จีนสร้างหม้อแปลงไฟฟ้ากลางทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก แปลงไฟฟ้าจากลมได้ถึง 6,000 ล้าน kWh ต่อปี

Share on Line Share on Facebook Share on X
จีนสร้างหม้อแปลงไฟฟ้ากลางทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก แปลงไฟฟ้าจากลมได้ถึง 6,000 ล้าน kWh ต่อปี

บริษัทรัฐวิสาหกิจบริหารจัดการทรัพย์สินของรัฐ (SASAC) ของจีน และกลุ่มบริษัท China Three Gorges ประสบความสำเร็จในการติดตั้งสถานีแปลงกระแสไฟฟ้ากลางทะเล (Offshore converter station) ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยรองรับการส่งกระแสไฟฟ้าได้สูงสุด 6,000 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ต่อปี 



สรุปข่าว

จีนประสบความสำเร็จในการติดตั้งสถานีแปลงกระแสไฟฟ้ากลางทะเลขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สเปก 500 kV / 2,000 MW นอกชายฝั่งมณฑลกวางตุ้ง น้ำหนักรวมกว่า 42,000 ตันชูนวัตกรรมติดตั้งแบบ Float-over รวดเร็วใน 7 ชั่วโมง พร้อมป้อนไฟฟ้าสะอาดสูงสุด 6 พันล้าน kWh ต่อปี เข้าสู่โครงข่ายบนฝั่ง

บริษัทรัฐวิสาหกิจบริหารจัดการทรัพย์สินของรัฐ (SASAC) ของจีน และกลุ่มบริษัท China Three Gorges ประสบความสำเร็จในการติดตั้งสถานีแปลงกระแสไฟฟ้ากลางทะเล (Offshore converter station) ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยรองรับการส่งกระแสไฟฟ้าได้สูงสุด 6,000 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ต่อปี 



สเปกหม้อแปลงไฟฟ้ากลางทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก

โครงการดังกล่าวได้รับการขนานนามว่า "หัวใจของกังหันลมนอกชายฝั่ง" (Heart of Offshore Wind) ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางรวบรวมพลังงานไฟฟ้าจากฟาร์มกังหันลมกลางทะเล บริเวณนอกชายฝั่งมณฑลกวางตุ้ง ห่างจากชายฝั่งเมืองหยางเจียงในทะเลจีนใต้ไปประมาณ 100 กิโลเมตร 

สถานีแปลงไฟฟ้าแห่งนี้ประกอบด้วย 2 ส่วน ออกแบบมาให้ทนทานต่อสภาพแวดล้อมสุดขั้วกลางมหาสมุทร ทั้งคลื่นลมแรง กระแสน้ำกัดเซาะ ละอองเกลือ หมอกควันทะเล และไต้ฝุ่นที่เกิดขึ้นเป็นประจำ โดยยึดติดกับท้องทะเลด้วยเสาเข็มฐานรากจำนวน 8 ต้น 

ตัวอาคารทำจากเหล็กกล้าสูง 7 ชั้น มีมิติความยาว 85.5 เมตร กว้าง 82.5 เมตร และสูง 44 เมตร มีน้ำหนักรวมประมาณ 25,000 ตัน ขณะที่โครงสร้างรองรับที่สมอลงสู่แท่นขุดเจาะใต้ท้องทะเล มีมิติความยาว 82 เมตร กว้าง 57 เมตร และสูง 69 เมตร มีน้ำหนักโครงสร้างประมาณ 17,000 ตัน

ตัวสถานีใช้ระบบไฟฟ้ากระแสตรงแบบยืดหยุ่น (Flexible DC) แรงดัน 500 กิโลโวลต์ (kV) และกำลังการผลิต 2,000 เมกะวัตต์ (MW) ที่ถือเป็นแห่งแรกของโลกด้วยเช่นกัน ซึ่งเมื่อเปิดดำเนินงานเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ จะสามารถส่งมอบไฟฟ้าสะอาดได้สูงถึง 6,000 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ต่อปี และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ได้เกือบ 5 ล้านเมตริกตันต่อปี


เบื้องหลังหม้อแปลงไฟฟ้ากลางทะเลที่ติดตั้งยากกว่าสร้าง

เนื่องจากโครงสร้างเหล็กส่วนบนมีน้ำหนักมหาศาลเกินกว่าขีดความสามารถในการยกของเรือเครนภายในประเทศ ทีมวิศวกรจีนจึงได้พัฒนากระบวนการติดตั้งรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า "Float-over" โดยใช้เรือเครนขนส่งน้ำหนักหนักแบบกึ่งจม (Semi-submersible heavy-lift vessel) ชื่อเซียงไต้โก๋ว (Xiang Tai Kou) ในการประคองโครงสร้างลอยตัวเข้าสู่ตำแหน่งเหนือฐานราก

การติดตั้งต้องอาศัยจังหวะขึ้นลงของน้ำขึ้นน้ำลง ผสานเข้ากับระบบระบุตำแหน่งแบบไดนามิก (Dynamic positioning system) เพื่อจัดวางตำแหน่งแท่นวางลงบนฐานรากด้วยความแม่นยำสูง ซึ่งในระหว่างการติดตั้ง ตัวโครงสร้างมีระยะช่องว่างเหลือเพียง 150 มิลลิเมตร ในแต่ละข้างเท่านั้น 

นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งตัวกันชนยาง (Rubber fenders) และอุปกรณ์เชื่อมต่อพิเศษเพื่อรองรับแรงกระแทก ทำให้สามารถประกอบโครงสร้างสำเร็จได้ภายในเวลาเพียง 7 ชั่วโมง โดยโครงการได้เข้าสู่เฟสสุดท้ายของการวางสายเคเบิลใต้ทะเลและการทดสอบระบบเชื่อมต่อระหว่างฝั่งและกลางทะเล (Offshore-onshore joint testing) ก่อนที่จะเริ่มเปิดดำเนินงานเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการต่อไป

ที่มาข้อมูล : China Three Gorges (China), Interesting Engineering, SASAC

ที่มารูปภาพ : China Three Gorges

แท็กบทความ