
“จอร์เจีย” (Georgia) ที่ไม่ใช่รัฐหนึ่งของสหรัฐฯ แต่คือ “ประเทศจอร์เจีย” ประเทศเล็ก ๆ แห่งนี้ไม่เพียงเป็นจุดบรรจบของวัฒนธรรมที่หลากหลาย แต่ยังเต็มไปด้วยภูมิประเทศอันงดงามตระการตาด้วยเทือกเขาสลับไปมาและปราสาทโบราณที่มีกลิ่นอายแบบยุโรปราวกับในเทพนิยาย และนั่นทำให้ประะเทศนี้มีทั้งเสน่ห์ที่ลึกลับแต่ก็น่าค้นหาในเวลาเดียวกัน
แล้ว “จอร์เจีย” ตั้งอยู่ตรงไหนบนแผนที่โลก ?
ประเทศจอร์เจีย ตั้งอยู่บนรอยต่อระหว่าง 2 ทวีป คือ ทวีปเอเชียและทวีปยุโรป บนเทือกเขาคอเคซัส ซึ่งตำแหน่งที่ตั้งของจอร์เจียอยู่บนจุดตัดทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญเป็นบริเวณที่ทวีปยุโรปมาบรรจบกับเอเชีย มีทะเลดำตั้งอยู่ทางตะวันตกและยังมีพื้นที่ทะเลทรายอยู่ทางตอนใต้ โดยมีพรมแดนติดกับรัสเซีย อาเซอร์ไบจาน อาร์เมเนีย และตุรกี
รู้จัก “กรุงทบิลิซี”
“กรุงทบิลิซี” เป็นทั้งเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของจอร์เจียตั้งอยู่ริมแม่น้ำมตควารีและกรุงทบิลิซียังมีภูเขาล้อมรอบทั้งสามด้านซึ่งครอบคลุมไปถึงเส้นทางสายไหโบราณมที่อยู่ในเขตของจอร์เจียด้วย นักโบราณคดีเชื่อว่าชุมชนแห่งแรกในพื้นที่ที่เป็นทบิลิซีในปัจจุบันมีมาตั้งแต่สหัสวรรษที่ 4 ก่อนคริสตกาล และการตั้งอยู่บนเส้นทางสายไหมโบราณทำให้กรุงทบิลิซีกลายเป็นศูนย์กลางความหลากหลายทางวัฒนธรรม ซึ่งสะท้อนให้เห็นผ่านความหลากหลายทางชาติพันธุ์และสถาปัตยกรรมอันผสมผสานของเมืองในปัจจุบัน
ดังนั้น เมื่อลงเดินสำรวจเมืองเก่ารอบๆ กรุงทบิลิซี เราก็จะพบทั้งโบสถ์เก่าแก่ของชาวจอร์เจียและอาร์เมเนีย หรือแม้แต่มัสยิด โบสถ์ยิว รวมถึงซากของวิหารไฟโซโรอัสเตอร์ที่อยู่ทางตอนเหนือสุดแห่งหนึ่งของโลกที่กรุงทบิลิซีด้วย
ชื่อ ทบิลิซี มาจากคำภาษาจอร์เจียโบราณว่า “tbili” ซึ่งหมายถึง “ความอบอุ่น” เนื่องจากเมืองแห่งนี้มีแหล่งน้ำร้อนกำมะถันตามธรรมชาติ และเพราะเหตุนี้ทำให้ในกรุงทบิลิซีเป็นบ้านของ “บ่อน้ำแร่ร้อน” ที่ผุดขึ้นมาตามธรรมชาติจากใต้พื้นดินและเราสามารถหาโรงอาบน้ำแร่ร้อนได้ในจุดต่าง ๆ ของกรุงทบิลิซี
เส้นทางของจอร์เจีย…
จอร์เจียเคยเป็นอดีตประเทศสมาชิกสหภาพโซเวียต…
ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา จอร์เจียตกเป็นพื้นที่แข่งขันแย่งชิงอิทธิพลระหว่างเปอร์เซีย ตุรกี และรัสเซีย ก่อนที่ในที่สุดจะถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิรัสเซียในศตวรรษที่ 19 แต่หลังสหภาพโซเวียตล่มสลายจอร์เจียประกาศเอกราชในปี 1991
แต่สถานการณ์ระหว่างจอร์เจียและรัสเซียก็กลับมาตึงเครียดอีกหลัง “การปฏิวัติดอกกุหลาบ” (Rose Revolution) ในปี 2003 โดยรัฐบาลรัสเซียให้การสนับสนุนภูมิภาคอับคาเซียและเซาท์ออสซีเชียซึ่งต้องการแยกตัวออกจากจอร์เจีย จนนำไปสู่สงครามช่วงสั้น ๆ ในปี 2008 แต่หลังจากรัสเซียบเปิดปฏิบัติการทางทหารต่อยูเครนในปี 2022 รัฐบาลจอร์เจียก็เริ่มปรับทิศทางออกห่างจากโลกตะวันตกมากขึ้น
จนกระทั่งในปี 2023 จอร์เจียได้รับสถานะประเทศผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป แต่เส้นการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรปกลับสะดุดลง เมื่อผู้นำสหภาพยุโรประบุว่า กฎหมายควบคุมสื่อของจอร์เจียได้สะท้อนถึง “ความถดถอย” ของรัฐบาลจอร์เจีย
นอกจากเส้นทางของจอร์เจียที่จะเข้าสหภาพยุโรปไม่สำเร็จแล้ว จอร์เจียยังโดนสหภาพยุโรป “ระงับสิทธิ์” เดินทางโดยไม่ต้องขอวีซ่า โดยมาตรการนี้มีผลกับนักการทูต เจ้าหน้าที่รัฐบาล และรัฐมนตรีของจอร์เจีย ที่จะสูญเสียสิทธิ์เดินทางโดยไม่ต้องขอวีซ่าในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นมาตรการตอบโต้กรณีที่จอร์เจียมีแนวโน้มถอยหลังด้านประชาธิปไตยตลอดจนสิทธิมนุษยชนและสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างจงใจและต่อเนื่อง
“คาจา คัลลัส” หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป กล่าวว่า หากรัฐบาลจอร์เจียโจมตีประชาชนของตัวเอง ปิดปากนักข่าว และจำกัดเสรีภาพ ก็ย่อมต้องมีผลตามมา EU ระบุว่า การระงับสิทธิ์จะมีผลเป็นเวลา 1 ปี และอาจขยายเวลาออกไปได้อีก 2 ปี หากรัฐบาลจอร์เจียไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหาทางการเมืองที่กำลังเกิดขึ้น
และนั่นทำให้จอร์เจียกำลังขยับเข้าใกล้รัสเซียและห่างชาติตะวันตกมากขึ้นไปอีก…
ก่อนหน้านี้ ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป 19 จากทั้งหมด 27 ประเทศ ได้ระงับสิทธิ์การเดินทางโดยไม่ต้องขอวีซ่าสำหรับเจ้าหน้าที่จอร์เจียไปแล้ว ในเวลานั้น กระทรวงการต่างประเทศจอร์เจียระบุว่า มาตรการดังกล่าวจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างจอร์เจียกับสหภาพยุโรปแย่ลง แทนที่จะช่วยปรับปรุงให้ดีขึ้น
ขณะเดียวกัน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาจอร์เจียได้กลับไปกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับรัสเซีย ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่า “สวนทาง” กับภาพลักษณ์ในอดีตของจอร์เจียซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเป็นประชาธิปไตยและมีแนวคิดสนับสนุนตะวันตกมากที่สุดประเทศหนึ่งที่แยกตัวออกมาจากอดีตสหภาพโซเวียต
อย่างไรก็ตาม แม้ภูมิประเทศจะสวยงามแต่สถานการณ์ภายในจอร์เจียอาจไม่ได้ราบรื่นนัก เมื่อปี 2024 ที่ผ่านมา จอร์เจียเผชิญการประท้วงอย่างต่อเนื่องหลังการเลือกตั้งรัฐสภาปี 2024 มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับความชอบธรรมของผลการเลือกตั้งจนลุกลามกลายเป็นการประท้วงที่รุนแรง
ปัจจุบัน รัฐบาลจอร์เจียนำโดย “ประธานาธิบดีมิคาอิล คาเวลาเชวิลี” ผู้ที่เป็นอดีตนักฟุตบอลของสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี จนได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจอร์เจียโดยรัฐสภาในเดือนธันวาคม 2024 เขาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรค Georgian Dream ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลที่ถูกมองว่ามีแนวโน้มใช้อำนาจแบบอำนาจนิยมมากขึ้นและเป็นผู้สมัครเพียงคนเดียวในการชิงตำแหน่งประธานาธิบดี
สรุปข่าว
“จอร์เจีย” (Georgia) ที่ไม่ใช่รัฐหนึ่งของสหรัฐฯ แต่คือ “ประเทศจอร์เจีย” ประเทศเล็ก ๆ แห่งนี้ไม่เพียงเป็นจุดบรรจบของวัฒนธรรมที่หลากหลาย แต่ยังเต็มไปด้วยภูมิประเทศอันงดงามตระการตาด้วยเทือกเขาสลับไปมาและปราสาทโบราณที่มีกลิ่นอายแบบยุโรปราวกับในเทพนิยาย และนั่นทำให้ประะเทศนี้มีทั้งเสน่ห์ที่ลึกลับแต่ก็น่าค้นหาในเวลาเดียวกัน
แล้ว “จอร์เจีย” ตั้งอยู่ตรงไหนบนแผนที่โลก ?
ประเทศจอร์เจีย ตั้งอยู่บนรอยต่อระหว่าง 2 ทวีป คือ ทวีปเอเชียและทวีปยุโรป บนเทือกเขาคอเคซัส ซึ่งตำแหน่งที่ตั้งของจอร์เจียอยู่บนจุดตัดทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญเป็นบริเวณที่ทวีปยุโรปมาบรรจบกับเอเชีย มีทะเลดำตั้งอยู่ทางตะวันตกและยังมีพื้นที่ทะเลทรายอยู่ทางตอนใต้ โดยมีพรมแดนติดกับรัสเซีย อาเซอร์ไบจาน อาร์เมเนีย และตุรกี
รู้จัก “กรุงทบิลิซี”
“กรุงทบิลิซี” เป็นทั้งเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของจอร์เจียตั้งอยู่ริมแม่น้ำมตควารีและกรุงทบิลิซียังมีภูเขาล้อมรอบทั้งสามด้านซึ่งครอบคลุมไปถึงเส้นทางสายไหโบราณมที่อยู่ในเขตของจอร์เจียด้วย นักโบราณคดีเชื่อว่าชุมชนแห่งแรกในพื้นที่ที่เป็นทบิลิซีในปัจจุบันมีมาตั้งแต่สหัสวรรษที่ 4 ก่อนคริสตกาล และการตั้งอยู่บนเส้นทางสายไหมโบราณทำให้กรุงทบิลิซีกลายเป็นศูนย์กลางความหลากหลายทางวัฒนธรรม ซึ่งสะท้อนให้เห็นผ่านความหลากหลายทางชาติพันธุ์และสถาปัตยกรรมอันผสมผสานของเมืองในปัจจุบัน
ดังนั้น เมื่อลงเดินสำรวจเมืองเก่ารอบๆ กรุงทบิลิซี เราก็จะพบทั้งโบสถ์เก่าแก่ของชาวจอร์เจียและอาร์เมเนีย หรือแม้แต่มัสยิด โบสถ์ยิว รวมถึงซากของวิหารไฟโซโรอัสเตอร์ที่อยู่ทางตอนเหนือสุดแห่งหนึ่งของโลกที่กรุงทบิลิซีด้วย
ชื่อ ทบิลิซี มาจากคำภาษาจอร์เจียโบราณว่า “tbili” ซึ่งหมายถึง “ความอบอุ่น” เนื่องจากเมืองแห่งนี้มีแหล่งน้ำร้อนกำมะถันตามธรรมชาติ และเพราะเหตุนี้ทำให้ในกรุงทบิลิซีเป็นบ้านของ “บ่อน้ำแร่ร้อน” ที่ผุดขึ้นมาตามธรรมชาติจากใต้พื้นดินและเราสามารถหาโรงอาบน้ำแร่ร้อนได้ในจุดต่าง ๆ ของกรุงทบิลิซี
เส้นทางของจอร์เจีย…
จอร์เจียเคยเป็นอดีตประเทศสมาชิกสหภาพโซเวียต…
ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา จอร์เจียตกเป็นพื้นที่แข่งขันแย่งชิงอิทธิพลระหว่างเปอร์เซีย ตุรกี และรัสเซีย ก่อนที่ในที่สุดจะถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิรัสเซียในศตวรรษที่ 19 แต่หลังสหภาพโซเวียตล่มสลายจอร์เจียประกาศเอกราชในปี 1991
แต่สถานการณ์ระหว่างจอร์เจียและรัสเซียก็กลับมาตึงเครียดอีกหลัง “การปฏิวัติดอกกุหลาบ” (Rose Revolution) ในปี 2003 โดยรัฐบาลรัสเซียให้การสนับสนุนภูมิภาคอับคาเซียและเซาท์ออสซีเชียซึ่งต้องการแยกตัวออกจากจอร์เจีย จนนำไปสู่สงครามช่วงสั้น ๆ ในปี 2008 แต่หลังจากรัสเซียบเปิดปฏิบัติการทางทหารต่อยูเครนในปี 2022 รัฐบาลจอร์เจียก็เริ่มปรับทิศทางออกห่างจากโลกตะวันตกมากขึ้น
จนกระทั่งในปี 2023 จอร์เจียได้รับสถานะประเทศผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป แต่เส้นการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรปกลับสะดุดลง เมื่อผู้นำสหภาพยุโรประบุว่า กฎหมายควบคุมสื่อของจอร์เจียได้สะท้อนถึง “ความถดถอย” ของรัฐบาลจอร์เจีย
นอกจากเส้นทางของจอร์เจียที่จะเข้าสหภาพยุโรปไม่สำเร็จแล้ว จอร์เจียยังโดนสหภาพยุโรป “ระงับสิทธิ์” เดินทางโดยไม่ต้องขอวีซ่า โดยมาตรการนี้มีผลกับนักการทูต เจ้าหน้าที่รัฐบาล และรัฐมนตรีของจอร์เจีย ที่จะสูญเสียสิทธิ์เดินทางโดยไม่ต้องขอวีซ่าในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นมาตรการตอบโต้กรณีที่จอร์เจียมีแนวโน้มถอยหลังด้านประชาธิปไตยตลอดจนสิทธิมนุษยชนและสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างจงใจและต่อเนื่อง
“คาจา คัลลัส” หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป กล่าวว่า หากรัฐบาลจอร์เจียโจมตีประชาชนของตัวเอง ปิดปากนักข่าว และจำกัดเสรีภาพ ก็ย่อมต้องมีผลตามมา EU ระบุว่า การระงับสิทธิ์จะมีผลเป็นเวลา 1 ปี และอาจขยายเวลาออกไปได้อีก 2 ปี หากรัฐบาลจอร์เจียไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหาทางการเมืองที่กำลังเกิดขึ้น
และนั่นทำให้จอร์เจียกำลังขยับเข้าใกล้รัสเซียและห่างชาติตะวันตกมากขึ้นไปอีก…
ก่อนหน้านี้ ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป 19 จากทั้งหมด 27 ประเทศ ได้ระงับสิทธิ์การเดินทางโดยไม่ต้องขอวีซ่าสำหรับเจ้าหน้าที่จอร์เจียไปแล้ว ในเวลานั้น กระทรวงการต่างประเทศจอร์เจียระบุว่า มาตรการดังกล่าวจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างจอร์เจียกับสหภาพยุโรปแย่ลง แทนที่จะช่วยปรับปรุงให้ดีขึ้น
ขณะเดียวกัน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาจอร์เจียได้กลับไปกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับรัสเซีย ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่า “สวนทาง” กับภาพลักษณ์ในอดีตของจอร์เจียซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเป็นประชาธิปไตยและมีแนวคิดสนับสนุนตะวันตกมากที่สุดประเทศหนึ่งที่แยกตัวออกมาจากอดีตสหภาพโซเวียต
อย่างไรก็ตาม แม้ภูมิประเทศจะสวยงามแต่สถานการณ์ภายในจอร์เจียอาจไม่ได้ราบรื่นนัก เมื่อปี 2024 ที่ผ่านมา จอร์เจียเผชิญการประท้วงอย่างต่อเนื่องหลังการเลือกตั้งรัฐสภาปี 2024 มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับความชอบธรรมของผลการเลือกตั้งจนลุกลามกลายเป็นการประท้วงที่รุนแรง
ปัจจุบัน รัฐบาลจอร์เจียนำโดย “ประธานาธิบดีมิคาอิล คาเวลาเชวิลี” ผู้ที่เป็นอดีตนักฟุตบอลของสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี จนได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจอร์เจียโดยรัฐสภาในเดือนธันวาคม 2024 เขาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรค Georgian Dream ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลที่ถูกมองว่ามีแนวโน้มใช้อำนาจแบบอำนาจนิยมมากขึ้นและเป็นผู้สมัครเพียงคนเดียวในการชิงตำแหน่งประธานาธิบดี
คนแห่เที่ยว “จอร์เจีย”
ถ้าตัดเรื่องสถานการณ์ภายในประเทศและการเมืองออกไป ปัจจุบันจอร์เจียกำลังก้าวขึ้นมาเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ภูมิประเทศสุดตระการตา อาหารการกิน ไวน์เก่าแก่ที่มีประวัติยาวนานนับพันปี อารามโบราณ วัฒนธรรมการต้อนรับอันอบอุ่น ไปจนถึงแสงแดดและบรรยากาศที่มีเสน่ห์ จอร์เจียคือหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่น่าประหลาดใจที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
“จอร์เจีย ฟรีวีซ่า”
รัฐบาลจอร์เจีย ออกนโยบายพำนักในจอร์เจียแบบไม่ต้องขอวีซ่านาน 1 ปี ในทางเทคนิคแล้วไม่ใช่ “วีซ่า” แต่เป็นสิทธิ์อนุญาตให้นักท่องเที่ยวจากกว่า 95 สัญชาติสามารถพำนักในประเทศได้เป็นเวลานานเป็นพิเศษ ซึ่งสิทธิ์นี้รวมถึง “ประเทศไทย”
และเพราะฟรีวีซ่านี้เองทำให้จอร์เจียกลายเป็นประเทศที่มีนโยบายการพำนักที่ผ่อนคลายที่สุดในโลก มันเป็นแบบนี้ได้อย่างไร ?
หลังการปฏิวัติดอกกุหลาบในปี 2003 และการผลักดันการปฏิรูปในเวลาต่อมา จอร์เจียได้วางยุทธศาสตร์ให้ประเทศเป็นหนึ่งในสถานที่ที่เดินทางเข้าและพำนักได้ง่ายที่สุดในโลก นโยบาย พำนักโดยไม่ต้องขอวีซ่านาน 365 วัน เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ดังกล่าว ขยายระยะเวลาพำนักจากมาตรฐาน 30 หรือ 90 วัน ซึ่งหลายประเทศกำหนดสำหรับนักท่องเที่ยว ให้เป็น 1 ปีเต็ม สำหรับพลเมืองจากกว่า 95 ประเทศ
ดึง Digital Nomad เพราะฟรีวีซ่า
และเพราะฟรีวีซ่านี้ได้รับความนิยมอย่างมากตั้งแต่หลังปี 2020 เป็นต้นมา จอร์เจียก็กลายเป็นสถานที่ที่เหมาะกับกลุ่ม “ดิจิทัลโนแมด” (Digital Nomad) หรือ กลุ่มคนที่ใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตทำงานทางไกลจากที่ไหนก็ได้บนโลกไปโดยปริยาย โครงสร้างพื้นฐานของจอร์เจียอาจไม่ได้ทันสมัยมากนักแต่ก็เพียงพอต่อการใช้งาน ค่าครองชีพถูกกว่าราคาสินค้าและบริการในสหภาพยุโรปอย่างมาก ขณะที่โครงสร้างภาษีก็ได้รับการออกแบบมาเพื่อดึงดูดผู้ประกอบการโดยเฉพาะ
และนี่ทำให้ภายในเวลาไม่กี่ปี กรุงทบิลิซีได้เปลี่ยนจากเมืองหลวงที่คนส่วนใหญ่ “แทบหาไม่เจอบนแผนที่” กลายเป็นศูนย์กลางดิจิทัลโนแมดที่กำลังเติบโต
โดยทั่วไปแล้ว จอร์เจียถือเป็นประเทศที่ปลอดภัยมากสำหรับนักท่องเที่ยว เนื่องจากมีอัตราการเกิดอาชญากรรมรุนแรงค่อนข้างต่ำ แต่นักท่องเที่ยวหลายคนกังวลว่าด้วยสถานการณ์ภายในของจอร์เจียที่มีการประท้วงรุนแรงเกิดขึ้นบ่อยจะเป็นอุปสรรคต่อการท่องเที่ยวหรือจะทำให้จอร์เจียปลอดภัยสำหรับการไปท่องเที่ยวอยู่หรือไม่
แล้ว “จอร์เจีย” ปลอดภัยที่จะเที่ยวหรือไม่ ?
แต่สหรัฐฯ - อังกฤษ ออกคำเตือนท่องเที่ยว…
เว็บไซต์กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ออกคำเตือนถึงการเดินทางไปท่องเที่ยวจอร์เจียไว้ว่า โดยทั่วไปแล้วนักท่องเที่ยวควรใช้มาตรการป้องกันตามปกติ หรือที่เป็นการแจ้งเตือนในระดับที่ 1 Exercise Normal Precautions เมื่อเดินทางในจอร์เจีย แต่บางพื้นที่มีความเสี่ยงสูงจึงควรหลีกเลี่ยงเดินทาง
กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า “ภูมิภาคเซาท์ออสซีเชีย” และ “อับคาเซีย” ของจอร์เจียที่อยู่ภายใต้การยึดครองของรัสเซีย เนื่องจากมีความเสี่ยงจากอาชญากรรม ความไม่สงบในพื้นที่ รวมถึงการเผชิญหน้ากับ “กับระเบิด”
กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุด้วยว่า หากชาวอเมริกันตัดสินใจเดินทางไปจอร์เจียจะต้องมีการลงทะเบียนในโครงการ Smart Traveler Enrollment Program เพื่อรับข้อความและการแจ้งเตือนจากสถานทูตสหรัฐฯ และช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามตำแหน่งได้ง่ายขึ้นในกรณีฉุกเฉิน นอกจากนี้นักท่องเที่ยวจะต้องศึกษารายงานด้านความปลอดภัยของประเทศจอร์เจีย รวมถึงต้องตรียมแผนสำรองสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ละศึกษารายการตรวจสอบสำหรับนักเดินทางด้วย
สหรัฐฯ ระบุว่ากองกำลังทหารและเจ้าหน้าที่รักษาชายแดนของรัสเซียที่เข้ายึดครองพื้นที่ทั้งเซาท์ออสซีเชียและอับคาเซีย ทำให้การเดินทางเข้าไปในพื้นที่เหล่านี้อาจนำไปสู่การ ถูกจับกุม คุมขัง หรือถูกปรับ นอกจากนี้ยังเกิดเหตุโจมตีรุนแรงและอาชญากรรมในพื้นที่เป็นระยะ เนื่องจากมีความเสี่ยงดังกล่าว เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปฏิบัติงานอยู่ในจอร์เจียถูกห้ามเดินทางเข้าไปในเซาท์ออสซีเชียและอับคาเซีย อีกทั้งรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่พลเมืองสหรัฐฯ ที่อยู่ในเซาท์ออสซีเชียและอับคาเซียได้ จึงไม่ควรเดินทางเข้าไปในพื้นที่เหล่านี้ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม
เช่นเดียวกับ อังกฤษ รัฐบาลได้ออกคำเตือนการเดินทางไปจอร์เจียแก่ประชาชน ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยพร้อมแนะนำไม่ให้เดินทางไปยังพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การยึดครองของรัสเซียโดยเด็ดขาด ซึ่งได้แก่ ภูมิภาคเซาท์ออสซีเชีย และ อับคาเซีย โดยรัฐบาลอังกฤษก็ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือแก่พลเมืองอังกฤษแบบพบหน้ากันได้ หากเดินทางอยู่ในเซาท์ออสซีเชียและอับคาเซีย เนื่องจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลอังกฤษถูกจำกัดไม่ให้เดินทางเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว
- เปิดอีกมุมจอร์เจีย หลัง "ฮลุน โซโล่" หายตัว คนไทยเคยถูกจี้ - ติดค้างเกือบเดือน
- พลังโซเชียลระดมช่วย! "ว่านไฉ" ดึงเครือข่ายจอร์เจีย "พิกกาพลอย" ร่วมแชร์ เร่งหาเบาะแส "ฮลุน โซโล่"
- อัปเดตข่าว “ฮลุน โซโล่” ครอบครัวขอความร่วมมืออย่าสร้างข่าวลือ
- เปิดประวัติ “ฮลุน โซโล่” ยูทูบเบอร์สายแบกเป้ เจ้าของแรงบันดาลใจ ก่อนข่าวหายตัวในจอร์เจีย
- เปิดคลิปล่าสุด “ฮลุน โซโล่” ภารกิจหมู่บ้านไร้ไฟฟ้า ก่อนขาดการติดต่อที่จอร์เจีย
ที่มาข้อมูล : BBC / DW / CNN
ที่มารูปภาพ : Magnific
