
สื่อจีนรายงาน เมื่อวานนี้ (6 กรกฎาคม) จีนได้ทดสอบยิง “ขีปนาวุธพิสัยไกล” ที่ติดตั้งหัวรบจำลอง (dummy warhead) จากเรือดำน้ำลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิก นับเป็นการทดสอบการยิงขีปนาวุธลักษณะนี้ครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปี ส่งผลให้หลายประเทศในภูมิภาคออกมาแสดงความกังวลและวิจารณ์ว่าการกระทำดังกล่าวอาจสร้างความไม่มั่นคงในภูมิภาค
สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานด้วยว่า ขีปนาวุธถูกยิงจากเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ของจีนและสามารถยิงตกลงในพื้นที่เป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างแม่นยำพร้อมย้ำว่าการทดสอบดังกล่าวไม่ได้มุ่งเป้าไปยังประเทศหรือเป้าหมายใดโดยเฉพาะ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยอย่างชัดเจนว่าขีปนาวุธถูกยิงจากจุดใดและตกลงในบริเวณใดของมหาสมุทรแปซิฟิก
แม้ว่ารัฐบาลจีนจะไม่ได้ยืนยันว่าขีปนาวุธพิสัยไกลดังกล่าวเป็นรุ่นอะไร แต่มีการคาดการณ์ว่าจีนกำลังทดสอบ “ขีปนาวุธ JL-3 รุ่นใหม่” ซึ่งจีนเคยนำขีปนาวุธรุ่นนี้ออกมาจัดแสดงในพิธีสวนสนามทางทหารที่กรุงปักกิ่งเมื่อปีที่ผ่านมา ขณะที่รายงานของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เมื่อปี 2023 ระบุว่า จีนเริ่มติดตั้ง JL-3 บนเรือดำน้ำรุ่นใหม่แล้วที่ทำให้สามารถโจมตีพื้นที่แผ่นดินใหญ่ของสหรัฐฯ ได้ แม้ยิงจากน่านน้ำใกล้ชายฝั่งจีน
ที่ผ่านมาขีปนาวุธที่ยิงจากเรือดำน้ำ ถือเป็นจุดอ่อนของระบบยับยั้งนิวเคลียร์จีน เนื่องจากเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ของจีนมีเสียงดังมากกว่าของสหรัฐฯ และมหาอำนาจอื่นๆ ทำให้ตรวจจับและทำลายได้ง่ายกว่า แต่กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) กำลังพัฒนาเรือดำน้ำที่มีความเงียบมากขึ้นรวมถึงขีปนาวุธรุ่นใหม่เพื่อยกระดับศักยภาพด้านนิวเคลียร์
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคได้รับแจ้งเตือนเกี่ยวกับการยิงขีปนาวุธในครั้งนี้ล่วงหน้าเพียงไม่นาน ทำให้เกิดความกังวลว่าการแสดงศักยภาพทางทหารอย่างเปิดเผยของจีนซึ่งกำลังเร่งขยายขีดความสามารถด้านกลาโหมอย่างรวดเร็วอาจยิ่งกระตุ้นการแข่งขันด้านการทหารในภูมิภาคแปซิฟิก ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความร่วมมือจากสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ด้าน วินสตัน ปีเตอร์ส รัฐมนตรีต่างประเทศนิวซีแลนด์ ระบุว่า นิวซีแลนด์กังวลอย่างยิ่งและเห็นว่าการทดสอบครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบพฤติกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ จากจีน เขาระบุว่านิวซีแลนด์มองว่านี่เป็นพัฒนาการที่ไม่พึงประสงค์และน่ากังวล เช่นเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านในแปซิฟิกที่ไม่ต้องการให้จีนใช้มหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้เป็นสนามทดสอบขีดความสามารถด้านขีปนาวุธ
ขณะที่ เพนนี หว่อง รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลีย กล่าวว่า การทดสอบครั้งนี้สร้างความไม่มั่นคงให้กับภูมิภาคและเกิดขึ้นท่ามกลางการเสริมกำลังทางทหารของจีนที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ การทดสอบดังกล่าวยังเกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่ผู้นำออสเตรเลียและฟิจิประกาศลงนามสนธิสัญญาป้องกันประเทศร่วมกันและจัดตั้งความร่วมมือด้านความมั่นคงระดับภูมิภาค ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อตกลงหลายฉบับที่ออสเตรเลียทำกับประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกเพื่อถ่วงดุลอิทธิพลของจีนที่ขยายตัวในภูมิภาค
เช่นเดียวกับรัฐบาลญี่ปุ่นก็ออกแถลงการณ์ว่า ได้แสดงความกังวลอย่างจริงจังต่อการเพิ่มกิจกรรมทางทหารของจีน พร้อมระบุว่าญี่ปุ่นได้ขอให้จีนพิจารณายกเลิกการยิงหลังได้รับแจ้งเตือนล่วงหน้าด้วย ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมา กองเรือรบจีนยังเคยซ้อมยิงกระสุนจริงในทะเลแทสมันซึ่งตั้งอยู่ระหว่างออสเตรเลียกับนิวซีแลนด์ ส่งผลให้เที่ยวบินพลเรือนหลายสิบเที่ยวต้องเปลี่ยนเส้นทางเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่ดังกล่าว
ย้อนไปเมื่อเดือนกันยายน 2024 จีนเคยทดสอบยิง ขีปนาวุธข้ามทวีป หรือ ICBM ที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ได้พร้อมหัวรบจำลองยิวข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกไปตกใกล้ “เฟรนช์โปลินีเซีย” ซึ่งเป็นการทดสอบ ICBM ในภูมิภาคแปซิฟิกครั้งแรกของจีนในรอบกว่า 40 ปี และถูกหลายประเทศประณาม ขณะที่สหรัฐฯ เองก็ทดสอบยิงขีปนาวุธพิสัยไกลจากทั้งภาคพื้นดินและทะเลเป็นประจำ รวมถึงการยิงจากรัฐแคลิฟอร์เนียไปยังเป้าหมายในหมู่เกาะมาร์แชลล์เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
ทั้งนี้ จากการทดสอบในครั้งนี้ จอห์น แบล็กซ์แลนด์ ศาสตราจารย์ด้านความมั่นคงระหว่างประเทศแห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียและอดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองทหารออสเตรเลียมองว่าจีนกำลังตั้งใจทดสอบทั้งอาวุธของตนและทดสอบปฏิกิริยาของโลกรวมถึงสหรัฐฯ
สรุปข่าว
สื่อจีนรายงาน เมื่อวานนี้ (6 กรกฎาคม) จีนได้ทดสอบยิง “ขีปนาวุธพิสัยไกล” ที่ติดตั้งหัวรบจำลอง (dummy warhead) จากเรือดำน้ำลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิก นับเป็นการทดสอบการยิงขีปนาวุธลักษณะนี้ครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปี ส่งผลให้หลายประเทศในภูมิภาคออกมาแสดงความกังวลและวิจารณ์ว่าการกระทำดังกล่าวอาจสร้างความไม่มั่นคงในภูมิภาค
สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานด้วยว่า ขีปนาวุธถูกยิงจากเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ของจีนและสามารถยิงตกลงในพื้นที่เป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างแม่นยำพร้อมย้ำว่าการทดสอบดังกล่าวไม่ได้มุ่งเป้าไปยังประเทศหรือเป้าหมายใดโดยเฉพาะ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยอย่างชัดเจนว่าขีปนาวุธถูกยิงจากจุดใดและตกลงในบริเวณใดของมหาสมุทรแปซิฟิก
แม้ว่ารัฐบาลจีนจะไม่ได้ยืนยันว่าขีปนาวุธพิสัยไกลดังกล่าวเป็นรุ่นอะไร แต่มีการคาดการณ์ว่าจีนกำลังทดสอบ “ขีปนาวุธ JL-3 รุ่นใหม่” ซึ่งจีนเคยนำขีปนาวุธรุ่นนี้ออกมาจัดแสดงในพิธีสวนสนามทางทหารที่กรุงปักกิ่งเมื่อปีที่ผ่านมา ขณะที่รายงานของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เมื่อปี 2023 ระบุว่า จีนเริ่มติดตั้ง JL-3 บนเรือดำน้ำรุ่นใหม่แล้วที่ทำให้สามารถโจมตีพื้นที่แผ่นดินใหญ่ของสหรัฐฯ ได้ แม้ยิงจากน่านน้ำใกล้ชายฝั่งจีน
ที่ผ่านมาขีปนาวุธที่ยิงจากเรือดำน้ำ ถือเป็นจุดอ่อนของระบบยับยั้งนิวเคลียร์จีน เนื่องจากเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ของจีนมีเสียงดังมากกว่าของสหรัฐฯ และมหาอำนาจอื่นๆ ทำให้ตรวจจับและทำลายได้ง่ายกว่า แต่กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) กำลังพัฒนาเรือดำน้ำที่มีความเงียบมากขึ้นรวมถึงขีปนาวุธรุ่นใหม่เพื่อยกระดับศักยภาพด้านนิวเคลียร์
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคได้รับแจ้งเตือนเกี่ยวกับการยิงขีปนาวุธในครั้งนี้ล่วงหน้าเพียงไม่นาน ทำให้เกิดความกังวลว่าการแสดงศักยภาพทางทหารอย่างเปิดเผยของจีนซึ่งกำลังเร่งขยายขีดความสามารถด้านกลาโหมอย่างรวดเร็วอาจยิ่งกระตุ้นการแข่งขันด้านการทหารในภูมิภาคแปซิฟิก ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความร่วมมือจากสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ด้าน วินสตัน ปีเตอร์ส รัฐมนตรีต่างประเทศนิวซีแลนด์ ระบุว่า นิวซีแลนด์กังวลอย่างยิ่งและเห็นว่าการทดสอบครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบพฤติกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ จากจีน เขาระบุว่านิวซีแลนด์มองว่านี่เป็นพัฒนาการที่ไม่พึงประสงค์และน่ากังวล เช่นเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านในแปซิฟิกที่ไม่ต้องการให้จีนใช้มหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้เป็นสนามทดสอบขีดความสามารถด้านขีปนาวุธ
ขณะที่ เพนนี หว่อง รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลีย กล่าวว่า การทดสอบครั้งนี้สร้างความไม่มั่นคงให้กับภูมิภาคและเกิดขึ้นท่ามกลางการเสริมกำลังทางทหารของจีนที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ การทดสอบดังกล่าวยังเกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่ผู้นำออสเตรเลียและฟิจิประกาศลงนามสนธิสัญญาป้องกันประเทศร่วมกันและจัดตั้งความร่วมมือด้านความมั่นคงระดับภูมิภาค ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อตกลงหลายฉบับที่ออสเตรเลียทำกับประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกเพื่อถ่วงดุลอิทธิพลของจีนที่ขยายตัวในภูมิภาค
เช่นเดียวกับรัฐบาลญี่ปุ่นก็ออกแถลงการณ์ว่า ได้แสดงความกังวลอย่างจริงจังต่อการเพิ่มกิจกรรมทางทหารของจีน พร้อมระบุว่าญี่ปุ่นได้ขอให้จีนพิจารณายกเลิกการยิงหลังได้รับแจ้งเตือนล่วงหน้าด้วย ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมา กองเรือรบจีนยังเคยซ้อมยิงกระสุนจริงในทะเลแทสมันซึ่งตั้งอยู่ระหว่างออสเตรเลียกับนิวซีแลนด์ ส่งผลให้เที่ยวบินพลเรือนหลายสิบเที่ยวต้องเปลี่ยนเส้นทางเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่ดังกล่าว
ย้อนไปเมื่อเดือนกันยายน 2024 จีนเคยทดสอบยิง ขีปนาวุธข้ามทวีป หรือ ICBM ที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ได้พร้อมหัวรบจำลองยิวข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกไปตกใกล้ “เฟรนช์โปลินีเซีย” ซึ่งเป็นการทดสอบ ICBM ในภูมิภาคแปซิฟิกครั้งแรกของจีนในรอบกว่า 40 ปี และถูกหลายประเทศประณาม ขณะที่สหรัฐฯ เองก็ทดสอบยิงขีปนาวุธพิสัยไกลจากทั้งภาคพื้นดินและทะเลเป็นประจำ รวมถึงการยิงจากรัฐแคลิฟอร์เนียไปยังเป้าหมายในหมู่เกาะมาร์แชลล์เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
ทั้งนี้ จากการทดสอบในครั้งนี้ จอห์น แบล็กซ์แลนด์ ศาสตราจารย์ด้านความมั่นคงระหว่างประเทศแห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียและอดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองทหารออสเตรเลียมองว่าจีนกำลังตั้งใจทดสอบทั้งอาวุธของตนและทดสอบปฏิกิริยาของโลกรวมถึงสหรัฐฯ
- จีน-รัสเซีย เริ่มซ้อมรบทางทะเลร่วมกันในเมืองชิงเต่า
- “สีจิ้นผิง” พร้อมร่วมมือ “คิม จอง-อึน” ดันสัมพันธ์เกาหลีเหนือ-จีน ให้มั่นคงและยั่งยืน
- วิ่งตามให้ทัน! จีนลุยแก้กฎหมาย "อีคอมเมิร์ซ" คุมเข้มเศรษฐกิจดิจิทัลยุคใหม่
- ดีมานด์ทองคำในอินเดียซบเซา สวนทางจีนแรงซื้อกระเตื้อง
- คนจีนไม่เหมือนเดิม? "เทศกาลชอปปิงออนไลน์" ยอดขายโตแผ่วครั้งแรกรอบหลายปี!
ที่มาข้อมูล : The New York Times
ที่มารูปภาพ : Reuters
