
ยกระดับคุมเข้ม "คลีนิกเสริมความงาม" แพทย์ที่โฆษณาต้องแสดงชื่อ-นามสกุลจริง และเลขที่ใบอนุญาติประกอบวิชาชีพเวชกรรมอย่างชัดเจน–เร่งปราบคลีนิกเถื่อน
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยเฉพาะการใช้บริการด้านเสริมความงาม พร้อมสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานการประกอบวิชาชีพเวชกรรมและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการแอบอ้างเป็นแพทย์และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แพทยสภาได้ออกประกาศเรื่อง การโฆษณาเกี่ยวกับการเสริมสวยหรือการเสริมความงามของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 โดยกำหนดให้แพทย์ที่โฆษณาการให้บริการด้านเสริมความงามต้องแสดง ชื่อ–นามสกุลจริง และเลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม อย่างชัดเจน
หากใช้ชื่อเล่นต้องแสดงควบคู่กับชื่อจริงในรูปแบบ ขนาด และสีเดียวกัน เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบตัวตนและสถานะของผู้ให้บริการได้อย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวงหรือใช้บริการกับผู้ที่ไม่มีใบอนุญาต
รองโฆษกฯกล่าวต่อไปว่า ทางด้าน นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังธุรกิจเสริมความงาม พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับแพทยสภา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเร่งตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้แอบอ้างเป็นแพทย์
รวมถึงผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนกฎหมายอย่างเด็ดขาด หลังพบการลักลอบให้บริการฉีดโบท็อกซ์และฟิลเลอร์โดยผู้ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อผู้บริโภค
สรุปข่าว
ยกระดับคุมเข้ม "คลีนิกเสริมความงาม" แพทย์ที่โฆษณาต้องแสดงชื่อ-นามสกุลจริง และเลขที่ใบอนุญาติประกอบวิชาชีพเวชกรรมอย่างชัดเจน–เร่งปราบคลีนิกเถื่อน
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยเฉพาะการใช้บริการด้านเสริมความงาม พร้อมสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานการประกอบวิชาชีพเวชกรรมและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการแอบอ้างเป็นแพทย์และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แพทยสภาได้ออกประกาศเรื่อง การโฆษณาเกี่ยวกับการเสริมสวยหรือการเสริมความงามของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 โดยกำหนดให้แพทย์ที่โฆษณาการให้บริการด้านเสริมความงามต้องแสดง ชื่อ–นามสกุลจริง และเลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม อย่างชัดเจน
หากใช้ชื่อเล่นต้องแสดงควบคู่กับชื่อจริงในรูปแบบ ขนาด และสีเดียวกัน เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบตัวตนและสถานะของผู้ให้บริการได้อย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวงหรือใช้บริการกับผู้ที่ไม่มีใบอนุญาต
รองโฆษกฯกล่าวต่อไปว่า ทางด้าน นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังธุรกิจเสริมความงาม พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับแพทยสภา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเร่งตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้แอบอ้างเป็นแพทย์
รวมถึงผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนกฎหมายอย่างเด็ดขาด หลังพบการลักลอบให้บริการฉีดโบท็อกซ์และฟิลเลอร์โดยผู้ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อผู้บริโภค
เตือน ฉีดโบท็อกซ์ โดยแพทย์และในสถานพยาบาลเท่านั้น
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลขอเตือนประชาชนว่า การฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ และหัตถการด้านความงาม เป็นการรักษาทางการแพทย์ที่ต้องดำเนินการโดยแพทย์ผู้ได้รับใบอนุญาต และในสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ก่อนเข้ารับบริการควรตรวจสอบ 2 เรื่องสำคัญ ได้แก่ ผู้ให้บริการเป็นแพทย์ที่ได้รับใบอนุญาตจริงหรือไม่ และสถานที่ให้บริการได้รับอนุญาตเป็นสถานพยาบาลตามกฎหมายหรือไม่ เพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากการได้รับบริการที่ไม่ได้มาตรฐาน
ทั้งนี้ หากประชาชนพบการแอบอ้างเป็นแพทย์ หรือได้รับความเสียหายจากการใช้บริการด้านเสริมความงาม สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ สคบ. หรือศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัด เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายโดยเร็ว
นางสาวลลิดา กล่าวว่า "รัฐบาลเดินหน้ายกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคทั้งด้านมาตรฐานวิชาชีพและการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการด้านเสริมความงามที่ปลอดภัย โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบบริการทางการแพทย์ของประเทศ"
- คนไทยเริ่มกล้าจับจ่าย! "ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค" ฟื้นครั้งแรกรอบ 4 เดือน
- กินได้-ใช้ได้เหมือน? คนเยอรมันเมินยี่ห้อดัง! หันซื้อของห้างผลิตเอง เพราะราคาถูก
- มาแล้ว “โซลาร์ภาคประชาชน” รัฐรับซื้อไฟส่วนเกิน เช็กรายละเอียดที่นี่!
- ดอยซ์แบงก์ หั่นเป้า "ราคาทองคำ" ปี 2569 กังวลเฟดคุมดอกเบี้ย-แรงซื้อทองชะลอ
- “อนุทิน” ชูประเทศไทย เป็นประตูเชื่อม รัสเซีย-อาเซียน ส่งเสริมการค้า การลงทุน
รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ
