IMF เตือนภัยไซเบอร์คุกคามการเงินโลก ดัน Bangkok Blueprint รับมือ

Share on Line Share on Facebook Share on X
IMF เตือนภัยไซเบอร์คุกคามการเงินโลก ดัน Bangkok Blueprint รับมือ

การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ประจำปี 2569 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 มีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับอนาคตของระบบการเงินโลก โดยเฉพาะความปลอดภัยทางไซเบอร์ ท่ามกลางการขยายตัวของเทคโนโลยีการเงินดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น

นางคริสตาลินา เกออร์เกียวา (Kristalina Georgieva) กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ระบุว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วของระบบการเงินดิจิทัล (Digital Finance) จำเป็นต้องอาศัยความเชื่อมั่นจากประชาชนเป็นพื้นฐานสำคัญ แต่ปัจจุบันอาชญากรรมทางไซเบอร์กำลังกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงที่บั่นทอนความเชื่อมั่น และอาจส่งผลต่อโอกาสการเข้าถึงบริการทางการเงิน โดยเฉพาะประชาชนระดับฐานราก

IMF เตือน AI เพิ่มความซับซ้อนอาชญากรรมไซเบอร์

กรรมการผู้จัดการ IMF ระบุว่า ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI แม้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการทางการเงิน แต่ในอีกด้านหนึ่ง เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือก่ออาชญากรรมไซเบอร์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ทำให้การป้องกันและตรวจจับภัยคุกคามเป็นความท้าทายของหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลก

ตัวอย่างหนึ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือเหตุการณ์ในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งแฮกเกอร์สามารถเจาะระบบควบคุมตู้แช่ภายในร้านค้า และเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิจนทำให้อาหารได้รับความเสียหาย สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อผู้ประกอบการ

กรณีดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงจากการโจมตีระบบดิจิทัลที่ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการโจรกรรมข้อมูลหรือเงินในบัญชีธนาคาร แต่ยังครอบคลุมถึงระบบควบคุมอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

IMF มองว่าภัยคุกคามทางไซเบอร์มีความเกี่ยวข้องกับเสถียรภาพและความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงของระบบการเงิน ทั้งในระดับสถาบันการเงินและระดับประเทศ ทำให้การยกระดับมาตรการป้องกันเป็นภารกิจสำคัญของภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแล

สรุปข่าว

IMF เตือนอาชญากรรมไซเบอร์และการใช้ AI เพิ่มความเสี่ยงต่อระบบการเงินดิจิทัลทั่วโลก ขณะที่ไทยมีการอ้างถึงความสูญเสียทางเศรษฐกิจราว 2% ของ GDP ผลักดันความร่วมมือ Bangkok Blueprint เพื่อยกระดับการป้องกันภัยไซเบอร์ ลดความเสียหาย และสร้างความเชื่อมั่นทางการเงิน

การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ประจำปี 2569 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 มีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับอนาคตของระบบการเงินโลก โดยเฉพาะความปลอดภัยทางไซเบอร์ ท่ามกลางการขยายตัวของเทคโนโลยีการเงินดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น

นางคริสตาลินา เกออร์เกียวา (Kristalina Georgieva) กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ระบุว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วของระบบการเงินดิจิทัล (Digital Finance) จำเป็นต้องอาศัยความเชื่อมั่นจากประชาชนเป็นพื้นฐานสำคัญ แต่ปัจจุบันอาชญากรรมทางไซเบอร์กำลังกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงที่บั่นทอนความเชื่อมั่น และอาจส่งผลต่อโอกาสการเข้าถึงบริการทางการเงิน โดยเฉพาะประชาชนระดับฐานราก

IMF เตือน AI เพิ่มความซับซ้อนอาชญากรรมไซเบอร์

กรรมการผู้จัดการ IMF ระบุว่า ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI แม้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการทางการเงิน แต่ในอีกด้านหนึ่ง เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือก่ออาชญากรรมไซเบอร์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ทำให้การป้องกันและตรวจจับภัยคุกคามเป็นความท้าทายของหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลก

ตัวอย่างหนึ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือเหตุการณ์ในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งแฮกเกอร์สามารถเจาะระบบควบคุมตู้แช่ภายในร้านค้า และเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิจนทำให้อาหารได้รับความเสียหาย สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อผู้ประกอบการ

กรณีดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงจากการโจมตีระบบดิจิทัลที่ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการโจรกรรมข้อมูลหรือเงินในบัญชีธนาคาร แต่ยังครอบคลุมถึงระบบควบคุมอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

IMF มองว่าภัยคุกคามทางไซเบอร์มีความเกี่ยวข้องกับเสถียรภาพและความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงของระบบการเงิน ทั้งในระดับสถาบันการเงินและระดับประเทศ ทำให้การยกระดับมาตรการป้องกันเป็นภารกิจสำคัญของภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแล

อาชญากรรมไซเบอร์สร้างความเสียหายทั่วโลกมหาศาล

ข้อมูลที่กล่าวถึงในการประชุมระบุว่า ความเสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยีทั่วโลกมีมูลค่าตั้งแต่หลายแสนล้านไปจนถึงระดับล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ขึ้นอยู่กับขอบเขตและวิธีการประเมินความเสียหาย

สำหรับประเทศไทย มีการอ้างถึงการประเมินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า ความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับภัยไซเบอร์อาจมีมูลค่าประมาณ 2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลการประเมินที่ถูกกล่าวถึงในการประชุม ไม่ใช่ยอดความเสียหายจากคดีอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับการยืนยันทั้งหมด และยังต้องพิจารณารายละเอียดวิธีคำนวณประกอบ

หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถร่วมกันลดความเสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยลดต้นทุนทางเศรษฐกิจ รักษาทรัพย์สินของประชาชนและภาคธุรกิจ รวมถึงเพิ่มโอกาสนำทรัพยากรทางการเงินไปใช้ในการลงทุนและพัฒนาเศรษฐกิจ

IMF ผลักดัน Bangkok Blueprint ยกระดับความปลอดภัยการเงิน

จากความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น IMF ให้ความสำคัญกับการพัฒนาแนวทางบริหารจัดการความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างเป็นระบบ ผ่านการสร้างองค์ความรู้และยกระดับความสามารถของหน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงินในแต่ละประเทศ

แนวทางสำคัญคือการประสานความร่วมมือระหว่าง IMF กลุ่มธนาคารโลก หน่วยงานกำกับดูแลสถาบันการเงิน และผู้เชี่ยวชาญด้านระบบชำระเงินข้ามพรมแดน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ประสบการณ์ และแนวทางปฏิบัติที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการป้องกันความเสี่ยง

หนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจคือ Bangkok Blueprint ซึ่งถูกกล่าวถึงในฐานะแนวทางความร่วมมือเพื่อรับมือกับอาชญากรรมออนไลน์และยกระดับความปลอดภัยของระบบการเงินดิจิทัล

เป้าหมายสำคัญคือการลดความเสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ผ่านการทำงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านการป้องกัน การกำกับดูแล และการพัฒนาความสามารถในการรับมือภัยคุกคาม

ทั้งนี้ รายละเอียดมาตรการและกรอบระยะเวลาดำเนินงานของ Bangkok Blueprint ยังต้องติดตามข้อมูลอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ไทยมีโอกาสยกระดับความเชื่อมั่นระบบการเงินดิจิทัล

สำหรับประเทศไทย การเป็นเจ้าภาพประชุม IMF และกลุ่มธนาคารโลกประจำปี 2569 เปิดโอกาสให้หน่วยงานด้านเศรษฐกิจและการเงินของไทยร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางรับมือภัยไซเบอร์กับองค์กรระหว่างประเทศและผู้เชี่ยวชาญจากหลายประเทศ

ประเด็นสำคัญครอบคลุมทั้งความปลอดภัยของธุรกรรมทางการเงิน การคุ้มครองข้อมูลประชาชน การกำกับดูแลเทคโนโลยี AI และการสร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการทางการเงินดิจิทัล

ความร่วมมือดังกล่าวมีความสำคัญต่อการพัฒนาระบบการเงินของไทย โดยเฉพาะในช่วงที่ประชาชนและภาคธุรกิจใช้บริการธนาคารผ่านโทรศัพท์มือถือ ระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ และแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างแพร่หลาย

IMF เน้นย้ำว่า การประเมินความสำเร็จของแนวทางความร่วมมือด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ควรพิจารณาจากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะการลดความเสียหายจากอาชญากรรมออนไลน์ และการเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนสามารถเข้าถึงระบบการเงินได้อย่างปลอดภัย

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Freepik

บรรณาธิการออนไลน์