นักวิจัยพัฒนา AI FaceAge วิเคราะห์ใบหน้า ประเมินอายุชีวภาพ และคาดการณ์การรอดชีวิตผู้ป่วยมะเร็ง

Share on Line Share on Facebook Share on X
นักวิจัยพัฒนา AI FaceAge วิเคราะห์ใบหน้า ประเมินอายุชีวภาพ และคาดการณ์การรอดชีวิตผู้ป่วยมะเร็ง

นักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชื่อ “FaceAge” ที่สามารถวิเคราะห์ภาพถ่ายใบหน้า เพื่อประเมิน “อายุทางชีวภาพ” ของร่างกาย และช่วยคาดการณ์แนวโน้มการรอดชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งได้ โดยไม่ต้องใช้การตรวจเลือดหรือการสแกนที่มีค่าใช้จ่ายสูง ผลงานวิจัยดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Nature Communications ซึ่งเป็นวารสารวิชาการระดับนานาชาติ

AI วิเคราะห์ใบหน้าเพื่อวัด “ความแก่ของร่างกาย”

ระบบ FaceAge ใช้การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของใบหน้า เช่น ความหย่อนคล้อยของผิว โครงสร้างใบหน้า และลักษณทางกายภาพที่เปลี่ยนไปตามเวลา เพื่อคำนวณว่า “ร่างกายแก่เร็วเพียงใด”

แนวคิดสำคัญของงานวิจัยนี้คือการแยกความแตกต่างระหว่างอายุจริง (chronological age) และอายุทางชีวภาพ (biological age) เนื่องจากคนที่มีอายุเท่ากัน อาจมีสภาพร่างกายและสุขภาพที่แตกต่างกันอย่างมาก

สรุปข่าว

นักวิจัยย้ำว่า เทคโนโลยี FaceAge ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อทำนายความตาย แต่มีเป้าหมายเพื่อช่วยแพทย์ประเมินสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย และติดตามว่าร่างกายมีการเสื่อมถอยเร็วเพียงใดในระหว่างการรักษา หากพัฒนาเพิ่มเติมและผ่านการทดสอบในมนุษย์อย่างกว้างขวาง เทคโนโลยีนี้อาจกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการแพทย์แม่นยำในอนาคต

นักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชื่อ “FaceAge” ที่สามารถวิเคราะห์ภาพถ่ายใบหน้า เพื่อประเมิน “อายุทางชีวภาพ” ของร่างกาย และช่วยคาดการณ์แนวโน้มการรอดชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งได้ โดยไม่ต้องใช้การตรวจเลือดหรือการสแกนที่มีค่าใช้จ่ายสูง ผลงานวิจัยดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Nature Communications ซึ่งเป็นวารสารวิชาการระดับนานาชาติ

AI วิเคราะห์ใบหน้าเพื่อวัด “ความแก่ของร่างกาย”

ระบบ FaceAge ใช้การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของใบหน้า เช่น ความหย่อนคล้อยของผิว โครงสร้างใบหน้า และลักษณทางกายภาพที่เปลี่ยนไปตามเวลา เพื่อคำนวณว่า “ร่างกายแก่เร็วเพียงใด”

แนวคิดสำคัญของงานวิจัยนี้คือการแยกความแตกต่างระหว่างอายุจริง (chronological age) และอายุทางชีวภาพ (biological age) เนื่องจากคนที่มีอายุเท่ากัน อาจมีสภาพร่างกายและสุขภาพที่แตกต่างกันอย่างมาก

ผลการศึกษาจากผู้ป่วยมะเร็งกว่า 2,200 คน

นักวิจัยศึกษาผู้ป่วยมะเร็งจำนวน 2,276 คน และพบว่า

  • ผู้ป่วยที่ใบหน้าดูแก่เร็วขึ้นระหว่างการรักษา มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ
  • ค่า Face Aging Rate ที่สูงขึ้นสัมพันธ์กับอัตราการรอดชีวิตที่ต่ำลง
  • เทคโนโลยีนี้อาจพัฒนาเป็น biomarker รูปแบบใหม่ เพื่อช่วยแพทย์ติดตามการตอบสนองต่อการรักษา

จุดเด่นของเทคโนโลยี FaceAge

  • ฝึก AI จากภาพใบหน้ามากกว่า 40 ล้านภาพ
  • มีค่าความคลาดเคลื่อนเฉลี่ยประมาณ 5 ปี
  • ใช้เพียงภาพถ่ายใบหน้าทั่วไป
  • ไม่ต้องเจาะเลือดหรือใช้เครื่องมือทางการแพทย์ราคาแพง


ข้อจำกัดและประเด็นที่ต้องพิจารณา

แม้ผลการวิจัยจะมีศักยภาพสูง แต่ยังมีข้อจำกัดสำคัญ ได้แก่

  • ยังอยู่ในขั้นวิจัย และยังไม่สามารถใช้แทนแพทย์ได้
  • ความแม่นยำอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัย เช่น เชื้อชาติ แสงในภาพ การแต่งหน้า หรือการศัลยกรรม
  • มีข้อกังวลด้านจริยธรรม เช่น ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลใบหน้า และอคติของระบบ AI

ที่มาข้อมูล : งานวิจัยใน Nature Communications The Washington Post Financial Times The Guardian

ที่มารูปภาพ : CANVA

นักข่าวที่มีประสบการณ์ในวงการข่าวสุขภาพและข่าวบันเทิงมากกว่า 20 ปี ผู้หลงใหลในงานสายข่าว ที่ไม่เคยทำให้รู้สึกเบื่อ พร้อมนำเสนอข้อมูลสุขภาพที่น่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ได้จริง การันตีด้วยปริญญาโทจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมผลงานที่ยึดมั่นในจรรยาบรรณสื่อ