เมื่อ "หนี้" ก้อนเล็ก กำลังท่วมหัวคนไทย เฉลี่ย 1 คน = ผ่อน 4 บัญชี จะหาทางออกให้คนไทยได้อย่างไร?
เป็นหนี้ก้อนเล็ก...แต่ทำไมกลายเป็นปัญหาใหญ่
หลายคนอาจเคยคิดว่า กู้เงินไม่กี่พันหรือไม่กี่หมื่นบาทคงไม่ใช่เรื่องใหญ่ เดี๋ยวก็ผ่อนหมด แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับคนไทยในวันนี้ คือหนี้ก้อนเล็กเหล่านี้กำลังสะสมจนกลายเป็นภาระก้อนใหญ่
เราไม่ได้เป็นหนี้เพื่อซื้อบ้านหรือซื้อรถเหมือนในอดีต แต่กำลังเป็นหนี้เพื่อใช้ชีวิตประจำวัน ซื้อของกินของใช้ หมุนค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน และบางครั้งก็ต้องกู้เงินก้อนใหม่เพื่อประคองให้ผ่านเดือนนี้ไปได้
คำถามคือ เรื่องนี้รุนแรงแค่ไหน และกำลังส่งผลอย่างไรต่อเศรษฐกิจไทย
รายได้โตไม่ทันรายจ่าย คนไทยจึงต้องกู้มากขึ้น
ข้อมูลล่าสุดจากบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (NCB) ร่วมกับศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี (ttb analytics) สะท้อนภาพที่น่าสนใจว่า แม้มูลค่าหนี้ครัวเรือนไทยไม่ได้เพิ่มขึ้นมากเหมือนในอดีต แต่จำนวน "บัญชีหนี้" กลับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ข้อมูลไตรมาส 1 ปี 2569 ระบุว่า
* หนี้ครัวเรือนอยู่ที่ 13.6 ล้านล้านบาท
* จำนวนบัญชีสินเชื่อ 98.7 ล้านบัญชี
* เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 12.82 ล้านบัญชี
* แต่มูลค่าหนี้รวมเพิ่มขึ้นเพียงราว 60,000 ล้านบาท
ตัวเลขเหล่านี้กำลังบอกว่า คนไทยไม่ได้กู้เงินก้อนใหญ่ขึ้น แต่กำลังกู้เงินก้อนเล็กหลายก้อนมากกว่าเดิม
พูดอีกอย่างคือ ภาระหนี้ไม่ได้หนักขึ้นเพราะยอดหนี้ต่อบัญชีสูงขึ้น แต่หนักขึ้นเพราะแต่ละคนมีหนี้หลายบัญชีพร้อมกัน
คนไทย 1 คน ผ่อนเฉลี่ย 4 บัญชี
ดร.ลักษมณ อรรถาพิช ผู้จัดการใหญ่ NCB ระบุว่า คนวัยทำงานอายุประมาณ 20-60 ปี มีหนี้เฉลี่ยประมาณ 4 บัญชีต่อคน
นั่นหมายความว่า คนหนึ่งคนอาจไม่ได้ผ่อนแค่บ้านหรือรถอีกต่อไป แต่กำลังผ่อนหลายอย่างพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อดิจิทัล ผ่อนโทรศัพท์มือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือแม้แต่การซื้อสินค้าผ่านบริการ Buy Now Pay Later ที่สามารถกดซื้อวันนี้แล้วทยอยจ่ายในอนาคต
การผ่อนแต่ละรายการอาจดูไม่มาก แต่เมื่อรวมกันหลายบัญชี ภาระรายเดือนก็เพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว
จาก "หนี้สร้างทรัพย์" สู่ "หนี้เพื่อเอาตัวรอด"
นี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของโครงสร้างหนี้ไทย
ในอดีต การกู้ส่วนใหญ่เป็นการกู้เพื่อสร้างสินทรัพย์ เช่น บ้านหรือรถยนต์ แต่วันนี้คนไทยจำนวนไม่น้อยกำลังกู้เพื่อเสริมสภาพคล่อง หมุนเงิน และรักษาระดับการใช้ชีวิต
หากดูตามจำนวนบัญชีสินเชื่อ
* สินเชื่อส่วนบุคคล 39.28%
* บัตรเครดิต 24.68%
* นาโนไฟแนนซ์ 7.77%
* เช่าซื้ออื่น 6.75%
* สินเชื่อรถยนต์ 5.97%
* สินเชื่อบ้าน 3.53%
แม้หนี้บ้านยังมีสัดส่วนสูงที่สุดในเชิงมูลค่า คิดเป็น 38.53% ของหนี้ทั้งหมด แต่ในแง่ "จำนวนคนที่กู้" สินเชื่อส่วนบุคคลกลับกลายเป็นรูปแบบหนี้ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และกำลังเข้ามาแทนที่สินเชื่อรถยนต์
ภาพนี้สะท้อนว่า คนไทยกำลังพึ่งพาหนี้เพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อย ๆ
สิ่งที่น่ากังวล ไม่ใช่ยอดหนี้ แต่คือคุณภาพของหนี้
ประเด็นที่ผู้เชี่ยวชาญจับตา ไม่ใช่เพียงตัวเลขหนี้รวม แต่คือคุณภาพของหนี้
ข้อมูลของ NCB พบว่า การค้างชำระของสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับการผ่อนสินค้า เช่น โทรศัพท์มือถือและเครื่องใช้ไฟฟ้า เพิ่มขึ้นเกือบ 20% และยังมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง
ส่วนหนึ่งเป็นผลจากแพลตฟอร์มออนไลน์และอีคอมเมิร์ซที่ทำให้การเข้าถึงสินเชื่อง่ายกว่าเดิม
เพียงไม่กี่นาที ผู้บริโภคก็สามารถซื้อโทรศัพท์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ หรือสินค้าอุปโภคบริโภค พร้อมเลือกผ่อนรายเดือนได้ทันที
เมื่อยอดผ่อนแต่ละรายการไม่สูง ผู้บริโภคจึงไม่รู้สึกว่ากำลังก่อหนี้ก้อนใหญ่ แต่เมื่อสะสมหลายบัญชีเข้าไว้ด้วยกัน ภาระรายเดือนกลับเพิ่มขึ้นจนเริ่มกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้
ทำไมเศรษฐกิจชะลอ คนกลับกู้มากขึ้น
คำอธิบายเรื่องนี้มีอยู่ในทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ที่เรียกว่า "Consumption Smoothing"
แนวคิดนี้อธิบายว่า เมื่อรายได้ลดลงหรือเติบโตไม่ทันค่าครองชีพ ครัวเรือนจะพยายามรักษาระดับการใช้จ่ายเอาไว้ โดยนำเงินออมหรือการกู้ยืมเข้ามาทดแทน
ปัญหาคือ หากรายได้ไม่ฟื้น การกู้เพื่อประคองชีวิตก็จะกลายเป็นภาระที่สะสมต่อเนื่อง
หลายครัวเรือนจึงต้องกู้ใหม่เพื่อไปปิดหนี้เก่า เกิดเป็นวงจรที่นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่า "Debt Cycling" หรือวงจรหนี้
เมื่อรายได้ส่วนใหญ่ต้องนำไปชำระหนี้ เงินที่ควรใช้จับจ่ายในระบบเศรษฐกิจก็ลดลง ส่งผลให้การบริโภค การลงทุน และการเติบโตทางเศรษฐกิจอ่อนแรงลงตามไปด้วย
ธนาคารโลกเคยชี้ว่า ประเทศที่มีหนี้ครัวเรือนสูง มักฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจชะลอได้ช้ากว่าประเทศที่ภาระหนี้อยู่ในระดับเหมาะสม เพราะรายได้ของประชาชนจำนวนมากถูกใช้ไปกับการชำระหนี้ แทนที่จะหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ
สรุปข่าว
เมื่อ "หนี้" ก้อนเล็ก กำลังท่วมหัวคนไทย เฉลี่ย 1 คน = ผ่อน 4 บัญชี จะหาทางออกให้คนไทยได้อย่างไร?
เป็นหนี้ก้อนเล็ก...แต่ทำไมกลายเป็นปัญหาใหญ่
หลายคนอาจเคยคิดว่า กู้เงินไม่กี่พันหรือไม่กี่หมื่นบาทคงไม่ใช่เรื่องใหญ่ เดี๋ยวก็ผ่อนหมด แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับคนไทยในวันนี้ คือหนี้ก้อนเล็กเหล่านี้กำลังสะสมจนกลายเป็นภาระก้อนใหญ่
เราไม่ได้เป็นหนี้เพื่อซื้อบ้านหรือซื้อรถเหมือนในอดีต แต่กำลังเป็นหนี้เพื่อใช้ชีวิตประจำวัน ซื้อของกินของใช้ หมุนค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน และบางครั้งก็ต้องกู้เงินก้อนใหม่เพื่อประคองให้ผ่านเดือนนี้ไปได้
คำถามคือ เรื่องนี้รุนแรงแค่ไหน และกำลังส่งผลอย่างไรต่อเศรษฐกิจไทย
รายได้โตไม่ทันรายจ่าย คนไทยจึงต้องกู้มากขึ้น
ข้อมูลล่าสุดจากบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (NCB) ร่วมกับศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี (ttb analytics) สะท้อนภาพที่น่าสนใจว่า แม้มูลค่าหนี้ครัวเรือนไทยไม่ได้เพิ่มขึ้นมากเหมือนในอดีต แต่จำนวน "บัญชีหนี้" กลับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ข้อมูลไตรมาส 1 ปี 2569 ระบุว่า
* หนี้ครัวเรือนอยู่ที่ 13.6 ล้านล้านบาท
* จำนวนบัญชีสินเชื่อ 98.7 ล้านบัญชี
* เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 12.82 ล้านบัญชี
* แต่มูลค่าหนี้รวมเพิ่มขึ้นเพียงราว 60,000 ล้านบาท
ตัวเลขเหล่านี้กำลังบอกว่า คนไทยไม่ได้กู้เงินก้อนใหญ่ขึ้น แต่กำลังกู้เงินก้อนเล็กหลายก้อนมากกว่าเดิม
พูดอีกอย่างคือ ภาระหนี้ไม่ได้หนักขึ้นเพราะยอดหนี้ต่อบัญชีสูงขึ้น แต่หนักขึ้นเพราะแต่ละคนมีหนี้หลายบัญชีพร้อมกัน
คนไทย 1 คน ผ่อนเฉลี่ย 4 บัญชี
ดร.ลักษมณ อรรถาพิช ผู้จัดการใหญ่ NCB ระบุว่า คนวัยทำงานอายุประมาณ 20-60 ปี มีหนี้เฉลี่ยประมาณ 4 บัญชีต่อคน
นั่นหมายความว่า คนหนึ่งคนอาจไม่ได้ผ่อนแค่บ้านหรือรถอีกต่อไป แต่กำลังผ่อนหลายอย่างพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อดิจิทัล ผ่อนโทรศัพท์มือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือแม้แต่การซื้อสินค้าผ่านบริการ Buy Now Pay Later ที่สามารถกดซื้อวันนี้แล้วทยอยจ่ายในอนาคต
การผ่อนแต่ละรายการอาจดูไม่มาก แต่เมื่อรวมกันหลายบัญชี ภาระรายเดือนก็เพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว
จาก "หนี้สร้างทรัพย์" สู่ "หนี้เพื่อเอาตัวรอด"
นี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของโครงสร้างหนี้ไทย
ในอดีต การกู้ส่วนใหญ่เป็นการกู้เพื่อสร้างสินทรัพย์ เช่น บ้านหรือรถยนต์ แต่วันนี้คนไทยจำนวนไม่น้อยกำลังกู้เพื่อเสริมสภาพคล่อง หมุนเงิน และรักษาระดับการใช้ชีวิต
หากดูตามจำนวนบัญชีสินเชื่อ
* สินเชื่อส่วนบุคคล 39.28%
* บัตรเครดิต 24.68%
* นาโนไฟแนนซ์ 7.77%
* เช่าซื้ออื่น 6.75%
* สินเชื่อรถยนต์ 5.97%
* สินเชื่อบ้าน 3.53%
แม้หนี้บ้านยังมีสัดส่วนสูงที่สุดในเชิงมูลค่า คิดเป็น 38.53% ของหนี้ทั้งหมด แต่ในแง่ "จำนวนคนที่กู้" สินเชื่อส่วนบุคคลกลับกลายเป็นรูปแบบหนี้ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และกำลังเข้ามาแทนที่สินเชื่อรถยนต์
ภาพนี้สะท้อนว่า คนไทยกำลังพึ่งพาหนี้เพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อย ๆ
สิ่งที่น่ากังวล ไม่ใช่ยอดหนี้ แต่คือคุณภาพของหนี้
ประเด็นที่ผู้เชี่ยวชาญจับตา ไม่ใช่เพียงตัวเลขหนี้รวม แต่คือคุณภาพของหนี้
ข้อมูลของ NCB พบว่า การค้างชำระของสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับการผ่อนสินค้า เช่น โทรศัพท์มือถือและเครื่องใช้ไฟฟ้า เพิ่มขึ้นเกือบ 20% และยังมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง
ส่วนหนึ่งเป็นผลจากแพลตฟอร์มออนไลน์และอีคอมเมิร์ซที่ทำให้การเข้าถึงสินเชื่อง่ายกว่าเดิม
เพียงไม่กี่นาที ผู้บริโภคก็สามารถซื้อโทรศัพท์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ หรือสินค้าอุปโภคบริโภค พร้อมเลือกผ่อนรายเดือนได้ทันที
เมื่อยอดผ่อนแต่ละรายการไม่สูง ผู้บริโภคจึงไม่รู้สึกว่ากำลังก่อหนี้ก้อนใหญ่ แต่เมื่อสะสมหลายบัญชีเข้าไว้ด้วยกัน ภาระรายเดือนกลับเพิ่มขึ้นจนเริ่มกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้
ทำไมเศรษฐกิจชะลอ คนกลับกู้มากขึ้น
คำอธิบายเรื่องนี้มีอยู่ในทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ที่เรียกว่า "Consumption Smoothing"
แนวคิดนี้อธิบายว่า เมื่อรายได้ลดลงหรือเติบโตไม่ทันค่าครองชีพ ครัวเรือนจะพยายามรักษาระดับการใช้จ่ายเอาไว้ โดยนำเงินออมหรือการกู้ยืมเข้ามาทดแทน
ปัญหาคือ หากรายได้ไม่ฟื้น การกู้เพื่อประคองชีวิตก็จะกลายเป็นภาระที่สะสมต่อเนื่อง
หลายครัวเรือนจึงต้องกู้ใหม่เพื่อไปปิดหนี้เก่า เกิดเป็นวงจรที่นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่า "Debt Cycling" หรือวงจรหนี้
เมื่อรายได้ส่วนใหญ่ต้องนำไปชำระหนี้ เงินที่ควรใช้จับจ่ายในระบบเศรษฐกิจก็ลดลง ส่งผลให้การบริโภค การลงทุน และการเติบโตทางเศรษฐกิจอ่อนแรงลงตามไปด้วย
ธนาคารโลกเคยชี้ว่า ประเทศที่มีหนี้ครัวเรือนสูง มักฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจชะลอได้ช้ากว่าประเทศที่ภาระหนี้อยู่ในระดับเหมาะสม เพราะรายได้ของประชาชนจำนวนมากถูกใช้ไปกับการชำระหนี้ แทนที่จะหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ
ทางออก...ต้องแก้ทั้งรายได้และหนี้
ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่มองตรงกันว่า การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนไม่สามารถใช้มาตรการใดมาตรการหนึ่งได้ แต่ต้องทำพร้อมกันอย่างน้อย 3 ด้าน ได้แก่ เพิ่มรายได้ แก้หนี้เดิม และป้องกันหนี้ใหม่
ธนาคารโลกเสนอว่า ประเทศที่มีหนี้ครัวเรือนสูงควรเร่งยกระดับทักษะแรงงาน ส่งเสริมอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่ม และเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเติบโต เพราะเมื่อรายได้เพิ่มเร็วกว่าหนี้ สัดส่วนหนี้ต่อรายได้ก็จะค่อย ๆ ลดลงอย่างยั่งยืน
ขณะที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เห็นว่าการปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับความสามารถในการชำระ ควบคู่กับมาตรการเพิ่มรายได้ของประชาชน จะช่วยลดความเสี่ยงต่อระบบการเงินในระยะยาว
ความรู้ทางการเงิน...เกราะป้องกันหนี้ที่สำคัญ
อีกเรื่องที่หลายประเทศให้ความสำคัญคือการสร้าง "Financial Literacy" หรือความรู้ทางการเงิน
องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) พบว่า ผู้ที่มีความรู้ด้านการเงิน มีโอกาสผิดนัดชำระหนี้ต่ำกว่า เพราะเข้าใจต้นทุนของดอกเบี้ย รู้จักวางแผนการใช้เงิน และหลีกเลี่ยงการก่อหนี้เกินกำลัง
สำหรับประชาชนทั่วไป ผู้เชี่ยวชาญแนะนำหลักง่าย ๆ คือ
* ไม่สร้างหนี้ใหม่เพื่อปิดหนี้เก่า หากยังไม่มีแผนชำระที่ชัดเจน
* หากเริ่มผ่อนไม่ไหว ควรรีบเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ก่อนกลายเป็นหนี้เสีย
* รักษาประวัติการชำระหนี้ให้ดี
* พยายามให้ภาระผ่อนชำระรวมไม่เกิน 35-40% ของรายได้ต่อเดือน
หนี้ก้อนเล็ก...อาจเป็นสัญญาณใหญ่ของเศรษฐกิจไทย
หนี้ก้อนเล็กไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หากเกิดจากการวางแผนและอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
แต่เมื่อคนจำนวนมากเริ่มมีหนี้หลายบัญชีพร้อมกัน เพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมากกว่าการสร้างสินทรัพย์ นั่นสะท้อนว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่พฤติกรรมการใช้เงินเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่รายได้ของคนจำนวนมากยังโตไม่ทันค่าครองชีพ
นี่จึงไม่ใช่แค่ปัญหาของแต่ละครอบครัว แต่เป็นโจทย์ใหญ่ของเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ เพราะหากรายได้ไม่เพิ่ม แต่ภาระหนี้ยังสูงขึ้นต่อเนื่อง การฟื้นตัวของเศรษฐกิจก็จะยิ่งเป็นเรื่องยาก
สุดท้ายแล้ว ทางออกที่ยั่งยืนอาจไม่ใช่การทำให้คนกู้น้อยลงเพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำให้คนไทยมีรายได้มากพอที่จะไม่จำเป็นต้องกู้เพื่อใช้ชีวิตในแต่ละเดือนอีกต่อไป
- รัฐบาล ยกระดับคุมเข้ม "คลีนิกเสริมความงาม" ดูแลผู้บริโภค เร่งปราบหมอเถื่อน!
- คนไทยเริ่มกล้าจับจ่าย! "ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค" ฟื้นครั้งแรกรอบ 4 เดือน
- กินได้-ใช้ได้เหมือน? คนเยอรมันเมินยี่ห้อดัง! หันซื้อของห้างผลิตเอง เพราะราคาถูก
- มาแล้ว “โซลาร์ภาคประชาชน” รัฐรับซื้อไฟส่วนเกิน เช็กรายละเอียดที่นี่!
- ดอยซ์แบงก์ หั่นเป้า "ราคาทองคำ" ปี 2569 กังวลเฟดคุมดอกเบี้ย-แรงซื้อทองชะลอ
ที่มารูปภาพ : GPT Image
รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ
