"หอการค้าไทย" ชี้ภาษีสหรัฐฯ 12.5% กระทบแข่งขันไม่มาก เหตุคู่แข่งโดนใกล้เคียงกัน

Share on Line Share on Facebook Share on X
"หอการค้าไทย" ชี้ภาษีสหรัฐฯ 12.5% กระทบแข่งขันไม่มาก เหตุคู่แข่งโดนใกล้เคียงกัน

"หอการค้าไทย" ชี้ภาษีสหรัฐฯ 12.5% ไม่กระทบแข่งขันไทยมาก เหตุคู่แข่งโดนใกล้เคียงกัน เร่งยกระดับมาตรฐานแรงงาน


นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงกรณีรัฐบาลสหรัฐอเมริกาประกาศใช้อัตราภาษีภายใต้มาตรา 301 กับประเทศคู่ค้ากว่า 60 ประเทศ รวมถึงประเทศไทยว่า แม้ไทยจะถูกจัดเก็บภาษีในอัตรา 12.5% แต่ประเทศคู่แข่งสำคัญส่วนใหญ่ก็ได้รับผลกระทบในระดับใกล้เคียงกัน จึงมองว่าภาพรวมการแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ ยังอยู่บนเงื่อนไขที่ใกล้เคียงกัน และยังไม่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยอย่างมีนัยสำคัญ


นายพจน์ กล่าวว่า แม้บางประเทศจะได้รับอัตราภาษีต่ำกว่าไทยที่ 10% และอาจได้เปรียบอยู่บ้าง แต่ส่วนต่างดังกล่าวไม่ได้กว้างเหมือนมาตรการภาษีในรอบก่อน จึงยังไม่ใช่ปัจจัยที่น่ากังวลจนทำให้ไทยเสียเปรียบในการแข่งขันอย่างชัดเจน


ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญในการดำเนินมาตรการครั้งนี้ คือ การใช้แรงงานบังคับ (Forced Labor) และปัญหากำลังการผลิตส่วนเกิน (Excess Capacity) โดยภาคเอกชนเห็นว่า ประเทศไทยไม่ได้มีปัญหาการใช้แรงงานบังคับในเชิงระบบมานานแล้ว แต่ยังจำเป็นต้องเร่งผลักดันกฎหมายและมาตรการที่เกี่ยวข้องให้มีผลบังคับใช้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการแข่งขันและการได้รับการยกเว้นมาตรการในอนาคต


นอกจากนี้ ยังต้องติดตามความชัดเจนของมาตรการเกี่ยวกับสินค้ากลุ่ม Excess Capacity Products ซึ่งสหรัฐฯ ยังอยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียด และอาจส่งผลกระทบต่อสินค้าบางประเภทในระยะต่อไป โดยไทยจำเป็นต้องเร่งสรุปข้อตกลงต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade : ART) เพื่อสร้างสมดุลทางการค้ากับสหรัฐฯ ตามแผนที่เตรียมไว้




สรุปข่าว

หอการค้าไทยมองมาตรการภาษีสหรัฐฯ 12.5% ต่อสินค้านำเข้าจากไทย ยังไม่กระทบความสามารถแข่งขันอย่างมีนัยสำคัญ เพราะประเทศคู่แข่งหลักได้รับอัตราภาษีใกล้เคียงกัน แนะไทยเร่งยกระดับมาตรฐานแรงงาน ผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และติดตามมาตรการ Excess Capacity อย่างใกล้ชิด พร้อมสนับสนุนข้อมูลภาครัฐในการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ เพื่อรักษาขีดความสามารถการแข่งขันของไทยในระยะยาว

"หอการค้าไทย" ชี้ภาษีสหรัฐฯ 12.5% ไม่กระทบแข่งขันไทยมาก เหตุคู่แข่งโดนใกล้เคียงกัน เร่งยกระดับมาตรฐานแรงงาน


นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงกรณีรัฐบาลสหรัฐอเมริกาประกาศใช้อัตราภาษีภายใต้มาตรา 301 กับประเทศคู่ค้ากว่า 60 ประเทศ รวมถึงประเทศไทยว่า แม้ไทยจะถูกจัดเก็บภาษีในอัตรา 12.5% แต่ประเทศคู่แข่งสำคัญส่วนใหญ่ก็ได้รับผลกระทบในระดับใกล้เคียงกัน จึงมองว่าภาพรวมการแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ ยังอยู่บนเงื่อนไขที่ใกล้เคียงกัน และยังไม่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยอย่างมีนัยสำคัญ


นายพจน์ กล่าวว่า แม้บางประเทศจะได้รับอัตราภาษีต่ำกว่าไทยที่ 10% และอาจได้เปรียบอยู่บ้าง แต่ส่วนต่างดังกล่าวไม่ได้กว้างเหมือนมาตรการภาษีในรอบก่อน จึงยังไม่ใช่ปัจจัยที่น่ากังวลจนทำให้ไทยเสียเปรียบในการแข่งขันอย่างชัดเจน


ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญในการดำเนินมาตรการครั้งนี้ คือ การใช้แรงงานบังคับ (Forced Labor) และปัญหากำลังการผลิตส่วนเกิน (Excess Capacity) โดยภาคเอกชนเห็นว่า ประเทศไทยไม่ได้มีปัญหาการใช้แรงงานบังคับในเชิงระบบมานานแล้ว แต่ยังจำเป็นต้องเร่งผลักดันกฎหมายและมาตรการที่เกี่ยวข้องให้มีผลบังคับใช้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการแข่งขันและการได้รับการยกเว้นมาตรการในอนาคต


นอกจากนี้ ยังต้องติดตามความชัดเจนของมาตรการเกี่ยวกับสินค้ากลุ่ม Excess Capacity Products ซึ่งสหรัฐฯ ยังอยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียด และอาจส่งผลกระทบต่อสินค้าบางประเภทในระยะต่อไป โดยไทยจำเป็นต้องเร่งสรุปข้อตกลงต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade : ART) เพื่อสร้างสมดุลทางการค้ากับสหรัฐฯ ตามแผนที่เตรียมไว้




นายพจน์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญในเวลานี้คือการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเตรียมข้อมูลและกำหนดท่าทีในการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทั้งสองฝ่าย รวมถึงผลักดันความตกลงทางการค้าที่จะช่วยลดอุปสรรคและรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาว


พร้อมกันนี้ หอการค้าไทยยืนยันว่า พร้อมทำหน้าที่เป็นตัวแทนภาคเอกชนในการรวบรวมข้อมูล ข้อเสนอแนะ และผลกระทบจากผู้ประกอบการ โดยที่ผ่านมาได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยจัดทำผลการศึกษาและสำรวจ ก่อนนำเสนอข้อมูลต่อกระทรวงพาณิชย์เพื่อใช้ประกอบการเจรจากับสหรัฐฯ แล้ว และพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐอย่างเต็มที่


นายพจน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ไทยควรใช้สถานการณ์ครั้งนี้เป็นโอกาสในการยกระดับมาตรฐานด้านแรงงาน เพิ่มความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทาน และเร่งเดินหน้าเจรจาความตกลงการค้า เพื่อเปลี่ยนแรงกดดันจากมาตรการภาษีให้เป็นโอกาสในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว



สำหรับรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจาก 60 ประเทศ ภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าสหรัฐฯ โดยอ้างผลการสอบสวนที่พบว่าหลายประเทศยังมีช่องโหว่ในการป้องกันการใช้แรงงานบังคับ ซึ่งสหรัฐฯ มองว่าเป็นการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม 


โดยมาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม เป็นต้นไป และประเทศไทยถูกจัดเก็บในอัตรา 12.5% เทียบเท่ากับหลายประเทศคู่แข่งสำคัญ เช่น จีน และเวียดนาม ขณะที่บางประเทศ เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย อินเดีย และสหราชอาณาจักร ถูกจัดเก็บในอัตรา 10% เท่านั้น

ที่มาข้อมูล : สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

ที่มารูปภาพ : OpenAI

รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ