
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ CENTCOM โพสต์ข้อความบน X ระบุว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธหลายลูกจากอิหร่าน ในความพยายามโจมตี “แบบไม่ทันตั้งตัว” ต่อกองกำลังสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่ในตะวันออกกลาง CENTCOM ระบุด้วยว่า ขีปนาวุธของอิหร่านทั้งหมดถูกสกัดไว้ได้สำเร็จ พร้อมย้ำว่า กองกำลังสหรัฐฯ ยังคงเฝ้าระวังและอยู่ในระดับเตรียมพร้อมสูง ขณะที่เว็บไซต์ข่าว Axios อ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ว่า เป้าหมายของอิหร่านในการโจมตีครั้งนี้ คือฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน
การโจมตีนี้เกิดขึ้นหลังจากการสู้รบระหว่าง 2 ฝ่ายหยุดชะงักลงเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านทางอากาศต่อเนื่องเกือบ 2 สัปดาห์ในแต่ละคืน โดยกองทัพสหรัฐฯ ระบุว่า อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธหลายลูกเข้าใส่กองกำลังสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางเมื่อช่วงค่ำวันอังคาร (28 กรกฎาคม) ส่งผลให้ช่วงเวลาหยุดยิงชั่วคราวต้องสิ้นสุดลง ขณะที่ผู้ไกล่เกลี่ยกำลังพยายามผลักดันให้ทั้งสองฝ่ายกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาและเดินหน้าไปสู่การหยุดยิง
การสู้รบรอบล่าสุดยังปะทุขึ้นหลังอิหร่านโจมตีเรือหลายลำในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือแคบ ๆ ที่โดยปกติรองรับการขนส่งน้ำมันราว 20% ของโลก หลังมีการลงนามข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวในเดือนมิถุนายน การต่อสู้เพื่อควบคุมช่องแคบแห่งนี้ก็ปะทุขึ้น โดยอิหร่านเรียกร้องให้เรือเดินผ่านเส้นทางใกล้ชายฝั่งของตน และระบุว่าสามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมได้ ขณะที่เรือจำนวนมากขึ้นหันไปใช้เส้นทางตอนใต้เลียบชายฝั่งโอมาน ภายใต้ปฏิบัติการของสหรัฐฯ ก่อนที่อิหร่านจะโจมตีเรือบางลำ
อย่างไรก็ตาม การโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัวของอิหร่านเกิดขึ้นในช่วงที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล เดินทางเยือนกรุงวอชิงตันดี.ซี.ของสหรัฐฯ เนทันยาฮูกล่าวว่า เขามี “การประชุมที่ยอดเยี่ยม” กับทรัมป์ที่ทำเนียบขาว ซึ่งถือเป็นการพบหารือแบบตัวต่อตัวครั้งแรกนับตั้งแต่ทั้งสองฝ่ายเปิดฉากสงคราม โดยการเยือนครั้งนี้เปิดโอกาสให้เนทันยาฮูพยายามลดความตึงเครียดในความสัมพันธ์กับทรัมป์ ซึ่งการประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมแบบปิดที่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง โดยโฆษกทำเนียบขาว คาโรไลน์ ลีวิตต์ ระบุว่า การหารือเป็นไปอย่าง “เป็นบวกและสร้างสรรค์”
ทั้งนี้ การพบกันครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ผู้นำทั้งสองกำลังเผชิญแรงกดดันภายในประเทศเพิ่มขึ้น โดยเนทันยาฮูเตรียมเข้าสู่การเลือกตั้งอีกครั้ง และกำลังเผชิญแรงกดดันส่วนหนึ่งจากความสัมพันธ์ที่ถดถอยลงกับทรัมป์ ขณะที่ทรัมป์เองก็ถูกกดดันให้ยุติสงครามที่ไม่เป็นที่นิยม ซึ่งสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและทำให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายนนี้
สรุปข่าว
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ CENTCOM โพสต์ข้อความบน X ระบุว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธหลายลูกจากอิหร่าน ในความพยายามโจมตี “แบบไม่ทันตั้งตัว” ต่อกองกำลังสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่ในตะวันออกกลาง CENTCOM ระบุด้วยว่า ขีปนาวุธของอิหร่านทั้งหมดถูกสกัดไว้ได้สำเร็จ พร้อมย้ำว่า กองกำลังสหรัฐฯ ยังคงเฝ้าระวังและอยู่ในระดับเตรียมพร้อมสูง ขณะที่เว็บไซต์ข่าว Axios อ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ว่า เป้าหมายของอิหร่านในการโจมตีครั้งนี้ คือฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน
การโจมตีนี้เกิดขึ้นหลังจากการสู้รบระหว่าง 2 ฝ่ายหยุดชะงักลงเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านทางอากาศต่อเนื่องเกือบ 2 สัปดาห์ในแต่ละคืน โดยกองทัพสหรัฐฯ ระบุว่า อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธหลายลูกเข้าใส่กองกำลังสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางเมื่อช่วงค่ำวันอังคาร (28 กรกฎาคม) ส่งผลให้ช่วงเวลาหยุดยิงชั่วคราวต้องสิ้นสุดลง ขณะที่ผู้ไกล่เกลี่ยกำลังพยายามผลักดันให้ทั้งสองฝ่ายกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาและเดินหน้าไปสู่การหยุดยิง
การสู้รบรอบล่าสุดยังปะทุขึ้นหลังอิหร่านโจมตีเรือหลายลำในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือแคบ ๆ ที่โดยปกติรองรับการขนส่งน้ำมันราว 20% ของโลก หลังมีการลงนามข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวในเดือนมิถุนายน การต่อสู้เพื่อควบคุมช่องแคบแห่งนี้ก็ปะทุขึ้น โดยอิหร่านเรียกร้องให้เรือเดินผ่านเส้นทางใกล้ชายฝั่งของตน และระบุว่าสามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมได้ ขณะที่เรือจำนวนมากขึ้นหันไปใช้เส้นทางตอนใต้เลียบชายฝั่งโอมาน ภายใต้ปฏิบัติการของสหรัฐฯ ก่อนที่อิหร่านจะโจมตีเรือบางลำ
อย่างไรก็ตาม การโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัวของอิหร่านเกิดขึ้นในช่วงที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล เดินทางเยือนกรุงวอชิงตันดี.ซี.ของสหรัฐฯ เนทันยาฮูกล่าวว่า เขามี “การประชุมที่ยอดเยี่ยม” กับทรัมป์ที่ทำเนียบขาว ซึ่งถือเป็นการพบหารือแบบตัวต่อตัวครั้งแรกนับตั้งแต่ทั้งสองฝ่ายเปิดฉากสงคราม โดยการเยือนครั้งนี้เปิดโอกาสให้เนทันยาฮูพยายามลดความตึงเครียดในความสัมพันธ์กับทรัมป์ ซึ่งการประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมแบบปิดที่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง โดยโฆษกทำเนียบขาว คาโรไลน์ ลีวิตต์ ระบุว่า การหารือเป็นไปอย่าง “เป็นบวกและสร้างสรรค์”
ทั้งนี้ การพบกันครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ผู้นำทั้งสองกำลังเผชิญแรงกดดันภายในประเทศเพิ่มขึ้น โดยเนทันยาฮูเตรียมเข้าสู่การเลือกตั้งอีกครั้ง และกำลังเผชิญแรงกดดันส่วนหนึ่งจากความสัมพันธ์ที่ถดถอยลงกับทรัมป์ ขณะที่ทรัมป์เองก็ถูกกดดันให้ยุติสงครามที่ไม่เป็นที่นิยม ซึ่งสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและทำให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายนนี้
ที่มาข้อมูล : The Guardian
ที่มารูปภาพ : AFP
