
เจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงของสหรัฐฯ ที่ประจำการในภูมิภาคตะวันออกกลางเตือนกำลังพลสหรัฐฯ ว่าคลิปวิดีโอต่าง ๆ ที่ถูกแชร์ลงโลกออนไลน์จากโทรศัพท์มือถืออาจช่วยให้อิหร่านสามารถเล็งเป้าฐานทัพสหรัฐฯ ได้ โดยแหล่งข่าวกองทัพเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์สด้วยว่า หลังจากนี้ในอีกไม่นานกำลังพลที่ถูกส่งไปประจำการใจตะวันออกกลางจะถูกยึดโทรศัพท์มือถือ
การปราบปรามหรือจำกัดการใช้การสื่อสารผ่านโทรศัพท์มือถืออาจเพิ่มมิติใหม่ให้กับความขัดแย้งครั้งนี้สำหรับทหารสหรัฐฯ หลายพันนายที่ประจำการอยู่ในตะวันออกกลาง ซึ่งพบว่ากำลังพลหลายนายยังคงพึ่งพาโทรศัพท์มือถือในการส่งข้อความหาคนในครอบครัวเป็นระยะ เพื่อยืนยันว่าตนเองยังปลอดภัยดีทามกลางสงคราม
ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ CENTCOM ระบุว่า อิหร่านได้ประโยชน์จากการสามารถประเมินผลการโจมตีของตนได้ “เกือบเรียลไทม์” เพียงแค่ติดตามรายงานข่าวหรือโพสต์ออนไลน์ของผู้สื่อข่าวที่อ้างอิงปฏิกิริยา ภาพถ่าย และคลิปวิดีโอจากโทรศัพท์มือถือของกำลังพลสหรัฐฯ ที่อาจมีการแชร์ลงโลกออนไลน์ และเพราะเหตุนี้ผู้บัญชาการ CENTCOM มองว่าเป็นต้นทุนของอิหร่านที่หลีกเลี่ยง ซึ่งอาจทำให้ชีวิตของทหารอเมริกันและพลเรือนในประเทศอ่าวเปอร์เซียที่ตกเป็นเป้าหมายจากการโจมตีของอิหร่าน โดยที่เขายังเรียกร้องให้กำลังพลทุกนาย เพิ่มความเข้มงวดด้านความมั่นคงในทุกปฏิบัติการที่เกิดขึ้นด้วย
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลว่าการรายงานข่าวสารแบบเรียลไทม์จากสื่อต่าง ๆ ในช่วงสงครามที่ต้องอาศัยภาพถ่ายดาวเทียมและคำบอกเล่าจากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ อาจเป็นประโยชน์ต่ออิหร่านในความพยายามสังหารและทำร้ายกำลังพลสหรัฐฯ
รอยเตอร์ส รายงานว่าที่ฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดนซึ่งมักตกเป็นเป้าการโจมตีของอิหร่านในหลายครั้งที่ผ่านมา กำลังพลเพิ่งได้รับแจ้งไม่นานมานี้ว่าโทรศัพท์มือถือของพวกเขาจะถูกยึดทันทีในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แต่แหล่งข่าวอีกรายระบุว่า มาตรการดังกล่าว กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา เนื่องจากความกังวลด้านความมั่นคงในการปฏิบัติการ แต่ยังไม่ได้มีการตัดสินใจอย่างเป็นทางการ
สรุปข่าว
เจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงของสหรัฐฯ ที่ประจำการในภูมิภาคตะวันออกกลางเตือนกำลังพลสหรัฐฯ ว่าคลิปวิดีโอต่าง ๆ ที่ถูกแชร์ลงโลกออนไลน์จากโทรศัพท์มือถืออาจช่วยให้อิหร่านสามารถเล็งเป้าฐานทัพสหรัฐฯ ได้ โดยแหล่งข่าวกองทัพเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์สด้วยว่า หลังจากนี้ในอีกไม่นานกำลังพลที่ถูกส่งไปประจำการใจตะวันออกกลางจะถูกยึดโทรศัพท์มือถือ
การปราบปรามหรือจำกัดการใช้การสื่อสารผ่านโทรศัพท์มือถืออาจเพิ่มมิติใหม่ให้กับความขัดแย้งครั้งนี้สำหรับทหารสหรัฐฯ หลายพันนายที่ประจำการอยู่ในตะวันออกกลาง ซึ่งพบว่ากำลังพลหลายนายยังคงพึ่งพาโทรศัพท์มือถือในการส่งข้อความหาคนในครอบครัวเป็นระยะ เพื่อยืนยันว่าตนเองยังปลอดภัยดีทามกลางสงคราม
ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ CENTCOM ระบุว่า อิหร่านได้ประโยชน์จากการสามารถประเมินผลการโจมตีของตนได้ “เกือบเรียลไทม์” เพียงแค่ติดตามรายงานข่าวหรือโพสต์ออนไลน์ของผู้สื่อข่าวที่อ้างอิงปฏิกิริยา ภาพถ่าย และคลิปวิดีโอจากโทรศัพท์มือถือของกำลังพลสหรัฐฯ ที่อาจมีการแชร์ลงโลกออนไลน์ และเพราะเหตุนี้ผู้บัญชาการ CENTCOM มองว่าเป็นต้นทุนของอิหร่านที่หลีกเลี่ยง ซึ่งอาจทำให้ชีวิตของทหารอเมริกันและพลเรือนในประเทศอ่าวเปอร์เซียที่ตกเป็นเป้าหมายจากการโจมตีของอิหร่าน โดยที่เขายังเรียกร้องให้กำลังพลทุกนาย เพิ่มความเข้มงวดด้านความมั่นคงในทุกปฏิบัติการที่เกิดขึ้นด้วย
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลว่าการรายงานข่าวสารแบบเรียลไทม์จากสื่อต่าง ๆ ในช่วงสงครามที่ต้องอาศัยภาพถ่ายดาวเทียมและคำบอกเล่าจากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ อาจเป็นประโยชน์ต่ออิหร่านในความพยายามสังหารและทำร้ายกำลังพลสหรัฐฯ
รอยเตอร์ส รายงานว่าที่ฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดนซึ่งมักตกเป็นเป้าการโจมตีของอิหร่านในหลายครั้งที่ผ่านมา กำลังพลเพิ่งได้รับแจ้งไม่นานมานี้ว่าโทรศัพท์มือถือของพวกเขาจะถูกยึดทันทีในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แต่แหล่งข่าวอีกรายระบุว่า มาตรการดังกล่าว กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา เนื่องจากความกังวลด้านความมั่นคงในการปฏิบัติการ แต่ยังไม่ได้มีการตัดสินใจอย่างเป็นทางการ
คลิปทหารสหรัฐฯ วิ่งหลบขีปนาวุธในฐานทัพกลายเป็นข้อมูลให้อิหร่าน ?
เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา มีการเผยแพร่วิดีโอทางโลกออนไลน์ที่ปรากฏภาพที่ทหารสหรัฐฯ นายหนึ่งได้บันทึกไว้ขณะทหารกำลังวิ่งเข้าหลุมหลบภัยระหว่างการโจมตีของอิหร่านที่ฐานทัพอากาศมูวัฟฟัก ซัลติ ในจอร์แดนเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม
ในคลิปดังกล่าว ผู้บัญชาการ CENTCOM ระบุว่า วิดีโอนี้ถูกบันทึกผ่าน “แว่นตาอัจฉริยะ” ของ Meta ที่มีกล้องในตัว ซึ่งแสดงให้เห็นช่วงเวลาที่นายทหารคนนี้กำลังหลบเข้าไปในบังเกอร์ ซึ่งมันได้เปิดเผยตำแหน่งและวิธีที่ทหารนายนี้ซ่อนตัว ท่ามกลางขีปนาวุธจากอิหร่าน ผู้บัญชาการ CENTCOM ระบุเพิ่มเติมว่า โดยปกติแล้วอิหร่านจะประเมินผลการโจมตีของตนได้ยาก เนื่องจากกองทัพสหรัฐฯ ใช้มาตรการรบกวนสัญญาณในพื้นที่สงคราม แม้อิหร่านรู้ว่ายิงอาวุธออกไปแล้ว แต่ก็จะไม่รู้ว่าพลาดเป้าหมายหรือตรงเป้าหมาย ดังนั้นการที่คลิปจากนายทหารสหรัฐฯ ถูกเผยแพร่ออกมาบนโลกออนไลน์ ก็จะทำให้อิหร่านสามารถทราบได้ทันทีว่าการโจมตีประสบความสำเร็จหรือไม่
แต่การยึดโทรศัพท์สร้างความกังวลแก่ครอบครัวทหาร...
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า กฎเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์มือถือของทหารที่ปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศ แตกต่างกันไปตามแต่ละหน่วย ในหลายกรณีทหารต้องเก็บโทรศัพท์ไว้ในล็อกเกอร์ หรือหากต้องร่วมปฏิบัติการที่มีความอ่อนไหวสูงเช่นเป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษ อาจมีการ “ห้ามใช้โทรศัพท์โดยสิ้นเชิง” แต่ความเป็นไปได้ที่จะมีการยึดโทรศัพท์ได้สร้างความวิตกกังวลให้กับครอบครัวของทหารจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะหลังจากที่พวกเขาติดตามข่าวการอ้างของอิหร่านเกี่ยวกับการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ หลายแห่งในตะวันออกกลาง
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เตือนมานานแล้วว่า แอปพลิเคชันบางประเภทบนสมาร์ตโฟน เช่น แอปติดตามการออกกำลังกาย อาจถูกฝ่ายตรงข้ามนำข้อมูลตำแหน่งไปใช้กำหนดเป้าหมายโจมตีได้ ขณะที่รอยเตอร์ส เคยเปิดเผยว่าข้อมูลตำแหน่งที่เก็บจากสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่สามารถซื้อหาได้ในเชิงพาณิชย์ กลับถูกนำมาใช้เพื่อติดตามหรือเฝ้าสังเกตกองกำลังสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ พยายามควบคุมการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสงครามอย่างเข้มงวด โดยมักปฏิเสธแสดงความคิดเห็นต่อคำกล่าวอ้างของอิหร่าน หรือไม่เปิดเผยรายละเอียดเหตุการณ์ที่ทำให้ทหารสหรัฐฯ ได้รับบาดเจ็บ เพราะการเปิดเผยรายละเอียดการโจมตีต่อสาธารณะ อาจกลายเป็นสัญญาณให้อิหร่านเปิดฉากโจมตีระลอกใหม่ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายรุนแรงยิ่งกว่าเดิม
