"ทอง"ลุ้นปลายปีแตะ 7 หมื่นบาท แนะเงินเย็นทยอยสะสม

Share on Line Share on Facebook Share on X

วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 รายการ WEALTH LIVE ได้สัมภาษณ์ นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ ประเมินทิศทางและแนวโน้มราคาทองคำในช่วงครึ่งปีหลัง ท่ามกลางความผันผวนของปัจจัยเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง

จับตาดอกเบี้ยเฟดและสถานการณ์ตะวันออกกลาง

นายจิตติ คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะพยายามคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.5 - 3.75% ต่อไป เนื่องจากหากมีการปรับขึ้นดอกเบี้ย จะส่งผลให้ภาระหนี้ระยะสั้นของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลและได้ไม่คุ้มเสีย เว้นแต่จะมีปัจจัยกดดันรุนแรงจากราคาน้ำมันดิบหรืออัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นมากผิดปกติ

นอกจากนี้ ตลาดทองคำยังคงได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่านที่ยืดเยื้อและยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ ซึ่งปัจจัยความไม่แน่นอนเหล่านี้ส่งผลให้ราคาทองคำในระยะนี้ยังคงมีความผันผวน

ประเมินแนวรับและกลยุทธ์การลงทุน

สำหรับแนวโน้มราคาทองคำ นายจิตติระบุว่า ราคาทองคำในตลาดโลกมีแนวรับที่แข็งแกร่งบริเวณ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ หากราคาปรับลดลงมาแตะระดับ 3,900 กว่าดอลลาร์สหรัฐฯ ก็มักจะดีดตัวกลับขึ้นไปได้เสมอ

สรุปข่าว

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี ประเมินทิศทางทองคำครึ่งปีหลังว่ายังมีแนวโน้มผันผวนจากสถานการณ์ในอิหร่านและดอกเบี้ยเฟดที่คาดว่าจะทรงตัว 3.5-3.75% โดยมองแนวรับสำคัญของไทยที่ 60,000 บาทซึ่งโอกาสหลุดได้ยาก จึงแนะนำนักลงทุนที่ถือเงินเย็นทยอยเข้าซื้อสะสมได้หากราคาปรับลงมาบริเวณ 62,000 บาท ทั้งนี้ คาดว่าช่วงปลายปีมีโอกาสเห็นราคาขยับไปแตะระดับ 70,000 บาทได้ ส่วนเป้าหมายทำสถิติใหม่ที่ 80,000 บาทอาจต้องรอถึงต้นปีหน้า ขณะที่นักลงทุนระยะสั้นและผู้เทรดตลาดล่วงหน้าควรเพิ่มความระมัดระวังในการเก็งกำไรเนื่องจากตลาดยังคงแกว่งตัวสูง

วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 รายการ WEALTH LIVE ได้สัมภาษณ์ นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ ประเมินทิศทางและแนวโน้มราคาทองคำในช่วงครึ่งปีหลัง ท่ามกลางความผันผวนของปัจจัยเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง

จับตาดอกเบี้ยเฟดและสถานการณ์ตะวันออกกลาง

นายจิตติ คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะพยายามคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.5 - 3.75% ต่อไป เนื่องจากหากมีการปรับขึ้นดอกเบี้ย จะส่งผลให้ภาระหนี้ระยะสั้นของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลและได้ไม่คุ้มเสีย เว้นแต่จะมีปัจจัยกดดันรุนแรงจากราคาน้ำมันดิบหรืออัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นมากผิดปกติ

นอกจากนี้ ตลาดทองคำยังคงได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่านที่ยืดเยื้อและยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ ซึ่งปัจจัยความไม่แน่นอนเหล่านี้ส่งผลให้ราคาทองคำในระยะนี้ยังคงมีความผันผวน

ประเมินแนวรับและกลยุทธ์การลงทุน

สำหรับแนวโน้มราคาทองคำ นายจิตติระบุว่า ราคาทองคำในตลาดโลกมีแนวรับที่แข็งแกร่งบริเวณ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ หากราคาปรับลดลงมาแตะระดับ 3,900 กว่าดอลลาร์สหรัฐฯ ก็มักจะดีดตัวกลับขึ้นไปได้เสมอ

ส่วนราคาทองคำในประเทศ ประเมินว่าโอกาสที่ราคาจะปรับลดลงจนหลุดระดับ 60,000 บาทนั้นเป็นไปได้ยากมาก และสำหรับผู้ที่รอจังหวะเข้าซื้อในกรอบราคา 61,000 - 62,000 บาท อาจจะต้องรอลุ้นพอสมควร เนื่องจากราคาอาจลงมาถึงระดับดังกล่าวยาก อย่างไรก็ตาม คาดหวังว่าในช่วงปลายปีนี้ ราคาทองคำมีโอกาสขยับขึ้นไปทดสอบระดับ 70,000 กว่าบาทได้ ส่วนโอกาสที่จะทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High) ทะลุระดับ 80,000 บาทนั้น อาจจะต้องยืดเวลาออกไปเป็นช่วงต้นปีหน้า

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในช่วงเวลานี้ นายกสมาคมค้าทองคำให้คำแนะนำว่า นักลงทุนที่ถือ "เงินเย็น" สามารถทยอยเข้าซื้อสะสมในระดับราคาปัจจุบันได้ เนื่องจากทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ที่น่าลงทุนในระยะยาว แต่สำหรับนักลงทุนระยะสั้น หรือผู้ที่ลงทุนในตลาดล่วงหน้า (Futures) ควรเพิ่มความระมัดระวังในการเทรดเป็นพิเศษ เนื่องจากตลาดยังมีโอกาสแกว่งตัวและมีความผันผวนสูง

จากอดีตช่างภาพภาคสนาม ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นโปรดิวเซอร์สายเศรษฐกิจ แม้ไม่ได้เชี่ยวชาญการลงทุน แต่ถนัดย่อยกราฟหุ้นยากๆ ให้เป็นคอนเทนต์เข้าใจง่าย ขับเคลื่อนชีวิตด้วยอเมริกาโน่เย็นไม่หวาน