
เมื่อวานนี้ (22 กรกฎาคม) สหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบียได้ลงนามในข้อตกลงนิวเคลียร์ครั้งสำคัญที่เปิดทางให้ซาอุดีอาระเบียสามารถพัฒนาโครงการนิวเคลียร์เพื่อสันติได้ โดยกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็น “ข้อตกลงความร่วมมือด้านนิวเคลียร์เพื่อสันติ” ซึ่งจะเปิดทางให้บริษัทอเมริกันเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการพลังงานนิวเคลียร์ของซาอุดีอาระเบียมากขึ้น
แม้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของข้อตกลง แต่สื่อสหรัฐฯ รายงานว่า ข้อตกลงอาจเปิดทางให้ซาอุดีอาระเบียสามารถ “เสริมสมรรถนะยูเรเนียม” ได้ในอนาคต หลังจากมีกระแสข่าวว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไฟเขียวให้ซาอุดีอาระเบียสามารถเสริมยูเรเนียมได้ก่อนหน้านี้ ซึ่งยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสามารถนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ แต่ก็สามารถนำไปใช้ผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้เช่นกัน
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า หากเป็นเช่นนั้น จะถือเป็นครั้งแรกที่สหรัฐฯ อนุญาตให้ประเทศอื่นสามารถเสริมสมรรถนะยูเรเนียมได้ และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ในภูมิภาคที่มีความไม่มั่นคงอยู่แล้ว
กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ระบุเพิ่มเติมว่า นอกจากข้อตกลงความร่วมมือแล้ว ทั้งสองประเทศยังได้ลงนามในข้อตกลงว่าด้วยมาตรการป้องกันทวิภาคีด้วย ซึ่งแถลงการณ์ระบุว่าข้อตกลงทั้งสองฉบับร่วมกันวางรากฐานทางกฎหมายสำหรับความร่วมมือระยะเวลาหลายทศวรรษ มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ที่จะช่วยผลักดันวัตถุประสงค์สำคัญหลายด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ รวมถึงการป้องกันการแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์
ด้านรัฐบาลซาอุดีอาระเบียออกแถลงการณ์เช่นกัน ระบุว่าข้อตกลงนี้เป็นการต่อยอดความร่วมมือที่มีอยู่ระหว่างสองประเทศในภาคพลังงานและเกิดขึ้นหลังจากผู้นำซาอุดีอาระเบียเดินทางเยือนกรุงวอชิงตันเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว
การประกาศข้อตกลงมีขึ้นในช่วงที่การสู้รบระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น โดยซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นพันธมิตรเก่าแก่ของสหรัฐฯ เป็นที่ตั้งฐานทัพสหรัฐฯ หลายแห่ง ซึ่งตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของอิหร่าน นอกจากนี้ ยังเกิดขึ้นเพียงสองวันหลังจากกลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่านประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย
อย่างไรก็ตาม โครงการนี้อาจสร้างมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ให้กับสหรัฐฯ เนื่องจากบริษัทอเมริกันอาจมีส่วนร่วมในการก่อสร้างโรงงานผลิตยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ ซึ่งสามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ แต่ก็สามารถนำไปผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้เช่นกัน
ด้าน คริส ไรต์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ กล่าวในแถลงการณ์ว่า ขอให้มั่นใจได้ว่า ข้อตกลงเหล่านี้ยึดถือมาตรฐานสูงสุดด้านความปลอดภัยและการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ โดยอาศัยเทคโนโลยีนิวเคลียร์และนักวิทยาศาสตร์ที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นที่นี่ในสหรัฐฯ
กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ระบุว่า ข้อตกลงนี้จะช่วยส่งเสริมความมั่นคงของสหรัฐฯ และภูมิภาครวมถึงรักษามาตรฐานระดับสูงด้านความปลอดภัย ความมั่นคง และการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ ตลอดจนเสริมความได้เปรียบในการแข่งขันของสหรัฐฯ ในด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์พลเรือน
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์และอดีตเจ้าหน้าที่ในอิสราเอล ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญที่สุดของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง แสดงความกังวลว่า แผนดังกล่าวอาจนำไปสู่ความเป็นไปได้ที่ซาอุดีอาระเบียจะพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ในที่สุด แม้ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากมองว่าเส้นทางดังกล่าวอาจใช้เวลาหลายสิบปี และจะเผชิญแรงต่อต้านจากประชาคมระหว่างประเทศ
สรุปข่าว
เมื่อวานนี้ (22 กรกฎาคม) สหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบียได้ลงนามในข้อตกลงนิวเคลียร์ครั้งสำคัญที่เปิดทางให้ซาอุดีอาระเบียสามารถพัฒนาโครงการนิวเคลียร์เพื่อสันติได้ โดยกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็น “ข้อตกลงความร่วมมือด้านนิวเคลียร์เพื่อสันติ” ซึ่งจะเปิดทางให้บริษัทอเมริกันเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการพลังงานนิวเคลียร์ของซาอุดีอาระเบียมากขึ้น
แม้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของข้อตกลง แต่สื่อสหรัฐฯ รายงานว่า ข้อตกลงอาจเปิดทางให้ซาอุดีอาระเบียสามารถ “เสริมสมรรถนะยูเรเนียม” ได้ในอนาคต หลังจากมีกระแสข่าวว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไฟเขียวให้ซาอุดีอาระเบียสามารถเสริมยูเรเนียมได้ก่อนหน้านี้ ซึ่งยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสามารถนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ แต่ก็สามารถนำไปใช้ผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้เช่นกัน
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า หากเป็นเช่นนั้น จะถือเป็นครั้งแรกที่สหรัฐฯ อนุญาตให้ประเทศอื่นสามารถเสริมสมรรถนะยูเรเนียมได้ และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ในภูมิภาคที่มีความไม่มั่นคงอยู่แล้ว
กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ระบุเพิ่มเติมว่า นอกจากข้อตกลงความร่วมมือแล้ว ทั้งสองประเทศยังได้ลงนามในข้อตกลงว่าด้วยมาตรการป้องกันทวิภาคีด้วย ซึ่งแถลงการณ์ระบุว่าข้อตกลงทั้งสองฉบับร่วมกันวางรากฐานทางกฎหมายสำหรับความร่วมมือระยะเวลาหลายทศวรรษ มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ที่จะช่วยผลักดันวัตถุประสงค์สำคัญหลายด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ รวมถึงการป้องกันการแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์
ด้านรัฐบาลซาอุดีอาระเบียออกแถลงการณ์เช่นกัน ระบุว่าข้อตกลงนี้เป็นการต่อยอดความร่วมมือที่มีอยู่ระหว่างสองประเทศในภาคพลังงานและเกิดขึ้นหลังจากผู้นำซาอุดีอาระเบียเดินทางเยือนกรุงวอชิงตันเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว
การประกาศข้อตกลงมีขึ้นในช่วงที่การสู้รบระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น โดยซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นพันธมิตรเก่าแก่ของสหรัฐฯ เป็นที่ตั้งฐานทัพสหรัฐฯ หลายแห่ง ซึ่งตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของอิหร่าน นอกจากนี้ ยังเกิดขึ้นเพียงสองวันหลังจากกลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่านประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย
อย่างไรก็ตาม โครงการนี้อาจสร้างมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ให้กับสหรัฐฯ เนื่องจากบริษัทอเมริกันอาจมีส่วนร่วมในการก่อสร้างโรงงานผลิตยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ ซึ่งสามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ แต่ก็สามารถนำไปผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้เช่นกัน
ด้าน คริส ไรต์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ กล่าวในแถลงการณ์ว่า ขอให้มั่นใจได้ว่า ข้อตกลงเหล่านี้ยึดถือมาตรฐานสูงสุดด้านความปลอดภัยและการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ โดยอาศัยเทคโนโลยีนิวเคลียร์และนักวิทยาศาสตร์ที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นที่นี่ในสหรัฐฯ
กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ระบุว่า ข้อตกลงนี้จะช่วยส่งเสริมความมั่นคงของสหรัฐฯ และภูมิภาครวมถึงรักษามาตรฐานระดับสูงด้านความปลอดภัย ความมั่นคง และการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ ตลอดจนเสริมความได้เปรียบในการแข่งขันของสหรัฐฯ ในด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์พลเรือน
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์และอดีตเจ้าหน้าที่ในอิสราเอล ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญที่สุดของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง แสดงความกังวลว่า แผนดังกล่าวอาจนำไปสู่ความเป็นไปได้ที่ซาอุดีอาระเบียจะพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ในที่สุด แม้ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากมองว่าเส้นทางดังกล่าวอาจใช้เวลาหลายสิบปี และจะเผชิญแรงต่อต้านจากประชาคมระหว่างประเทศ
- สหรัฐฯ จัดหนักขึ้นภาษีแคนาดา-บราซิล ไทยรอลุ้น 24 ก.ค.นี้
- สหรัฐฯ ยืนยันพบทหารเสียชีวิตเพิ่มในอิรัก หลังอิหร่านโจมตีตอบโต้
- ทหารสหรัฐฯ 2 นาย เสียชีวิตในจอร์แดนจากการโจมตีของอิหร่าน
- สหรัฐฯ โจมตีอิหร่านระลอกใหม่ ติดต่อกันเป็นคืนที่ 6 อิหร่านชี้โครงสร้างพื้นฐานพลเรือนถูกทำลาย
- สหรัฐฯ ขายอาวุธซาอุฯ 1,960 ล้านดอลลาร์ เสริมความแกร่งกลางสงคราม
