HSBC แนะนักสะสมวางแผนส่งต่อสินทรัพย์ สร้างมรดกสู่คนรุ่นต่อไป

Share on Line Share on Facebook Share on X
HSBC แนะนักสะสมวางแผนส่งต่อสินทรัพย์ สร้างมรดกสู่คนรุ่นต่อไป

เอชเอสบีซี ไพรเวท แบงก์ (HSBC Private Bank) เปิดเผยรายงาน "Collectibles: Having Purpose and Passion" ระบุว่า ท่ามกลางการส่งต่อความมั่งคั่งครั้งใหญ่ของโลก หรือ "Great Stuff Transfer" ผู้มีความมั่งคั่งและผู้มีความมั่งคั่งสูงมาก (HNWIs/UHNWIs) ควรผสานความหลงใหลในการสะสมเข้ากับการวางแผนบริหารสินทรัพย์อย่างเป็นระบบ เพื่อรักษามูลค่าคอลเลกชันและส่งต่อความมั่งคั่งให้คนรุ่นต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รายงานระบุว่า การเติบโตของความมั่งคั่งทั่วโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย ส่งผลให้กลุ่มนักสะสมขยายการลงทุนในสินทรัพย์เพื่อการสะสมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะ รถยนต์คลาสสิก เซรามิก รวมถึงของสะสมที่ระลึก ซึ่งนอกจากจะสะท้อนรสนิยมและตัวตนของเจ้าของแล้ว ยังมีบทบาทเป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม เมื่อคอลเลกชันมีจำนวนและมูลค่าเพิ่มขึ้น การบริหารจัดการย่อมมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งด้านการขนส่ง การจัดเก็บ การประกันภัย การบำรุงรักษา และการส่งต่อทรัพย์สิน จึงจำเป็นต้องมีการวางแผนอย่างรอบด้านเพื่อป้องกันความเสี่ยงและรักษาคุณค่าของสินทรัพย์

สรุปข่าว

HSBC Private Bank ชี้ผู้มีความมั่งคั่งควรวางแผนบริหารและส่งต่อสินทรัพย์เพื่อการสะสมอย่างเป็นระบบ รับการเปลี่ยนผ่านความมั่งคั่งครั้งใหญ่ (Great Stuff Transfer) แนะจัดทำบัญชีทรัพย์สิน สื่อสารกับทายาท และบรรจุคอลเลกชันไว้ในแผนมรดก เพื่อลดความเสี่ยงด้านกฎหมายและข้อพิพาท ระบุตลาดของสะสมทั่วโลกยังเติบโตต่อเนื่อง โดยเอเชียเป็นศูนย์กลางใหม่ของนักสะสม ขณะที่ของสะสมกลายเป็นสินทรัพย์ทางเลือกของผู้มีความมั่งคั่ง

เอชเอสบีซี ไพรเวท แบงก์ (HSBC Private Bank) เปิดเผยรายงาน "Collectibles: Having Purpose and Passion" ระบุว่า ท่ามกลางการส่งต่อความมั่งคั่งครั้งใหญ่ของโลก หรือ "Great Stuff Transfer" ผู้มีความมั่งคั่งและผู้มีความมั่งคั่งสูงมาก (HNWIs/UHNWIs) ควรผสานความหลงใหลในการสะสมเข้ากับการวางแผนบริหารสินทรัพย์อย่างเป็นระบบ เพื่อรักษามูลค่าคอลเลกชันและส่งต่อความมั่งคั่งให้คนรุ่นต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รายงานระบุว่า การเติบโตของความมั่งคั่งทั่วโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย ส่งผลให้กลุ่มนักสะสมขยายการลงทุนในสินทรัพย์เพื่อการสะสมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะ รถยนต์คลาสสิก เซรามิก รวมถึงของสะสมที่ระลึก ซึ่งนอกจากจะสะท้อนรสนิยมและตัวตนของเจ้าของแล้ว ยังมีบทบาทเป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม เมื่อคอลเลกชันมีจำนวนและมูลค่าเพิ่มขึ้น การบริหารจัดการย่อมมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งด้านการขนส่ง การจัดเก็บ การประกันภัย การบำรุงรักษา และการส่งต่อทรัพย์สิน จึงจำเป็นต้องมีการวางแผนอย่างรอบด้านเพื่อป้องกันความเสี่ยงและรักษาคุณค่าของสินทรัพย์

HSBC Private Bank แนะนำ 3 แนวทางสำคัญสำหรับนักสะสม ได้แก่ การจัดทำบัญชีและประเมินมูลค่าทรัพย์สินอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างฐานข้อมูลสำหรับการส่งต่อมรดก พร้อมแจ้งให้ทายาททราบถึงสถานที่จัดเก็บและวิธีเข้าถึงทรัพย์สิน, การสื่อสารกับทายาทอย่างเปิดเผย เพื่อสร้างความเข้าใจถึงเจตนารมณ์ของเจ้าของว่าจะเก็บรักษา แบ่งแยก บริจาค จัดแสดง หรือจำหน่ายคอลเลกชันในอนาคต และ การบรรจุสินทรัพย์สะสมไว้ในแผนการจัดการมรดกอย่างเป็นทางการ เพื่อลดความเสี่ยงด้านกฎหมาย ภาษี การขนส่ง และข้อพิพาทระหว่างผู้รับมรดก

รายงานยังสะท้อนแนวโน้มสำคัญของตลาดของสะสมโลกว่า เอเชียกำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางใหม่ของนักสะสมตามการเติบโตของความมั่งคั่ง ขณะที่นักสะสมในตะวันออกกลางมีบทบาทมากขึ้นในตลาดรถยนต์สะสม ส่วนผู้หญิงให้ความสำคัญกับการสะสมสินทรัพย์ที่สอดคล้องกับคุณค่าและความเชื่อของตนเองมากขึ้น

นอกจากนี้ กระแส Nostalgia หรือความนิยมในของสะสมที่เชื่อมโยงกับความทรงจำในอดีต ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาด โดยยกตัวอย่างหนังสือการ์ตูนที่จำหน่ายในราคาเพียง 10 เซนต์ เมื่อปี 2481 ก่อนถูกขายทอดตลาดในราคาสูงถึง 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเดือนมกราคม 2569 สะท้อนศักยภาพของสินทรัพย์สะสมในการสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว

นางไอดา หลิว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอชเอสบีซี ไพรเวท แบงก์ กล่าวว่า คอลเลกชันส่วนตัวไม่ได้เป็นเพียงสิ่งสะสม แต่ยังสะท้อนตัวตน มรดก และเจตนารมณ์ของเจ้าของ การวางแผนบริหารและส่งต่ออย่างรอบคอบจึงมีความสำคัญ เพื่อให้ทั้งมูลค่าของทรัพย์สินและคุณค่าทางจิตใจสามารถส่งต่อไปยังคนรุ่นต่อไป

ที่มาข้อมูล : HSBC

ที่มารูปภาพ : HSBC