TNN online ศาสตราจารย์ลูกหนัง 'ราลฟ์ รังนิก' ว่าที่สมองกล 'แมนยู'

TNN ONLINE

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ศาสตราจารย์ลูกหนัง 'ราลฟ์ รังนิก' ว่าที่สมองกล 'แมนยู'

ศาสตราจารย์ลูกหนัง 'ราลฟ์ รังนิก' ว่าที่สมองกล 'แมนยู'

และแล้วก็ถึงเวลาที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวทีพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังจะได้กุนซือคคนใหม่ หลังบรรลุข้อตกลงกับ ราล์ฟ รังนิก ผู้อำนวยการเทคนิคของ โลโคโมทีฟ มอสโก ในลีกรัสเซีย เข้ามาคุมทัพ ปีศาจแดง ชั่วคราวไปจนจบฤดูกาลต่อจาก โอเล กุนนาร์ โซลชา กุนซือคนเก่าที่เพิ่งจะถูกปลดออกไปจากผลงานอันน่าผิดหวัง

หลังจากนั้น รังนิก จะดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของ ยูไนเต็ด ต่อไปอีกด้วยสัญญา 2 ปี ซึ่งสมองกลจากแดนไส้กรอกรายนี้ ถือเป็นหนึ่งในโค้ชยอดฝีมือที่ไม่ได้โด่งดังมากนักสมัยเป็นนักเตะ โดยเจ้าตัวมี อาร์ริโก ซาคคี ตำนานกุนซือทีมชาติอิตาลี และ เอซี มิลาน เป็นต้นแบบการทำทีม บรรดาเทรนเนอร์ชาวเยอรมันอย่าง คล็อปป์, โธมัส ทูเคิล ของ และ ยูเลียน นาเกิลส์มันน์ ของ ต่างก็มี รังนิก เป็นโมเดลในการทำงาน โดยปัจจุบันปรัชญาฟุตบอลของ รังนิก ได้รับความนิมและแพร่กระจายไปยังในลีกอื่นของยุโรป


ว่ากันว่า รังนิก นี่แหละคือจุดเริ่มต้นของ เกเก้นเพรสซิ่ง โดยในปี 1998 รังนิก เคยพรีเซนต์ปรัชญาการทำทีมของตัวเองกับสถานีโทรทัศน์ในบ้านเกิด โดยมีแนวคิดว่า “โอกาสที่ดีที่สุดในการแย่งบอลกลับมาคือ 8 วินาทีหลังเสียบอล” และ ”ประตูที่ทำได้ส่วนใหญ่เกิดขึ้นหลังแย่งบอลกลับมาได้ราว 10 วินาที”คำอธิบายทั้งหมดคือจุดเริ่มต้นของนิยาม “เกเก้นเพรสซิ่ง” ในภาษาดอยช์ หรือที่เรียกว่า เคาน์เตอร์เพรสซิ่ง ในภาษาสากล โดยเป็นรูปแบบการเล่นฟุตบอลเชิงรุกกดดันสูงในแดนคู่แข่ง และสร้างเกมรุกทันทีเมื่อได้บอลมาครอบครอง โดยตอนนั้น รังนิก แต่งกายด้วยชุดสูทสีดำ พร้อมกับสวมแว่นตาอันเป็นเอกลักษณ์จนได้รับคำยกย่องว่า “The Professor” หรือ“ศาสตราจารย์ลูกหนัง”


รังนิก เคยผ่านงานคุมทีมเยอรมันมาหลายสโมสรอาทิ สตุ๊ตการ์ท, ฮันโนเวอร์, ชาลเก้ แต่มาสร้างชื่อจนเป็นที่รู้จักของวงการลูกหนังเมืองเบียร์ฐานะผู้ปลุกปั้น ฮอฟเฟนไฮม์ จากทีมระดับ 'เรจิโอนาลลีกา' หรือ ดิวิชั่น 4 เมื่อปี 2006 เลื่อนชั้นขึ้นสู่บุนเดสลีกาครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรในฤดูกาล 2008-2009


ศาสตรจารย์ลูกหนัง 'ราลฟ์ รังนิก' ว่าที่สมองกล 'แมนยู'

ที่มาภาพ : AFP


ในระหว่าง 2015-2019 รังนิก ได้ย้ายมาทำงานกับ ไลป์ซิก ทั้งในตำแหน่งเทรนเนอร์ และ ผอ.กีฬา และยังเป็นวางระบบโครงสร้างการทำงานของสโมสรในเครือ เร้ด บลูล์ ทั้งหมดอย่าง ซัลซ์บวร์ก, นิว ยอร์ค เร้ด บลูล์ ในสหรัฐฯ และ เร้ดบูลล์ บรากันติโน่ ในบราซิล ที่ ซัลบวร์ก เขาเป็นคนเจอนัก มาเน่, เกอิต้า และ ทาคูมิ มินามิโนะ ผ่านไป 5 ปีทำกำไรให้สโมสร 200 ล้านยูโร รวมไปถึงเพชรเม็ดงามอีกมากมายที่ผ่านการเจียระไนจาก รังนิก ไม่ว่าจะเป็น มาร์เซล ซาบิตเซอร์, มาร์เซล ฮัลสเตนแบร์ก, ลูคัส คลอสเตอร์มันน์,นาบี เกอิต้า, ดาโยต์ อูปาเมกาโน่, โจชัว คิมมิช และ เควิน คัมเพิล”


โดยระหว่างที่คุม ชาลเก้ เขาก็เป็นคนดึง โจเอล มาติป ขึ้นมาจากทีมเยาชน ส่วนในช่วงทำงานกับ ฮอฟเฟ่นไฮม์ สังเกตุได้ว่าทุกทีมที่ รังนิก มีส่วนเกี่ยวข้องนั้น มีรูปแบบการเล่นที่ชัดเจน เน้นการจ่ายบอลพุ่งไปข้างหน้าในแนวดิ่ง ด้วยสปีดบอลเร็ว เหมือนทีมในยุคใหม่ทำกันเช่น เชลซี, ลิเวอร์พูล, อาแจ๊กซ์, บาเยิร์น, นาโปลี, และทีมตระกูลกระทิงแดงทุกทีม


อย่างไรก็ตาม น่าเสียดายที่ รังนิก หมดสิทธิ์พาทัพ ปีศาจแดง บุกไปเจอกับลูกศิษย์อย่าง โธมัส ทูเคิล ที่คุม เชลซี ในวันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน นี้ เนื่องจากปัญหาเรื่องใบอนุญาตทำงาน แต่อย่างน้อยการได้เข้ามารับรู้ปัญหาด้านแท็คติกของทีมเป็นเวลาครึ่งแรก ก็น่าจะทำให้หลังจากนี้พอได้ขึ้นไปนั่งแท่นที่ปรึกษาสโมสร ก็น่าจะสร้างสรรค์นำสิ่งดีๆ มาสู่อาณาจักรใหม่ในโรงละครแห่งความฝัน ได้มากกว่าที่ ปีศาจแดง เป็นอยู่ในเวลานี้ไม่มากก็น้อย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง