“Amazon” ลุยต่อ! ชนะคดีสิ่งแวดล้อม เตรียมตั้ง “Data Center” ยักษ์ในชิลี

Share on Line Share on Facebook Share on X
“Amazon” ลุยต่อ! ชนะคดีสิ่งแวดล้อม เตรียมตั้ง “Data Center” ยักษ์ในชิลี

โครงการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) ขนาดใหญ่ของ แอมะซอน เว็บ เซอร์วิส (Amazon Web Services - AWS) ในชิลี ได้ไฟเขียวให้ลุยต่อ หลังจากหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม ได้ยกคำร้องของกลุ่มผู้อยู่อาศัยในท้องถิ่นที่พยายามคัดค้านการก่อสร้าง เนื่องจากกังวลผลกระทบต่อระบบนิเวศ

สรุปข่าว

โครงการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) มูลค่ามหาศาลของ AWS ในประเทศชิลีได้รับอนุมัติให้ดำเนินการต่อหลังจากหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมยกคำร้องคัดค้านของชาวเมืองที่กังวลเรื่องผลกระทบต่อระบบนิเวศ โดยทางการได้แยกการประเมินส่วนสายส่งไฟฟ้าออกไปต่างหากเพื่อปลดล็อกการลงทุน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของชิลีในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีของลาตินอเมริกาผ่านนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ ท่ามกลางความท้าทายในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและพลังงานที่ต้องใช้มหาศาลในยุคปัญญาประดิษฐ์ให้สมดุลกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในระยะยาว

โครงการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) ขนาดใหญ่ของ แอมะซอน เว็บ เซอร์วิส (Amazon Web Services - AWS) ในชิลี ได้ไฟเขียวให้ลุยต่อ หลังจากหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม ได้ยกคำร้องของกลุ่มผู้อยู่อาศัยในท้องถิ่นที่พยายามคัดค้านการก่อสร้าง เนื่องจากกังวลผลกระทบต่อระบบนิเวศ

ก่อนหน้านี้กลุ่มผู้อยู่อาศัยบริเวณชานเมืองทางตอนเหนือ ของกรุงซานติอาโก ได้ออกมาแสดงความกังวลอย่างหนักว่า การปรับพื้นที่เนินเขาเพื่อติดตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงสำหรับโครงการนี้ จะทำลายพื้นที่ทำกิจกรรม และกระทบต่อสัตว์ป่าในพื้นที่ โดยย้ำว่าเนินเขาแห่งนี้ คือปอดของชุมชน และการมองเห็นพื้นที่สีเขียวท่ามกลางเมืองที่วุ่นวาย เป็นสิ่งที่ช่วยเยียวยาจิตใจชาวเมือง

อย่างไรก็ตาม ทางการชิลีได้ยกคำร้องนี้ตกไป ให้โครงการสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) สามารถดำเนินต่อไปได้ ส่วนแผนการสร้างสายส่งไฟฟ้าในอนาคต จะถูกแยกออกไปประเมินผลกระทบต่างหาก

ทั้งนี้ AWS หรือแพลตฟอร์มผู้ให้บริการระบบ Cloud Computing จากแอมะซอน ได้ประกาศแผนลงทุนมูลค่ากว่า 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 129,000 ล้านบาท ในระยะเวลา 15 ปีข้างหน้า เพื่อสร้างและบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานในชิลี ซึ่งจะกลายเป็นศูนย์กลาง (Hub) แห่งที่ 3 ในภูมิภาคลาตินอเมริกา ต่อจากเซาเปาโลในบราซิล และเม็กซิโกตอนกลาง

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชิลี กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีนี้ มีหลายปัจจัยด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นโยบายจากรัฐบาล ของประธานาธิบดี โฆเซ อันโตนิโอ คาสต์ (José Antonio Kast) ที่มีนโยบายลดขั้นตอนยุ่งยากด้านกฎระเบียบสิ่งแวดล้อมที่เกินความจำเป็น รวมถึงมีโครงสร้างพื้นฐาน ด้านระบบเคเบิลใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) ที่มีประสิทธิภาพสูงรองรับ

ทว่า การสร้างศูนย์ข้อมูลในแต่ละแห่ง มักทำให้เกิดข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อมเนื่องจากการเติบโตของเทคโนโลยี AI ที่ต้องการพลังการประมวลผลมหาศาล ทำให้ศูนย์ข้อมูล ต้องใช้น้ำปริมาณมากในการระบายความร้อน ซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหวสำหรับชิลี ที่เผชิญปัญหาภัยแล้งและไฟป่าบ่อยครั้ง

ทางด้าน ราฟาเอล มัทเจ (Rafael Mattje) หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีของ AWS ประจำภูมิภาค ยืนยันว่าบริษัทให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยใช้เทคโนโลยีที่ลดการใช้พลังงานและน้ำให้เหลือน้อยที่สุด ซึ่งโครงการนี้ถูกออกแบบมาให้มีอายุการใช้งานยาวนานถึง 30 ปี

ก็ต้องจับตาดูกันต่อไปว่า บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี ที่มีแผนจะมาตั้งศูนย์ข้อมูลในชิลี และประเทศในภูมิภาค จะสามารถหาจุดสมดุลระหว่างการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนระดับโลก กับการปกป้องสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างไร เพื่อลดผลกระทบเชิงลบ ที่อาจตามมาในระยะยาว

ที่มาข้อมูล : reutersconnect.com

ที่มารูปภาพ : REUTERS / AMAZON WEB SERVICES