รู้จัก "พันธบัตรออมพลัส" ลงทุนเริ่ม 100 บาท ทำไมรัฐบาลชวนคนไทยร่วมลงทุนกับประเทศ?
เงินเพียง 100 บาท ก็สามารถลงทุนกับรัฐบาลได้จริงหรือ?
นี่คือคำถามที่หลายคนสงสัย หลังจากกระทรวงการคลังประกาศเตรียมเปิดขาย "พันธบัตรออมพลัส" ครั้งแรกในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ภายใต้แนวคิดเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมออมเงินและมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ
จังหวะเวลานี้ถือว่าน่าสนใจ เพราะอยู่ในช่วงที่ดอกเบี้ยเงินฝากเริ่มลดลง ตลาดหุ้นยังผันผวน ขณะที่เศรษฐกิจโลกยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทำให้นักลงทุนจำนวนมากเริ่มมองหาสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอและมีความเสี่ยงต่ำมากขึ้น
แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ แนวคิดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย เพราะหลายประเทศทั่วโลกใช้ "พันธบัตรรัฐบาลสำหรับประชาชน" เป็นเครื่องมือสำคัญ ทั้งเพื่อส่งเสริมการออมและระดมเงินทุนภายในประเทศมานานแล้ว
พันธบัตรออมพลัส คืออะไร?
"พันธบัตรออมพลัส" เป็นพันธบัตรรัฐบาลที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปลงทุนได้โดยตรง โดยรัฐบาลจะนำเงินที่ระดมได้ไปใช้ชดเชยการขาดดุลงบประมาณและพัฒนาประเทศตามแผนการกู้เงินปกติของปีงบประมาณ 2569 ย้ำว่า ไม่ใช่การระดมทุนตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทด้านพลังงาน
ผู้ลงทุนจะได้รับดอกเบี้ยตามอายุพันธบัตร และถือเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ เนื่องจากผู้ออกคือรัฐบาล
ใครซื้อได้ และผลตอบแทนเท่าไร?
ผู้มีสิทธิซื้อคือ บุคคลธรรมดาสัญชาติไทย
มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่
* อายุ 3 ปี ดอกเบี้ยคงที่ 1.80% ต่อปี
* อายุ 10 ปี ดอกเบี้ยคงที่ 2.80% ต่อปี
ทั้งสองรุ่นจ่ายดอกเบี้ย ทุก 3 เดือน
ซื้อได้ 2 ช่องทาง
1. ผ่านวอลเล็ต สบม. บนแอปฯ "เป๋าตัง"
เปิดขายระหว่าง 31 กรกฎาคม - 31 สิงหาคม 2569
* เริ่มลงทุนเพียง 100 บาท
* ซื้อได้สูงสุด 3 ล้านบาทต่อครั้ง
* ถือครองรวมไม่เกิน 50 ล้านบาท
* จัดสรรแบบ มาก่อนได้ก่อน (First-Come First-Served)
2. ผ่าน Bond Connect Platform
เป็นระบบที่พัฒนาร่วมกันระหว่างสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) บริษัท เซ็ทเทรด ดอท คอม จำกัด ธนาคารแห่งประเทศไทย และบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย)
ประชาชนสามารถจองซื้อผ่านธนาคารพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์ และแอปพลิเคชัน Streaming
เปิดจอง 3-5 สิงหาคม 2569
* เริ่มลงทุน 1,000 บาท
* ไม่จำกัดวงเงินซื้อสูงสุด
* จัดสรรแบบ Small Lot First เพื่อกระจายสิทธิให้รายย่อย
* ต้องถือครองอย่างน้อย 6 เดือน ก่อนซื้อขายต่อผ่าน Streaming
จุดเด่นของพันธบัตรออมพลัส
สิ่งที่ทำให้ผลิตภัณฑ์นี้แตกต่างจากพันธบัตรออมทรัพย์ในอดีต คือการปรับเข้าสู่ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ
จุดเด่นสำคัญ ได้แก่
* ลงทุนกับรัฐบาล ความเสี่ยงต่ำ
* เริ่มต้นเพียง 100 บาท
* เป็นพันธบัตรไร้ใบ (Scripless)
* ซื้อและถือครองผ่านระบบดิจิทัล
* สามารถลงทุนผ่านทั้งสองช่องทาง โดยวงเงินแยกจากกัน
นอกจากนี้ยังได้รับดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ถือเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการพักเงินในช่วงดอกเบี้ยเงินฝากมีแนวโน้มลดลง และช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน
ไม่ใช่แค่การกู้เงิน แต่เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วม
กระทรวงการคลังระบุว่า เป้าหมายของพันธบัตรออมพลัสไม่ได้มีเพียงการระดมทุน แต่ต้องการเปิดโอกาสให้ประชาชนเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเศรษฐกิจ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า เงินออมของประชาชนจะถูกนำไปใช้ลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ และใช้ในงบประมาณของรัฐ ขณะที่ผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทนกลับมาในรูปของดอกเบี้ย
แนวคิดนี้สอดคล้องกับมุมมองของ OECD ที่เห็นว่าการมีฐานนักลงทุนภายในประเทศที่แข็งแกร่ง จะช่วยเพิ่มเสถียรภาพของตลาดตราสารหนี้ ลดการพึ่งพาเงินทุนต่างชาติ และทำให้รัฐบาลบริหารต้นทุนการกู้ยืมได้อย่างมั่นคงมากขึ้น
สรุปข่าว
รู้จัก "พันธบัตรออมพลัส" ลงทุนเริ่ม 100 บาท ทำไมรัฐบาลชวนคนไทยร่วมลงทุนกับประเทศ?
เงินเพียง 100 บาท ก็สามารถลงทุนกับรัฐบาลได้จริงหรือ?
นี่คือคำถามที่หลายคนสงสัย หลังจากกระทรวงการคลังประกาศเตรียมเปิดขาย "พันธบัตรออมพลัส" ครั้งแรกในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ภายใต้แนวคิดเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมออมเงินและมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ
จังหวะเวลานี้ถือว่าน่าสนใจ เพราะอยู่ในช่วงที่ดอกเบี้ยเงินฝากเริ่มลดลง ตลาดหุ้นยังผันผวน ขณะที่เศรษฐกิจโลกยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทำให้นักลงทุนจำนวนมากเริ่มมองหาสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอและมีความเสี่ยงต่ำมากขึ้น
แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ แนวคิดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย เพราะหลายประเทศทั่วโลกใช้ "พันธบัตรรัฐบาลสำหรับประชาชน" เป็นเครื่องมือสำคัญ ทั้งเพื่อส่งเสริมการออมและระดมเงินทุนภายในประเทศมานานแล้ว
พันธบัตรออมพลัส คืออะไร?
"พันธบัตรออมพลัส" เป็นพันธบัตรรัฐบาลที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปลงทุนได้โดยตรง โดยรัฐบาลจะนำเงินที่ระดมได้ไปใช้ชดเชยการขาดดุลงบประมาณและพัฒนาประเทศตามแผนการกู้เงินปกติของปีงบประมาณ 2569 ย้ำว่า ไม่ใช่การระดมทุนตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทด้านพลังงาน
ผู้ลงทุนจะได้รับดอกเบี้ยตามอายุพันธบัตร และถือเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ เนื่องจากผู้ออกคือรัฐบาล
ใครซื้อได้ และผลตอบแทนเท่าไร?
ผู้มีสิทธิซื้อคือ บุคคลธรรมดาสัญชาติไทย
มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่
* อายุ 3 ปี ดอกเบี้ยคงที่ 1.80% ต่อปี
* อายุ 10 ปี ดอกเบี้ยคงที่ 2.80% ต่อปี
ทั้งสองรุ่นจ่ายดอกเบี้ย ทุก 3 เดือน
ซื้อได้ 2 ช่องทาง
1. ผ่านวอลเล็ต สบม. บนแอปฯ "เป๋าตัง"
เปิดขายระหว่าง 31 กรกฎาคม - 31 สิงหาคม 2569
* เริ่มลงทุนเพียง 100 บาท
* ซื้อได้สูงสุด 3 ล้านบาทต่อครั้ง
* ถือครองรวมไม่เกิน 50 ล้านบาท
* จัดสรรแบบ มาก่อนได้ก่อน (First-Come First-Served)
2. ผ่าน Bond Connect Platform
เป็นระบบที่พัฒนาร่วมกันระหว่างสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) บริษัท เซ็ทเทรด ดอท คอม จำกัด ธนาคารแห่งประเทศไทย และบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย)
ประชาชนสามารถจองซื้อผ่านธนาคารพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์ และแอปพลิเคชัน Streaming
เปิดจอง 3-5 สิงหาคม 2569
* เริ่มลงทุน 1,000 บาท
* ไม่จำกัดวงเงินซื้อสูงสุด
* จัดสรรแบบ Small Lot First เพื่อกระจายสิทธิให้รายย่อย
* ต้องถือครองอย่างน้อย 6 เดือน ก่อนซื้อขายต่อผ่าน Streaming
จุดเด่นของพันธบัตรออมพลัส
สิ่งที่ทำให้ผลิตภัณฑ์นี้แตกต่างจากพันธบัตรออมทรัพย์ในอดีต คือการปรับเข้าสู่ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ
จุดเด่นสำคัญ ได้แก่
* ลงทุนกับรัฐบาล ความเสี่ยงต่ำ
* เริ่มต้นเพียง 100 บาท
* เป็นพันธบัตรไร้ใบ (Scripless)
* ซื้อและถือครองผ่านระบบดิจิทัล
* สามารถลงทุนผ่านทั้งสองช่องทาง โดยวงเงินแยกจากกัน
นอกจากนี้ยังได้รับดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ถือเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการพักเงินในช่วงดอกเบี้ยเงินฝากมีแนวโน้มลดลง และช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน
ไม่ใช่แค่การกู้เงิน แต่เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วม
กระทรวงการคลังระบุว่า เป้าหมายของพันธบัตรออมพลัสไม่ได้มีเพียงการระดมทุน แต่ต้องการเปิดโอกาสให้ประชาชนเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเศรษฐกิจ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า เงินออมของประชาชนจะถูกนำไปใช้ลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ และใช้ในงบประมาณของรัฐ ขณะที่ผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทนกลับมาในรูปของดอกเบี้ย
แนวคิดนี้สอดคล้องกับมุมมองของ OECD ที่เห็นว่าการมีฐานนักลงทุนภายในประเทศที่แข็งแกร่ง จะช่วยเพิ่มเสถียรภาพของตลาดตราสารหนี้ ลดการพึ่งพาเงินทุนต่างชาติ และทำให้รัฐบาลบริหารต้นทุนการกู้ยืมได้อย่างมั่นคงมากขึ้น
หลายประเทศใช้โมเดลนี้มานาน
ประเทศไทยไม่ได้เป็นประเทศแรกที่เปิดให้ประชาชนลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล เพราะประเทศพัฒนาแล้วหลายแห่งใช้แนวทางนี้มานาน
ญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นออก Japanese Government Bonds for Retail Investors ตั้งแต่ปี 2546 เพื่อดึงเงินออมจำนวนมหาศาลของครัวเรือนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ
กระทรวงการคลังญี่ปุ่นระบุว่า ครัวเรือนญี่ปุ่นถือครองสินทรัพย์ทางการเงินมากกว่า 2,200 ล้านล้านเยน จึงต้องการส่งเสริมให้ประชาชนนำเงินบางส่วนมาลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลแทนการถือเงินสด
สิงคโปร์
อีกตัวอย่างที่ได้รับการยอมรับคือ Singapore Savings Bonds (SSB)
ประชาชนลงทุนได้ตั้งแต่ 500 ดอลลาร์สิงคโปร์ สามารถไถ่ถอนก่อนครบกำหนดได้ทุกเดือน และดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาการถือครอง
ทั้งธนาคารโลกและ IMF ต่างยกให้ตลาดตราสารหนี้ของสิงคโปร์เป็นตัวอย่างของประเทศที่สร้างฐานนักลงทุนรายย่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเสริมเสถียรภาพของระบบการเงิน
สหรัฐอเมริกา
กระทรวงการคลังสหรัฐเปิดให้ประชาชนซื้อ U.S. Savings Bonds ผ่านระบบออนไลน์ TreasuryDirect
ในช่วงเงินเฟ้อสูงปี 2565 พันธบัตรที่อ้างอิงผลตอบแทนตามเงินเฟ้อได้รับความนิยมอย่างมาก จนยอดซื้อของประชาชนทำสถิติสูงสุด
อินเดีย
ธนาคารกลางอินเดียพัฒนาระบบ Retail Direct ให้ประชาชนซื้อพันธบัตรรัฐบาลผ่านออนไลน์โดยตรง
เป้าหมายสำคัญคือเพิ่มการเข้าถึงบริการทางการเงิน (Financial Inclusion) และขยายฐานนักลงทุนรายย่อยทั่วประเทศ
เทรนด์โลกที่ช่วยเพิ่มเสถียรภาพเศรษฐกิจ
งานศึกษาของ IMF ระบุว่า ประเทศที่มีฐานนักลงทุนภายในประเทศขนาดใหญ่ มักรับมือกับวิกฤตการเงินได้ดีกว่า เพราะไม่ต้องพึ่งพาเงินทุนจากต่างประเทศมากเกินไป
ขณะที่ BIS พบว่า การกระจายการถือครองพันธบัตรไปยังประชาชน ช่วยลดความผันผวนของตลาดตราสารหนี้ และเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารหนี้สาธารณะ
ด้าน OECD ยังชี้ว่า การเปิดโอกาสให้ประชาชนลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ยังช่วยยกระดับความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) เพราะทำให้ประชาชนเรียนรู้เรื่องการออม การลงทุน และการบริหารความเสี่ยงมากขึ้น
ในมุมของนักวางแผนการเงิน พันธบัตรรัฐบาลยังคงเป็นสินทรัพย์พื้นฐานของการจัดพอร์ต โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอน
มากกว่าโอกาสลงทุน คือการเปลี่ยนเงินออมเป็นทุนพัฒนาประเทศ
หากมองในมุมของนักลงทุน "พันธบัตรออมพลัส" คืออีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการผลตอบแทนสม่ำเสมอและความเสี่ยงต่ำ
แต่หากมองในมุมของประเทศ นี่คือการเปลี่ยน "เงินออมของประชาชน" ให้กลายเป็น "เงินลงทุนเพื่ออนาคตของชาติ" ผ่านการระดมทุนภายในประเทศ ซึ่งเป็นแนวทางที่หลายประเทศพัฒนาแล้วใช้มาอย่างต่อเนื่อง และกำลังกลายเป็นมาตรฐานสำคัญของการบริหารหนี้สาธารณะในยุคใหม่
- เศรษฐกิจไทยแกร่ง! "คลัง" ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี 2569 โต 2.5% จากเดิม 1.6%
- ทำไมจีนเลือกไทย? เปิดแผน 4 บิ๊กเทค ลงทุนไทย 70,000 ล้าน
- คลังเร่งดัน "TISA" จ่อคลอด ภายในเดือนกันยายน 2569 นี้ เร่งสรุปเงื่อนไขใหม่ หนุนออมลงทุนระยะยาว
- ไทยเนื้อหอม! "ฮอลลีวูด" แห่ถ่ายหนัง แค่ครึ่งปี 302 เรื่อง เงินสะพัด 4 พันล้านบาท
- รัฐบาลยกระดับ "ไทย-จีน" สู่พันธมิตรเศรษฐกิจดิจิทัล ขยายร่วมมือรอบด้าน
ที่มารูปภาพ : OpenAI Magnific
รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ
