อนโยบายในช่วงที่เหลือของปีนี้

แต่นักวิเคราะห์หลายรายคาดว่าจีนยังไม่น่าจะมีการดำเนินการที่แข็งกร้าว ยกเว้นเศรษฐกิจจะชะลอตัวลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากยอดส่งออกยังคงแข็งแกร่ง และทางการจีนให้ความสำคัญกับการลดกำลังการผลิตส่วนเกินเพื่อรับมือกับความเสี่ยงเงินฝืด

ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่า การเติบโตของ GDP จะขยับขึ้นเล็กน้อย แตะที่ร้อยละ 4.6 ในไตรมาส 3 ก่อนจะชะลอตัวลงเหลือร้อยละ 4.5 ในไตรมาสสุดท้าย

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : TNN