อาเซียนยังโตและยืดหยุ่น ? กลางโลกที่เปลี่ยนแปลง

บรรดาผู้นำและผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินระดับโลก ร่วมแสดงมุมมองต่ออนาคตของอาเซียนบนเวทีเสวนา ASEAN in a Changing Global Landscape ระหว่างการประชุม IMF-World Bank Annual Meetings 2026 ที่กรุงเทพมหานคร วันที่ 14 ตุลาคม โดยเห็นตรงกันว่า อาเซียนยังคงเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง และแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก แม้กำลังเผชิญความเสี่ยงจากสงคราม วิกฤตพลังงาน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
“กฤษณะ ศรีนิวาสัน” ผู้อำนวยการฝ่ายเอเชียและแปซิฟิกของ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวว่า หากพิจารณาปัจจัยล่าสุดที่ส่งผลกระทบต่อเอเชียโดยเฉพาะในอาเซียน เขาคิดว่าหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดคือ “การพึ่งพาพลังงานในระดับสูง” เพราะหากพิจารณาการบริโภคน้ำมันและก๊าซในภูมิภาคที่คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 7% ของ GDP และหลายประเทศก็สามารถปรับตัวรับมือกับผลกระทบจากวิกฤตได้เป็นอย่างดี
ชื่นชมเศรษฐกิจอาเซียนว่ามีความยืดหยุ่นสูง สามารถรับมือกับความตึงเครียดทางการค้าได้ดีกว่าที่ IMF คาดการณ์
ความเสี่ยงสำคัญที่สุดคือ การพึ่งพาพลังงาน โดยเฉพาะไทยและฟิลิปปินส์ที่ต้องนำเข้าน้ำมัน ขณะที่อินโดนีเซีย มาเลเซีย และบรูไนมีฐานะเป็นผู้ส่งออกพลังงานบางประเภท เมื่อพิจารณาภาพรวมการพึ่งพาพลังงานโดยรวมของอาเซียนมีสัดส่วนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 7% ดังนั้นนี่จึงเป็นปัจจัยหลักที่จำเป็นต้องให้ความสำคัญและบริหารจัดการอย่างเหมาะสม
เตือนภัยจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งอาจกระทบเศรษฐกิจภูมิภาคในระยะยาว
มองว่าแนวโน้มการเติบโตของอาเซียนยังอยู่ในระดับดี เพราะหลายประเทศสามารถปรับตัวและใช้มาตรการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้
“ยาสุโตะ วาตานาเบะ” ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+3 (AMRO) แนะยึดหลัก “ACT” เพื่อให้คล่องตัวและปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์
เสนอหลักการ ACT สำหรับกำหนดนโยบายเศรษฐกิจ ได้แก่
A – Agile: ปรับนโยบายให้รวดเร็วและทันต่อสถานการณ์
C – Credible: สร้างความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่นต่อภาครัฐ
T – Targeted: ใช้มาตรการช่วยเหลืออย่างตรงจุด
เน้นว่าการรับมือวิกฤตปัจจุบันต้องไม่ทำลายขีดความสามารถในการรับมือวิกฤตครั้งต่อไป
“เอลี เอ็ม. เรโมโลนา จูเนียร์” ผู้ว่าการธนาคารกลางฟิลิปปินส์ ยืนยันว่าบทบาทของธนาคารกลางไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปและยังคงให้ความสำคัญกับ “เสถียรภาพด้านราคา” ซึ่งเขาคิดว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องรักษาไว้
ย้ำว่าธนาคารกลางต้องให้ความสำคัญกับ การรักษาเสถียรภาพด้านราคา แม้เผชิญความผันผวนจากสงครามและวิกฤตพลังงาน
เตือนให้เตรียมพร้อมรับมือเอลนีโญที่อาจรุนแรงเป็นพิเศษ หรือที่เรียกว่า Godzilla El Niño
มองว่าอาเซียนยังตามหลังจีน เกาหลีใต้ และไต้หวันในอุตสาหกรรม AI และจำเป็นต้องหาบทบาทของตนเอง ทั้งการพัฒนาโมเดล AI และการผลิตชิป
สรุปข่าว
บรรดาผู้นำและผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินระดับโลก ร่วมแสดงมุมมองต่ออนาคตของอาเซียนบนเวทีเสวนา ASEAN in a Changing Global Landscape ระหว่างการประชุม IMF-World Bank Annual Meetings 2026 ที่กรุงเทพมหานคร วันที่ 14 ตุลาคม โดยเห็นตรงกันว่า อาเซียนยังคงเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง และแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก แม้กำลังเผชิญความเสี่ยงจากสงคราม วิกฤตพลังงาน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
“กฤษณะ ศรีนิวาสัน” ผู้อำนวยการฝ่ายเอเชียและแปซิฟิกของ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวว่า หากพิจารณาปัจจัยล่าสุดที่ส่งผลกระทบต่อเอเชียโดยเฉพาะในอาเซียน เขาคิดว่าหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดคือ “การพึ่งพาพลังงานในระดับสูง” เพราะหากพิจารณาการบริโภคน้ำมันและก๊าซในภูมิภาคที่คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 7% ของ GDP และหลายประเทศก็สามารถปรับตัวรับมือกับผลกระทบจากวิกฤตได้เป็นอย่างดี
ชื่นชมเศรษฐกิจอาเซียนว่ามีความยืดหยุ่นสูง สามารถรับมือกับความตึงเครียดทางการค้าได้ดีกว่าที่ IMF คาดการณ์
ความเสี่ยงสำคัญที่สุดคือ การพึ่งพาพลังงาน โดยเฉพาะไทยและฟิลิปปินส์ที่ต้องนำเข้าน้ำมัน ขณะที่อินโดนีเซีย มาเลเซีย และบรูไนมีฐานะเป็นผู้ส่งออกพลังงานบางประเภท เมื่อพิจารณาภาพรวมการพึ่งพาพลังงานโดยรวมของอาเซียนมีสัดส่วนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 7% ดังนั้นนี่จึงเป็นปัจจัยหลักที่จำเป็นต้องให้ความสำคัญและบริหารจัดการอย่างเหมาะสม
เตือนภัยจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งอาจกระทบเศรษฐกิจภูมิภาคในระยะยาว
มองว่าแนวโน้มการเติบโตของอาเซียนยังอยู่ในระดับดี เพราะหลายประเทศสามารถปรับตัวและใช้มาตรการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้
“ยาสุโตะ วาตานาเบะ” ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+3 (AMRO) แนะยึดหลัก “ACT” เพื่อให้คล่องตัวและปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์
เสนอหลักการ ACT สำหรับกำหนดนโยบายเศรษฐกิจ ได้แก่
A – Agile: ปรับนโยบายให้รวดเร็วและทันต่อสถานการณ์
C – Credible: สร้างความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่นต่อภาครัฐ
T – Targeted: ใช้มาตรการช่วยเหลืออย่างตรงจุด
เน้นว่าการรับมือวิกฤตปัจจุบันต้องไม่ทำลายขีดความสามารถในการรับมือวิกฤตครั้งต่อไป
“เอลี เอ็ม. เรโมโลนา จูเนียร์” ผู้ว่าการธนาคารกลางฟิลิปปินส์ ยืนยันว่าบทบาทของธนาคารกลางไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปและยังคงให้ความสำคัญกับ “เสถียรภาพด้านราคา” ซึ่งเขาคิดว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องรักษาไว้
ย้ำว่าธนาคารกลางต้องให้ความสำคัญกับ การรักษาเสถียรภาพด้านราคา แม้เผชิญความผันผวนจากสงครามและวิกฤตพลังงาน
เตือนให้เตรียมพร้อมรับมือเอลนีโญที่อาจรุนแรงเป็นพิเศษ หรือที่เรียกว่า Godzilla El Niño
มองว่าอาเซียนยังตามหลังจีน เกาหลีใต้ และไต้หวันในอุตสาหกรรม AI และจำเป็นต้องหาบทบาทของตนเอง ทั้งการพัฒนาโมเดล AI และการผลิตชิป
“สกอตต์ มอร์ริส” รองประธานธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือในอาเซียนกำลังมีการบูรณาการที่เพิ่มมากขึ้นแม้ต้องเผชิญกับวิกฤตหลากหลายรูปแบบ
เสนอให้ประเทศสมาชิก เร่งลงทุนด้านพลังงานและเพิ่มกำลังผลิตภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานจากแหล่งที่อยู่ห่างไกล
มองว่าการสร้างความมั่นคงทางพลังงานเป็นปัจจัยสำคัญในการรับมือความผันผวนของโลกในระยะยาว
“อัตสึชิ มิมูระ” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังฝ่ายกิจการระหว่างประเทศของกระทรวงการคลังญี่ปุ่น มองว่าหลายประเทศและบริษัททั่วโลกกำลังพยายามกระจายห่วงโซ่อุปทานของตนให้มีความหลากหลายมากขึ้น ประเทศในอาเซียนบางประเทศ เช่น ไทยและเวียดนาม ถือเป็นจุดหมายปลายทางที่ดีสำหรับการย้ายหรือกระจายห่วงโซ่อุปทานตามกลยุทธ์ China Plus One
แนะให้อาเซียนใช้ประโยชน์จากกระแสการย้ายและกระจายฐานการผลิตของบริษัทต่างชาติ
เตือนว่าภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความท้าทายสำคัญ พร้อมเสนอให้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพและระบบบริหารจัดการความเสี่ยง
ที่มาข้อมูล : IMF World Bank
ที่มารูปภาพ : Reuters
