ประกันสังคมเปิดแผนฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ผู้ประกันตน

TNN ONLINE

เกาะติด COVID-19

ประกันสังคมเปิดแผนฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ผู้ประกันตน

ประกันสังคมเปิดแผนฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ผู้ประกันตน

ประกันสังคมเปิดแผนฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กลุ่มผู้ประกันตนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ช่วงเดือนมิ.ย. - ก.ค.นี้

วันนี้ (24พ.ค.64) นายนนทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ โฆษกประจำสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยถึงแผนการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับผู้ประกันตน ว่า นายกรัฐมนตรีได้เล็งเห็นถึงกลุ่มผู้ประกันตน กลุ่มคนที่ออกไปทำงานนอกบ้านว่าเป็นผู้มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อค่อนข้างสูง อาจทำให้กลุ่มคนเหล่านี้นำเชื้อไปสัมผัสกับญาติพี่น้องเวลากลับบ้าน จึงได้มอบหมายให้กระทรวงแรงงานเร่งตรวจสอบฐานข้อมูลของกลุ่มผู้ประกันตนตามสถานประกอบการต่าง ๆ พบผู้ประกันตนจำนวนประมาณ 6 ล้านคน มีผู้ประกันตนประมาณร้อยละ 80

ขณะนี้มีโรงพยาบาลเอกชนกว่า 80 แห่งทั่วประเทศยินดีให้ความช่วยเหลือในการฉีดวัคซีน ซึ่งในเดือนมิถุนายน ที่มีวัคซีนเข้ามาเพิ่มอีกจำนวน 1.5 ล้านโดส ได้วางแผนเตรียมการฉีดวัคซีนสำหรับผู้ประกันตนที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่ลงทะเบียนเข้ามาแล้ว จำนวนประมาณ 2 ล้านคน และอาจมีเพิ่มเติมอีก เนื่องจากจะรับลงทะเบียนถึงวันศุกร์ที่ 21 พ.ค. นี้

ผู้ประกันตนสามารถแจ้งความจำนงให้ผู้ประกอบการส่งรายชื่อผู้ประกันตนเข้ามาที่สำนักงานประกันสังคม ในเบื้องต้น ผู้ประกอบการใดที่แจ้งเข้ามาก่อนจะได้สิทธิก่อน โดยจะทยอยดำเนินการในเดือนมิถุนายน - กรกฎาคม นี้ โดยให้สำนักงานประกันสังคมในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 12 เขต ประสานหน่วยงานในท้องที่ ทั้งในส่วนราชการ โรงพยาบาลเอกชน ในการจัดพื้นที่ในการฉีดวัคซีน เช่น ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา ที่ใกล้เคียงกับสถานประกอบการ ซึ่งขณะนี้มีการเตรียมความพร้อมและวางแผนอย่างชัดเจน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้จัดตั้งคณะทำงานจำนวน 6 ชุดเพื่อดำเนินการตามแผนการฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มผู้ประกันตนแล้ว

โฆษกประจำสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า กรณีการลงทะเบียนรับวัคซีนผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ นั้น ขณะนี้สำนักงานประกันสังคมกำลังดำเนินการที่ชัดเจน ขอให้มั่นใจว่า การลงทะเบียนจะไม่ซ้ำซ้อน เนื่องจากข้อมูลที่ลงทะเบียนจะไปอยู่ในฐานเดียวกัน

สำหรับโรงพยาบาลที่ใช้รองรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมนั้น เป็นโรงพยาบาลเอกชนที่ได้มีการเชิญชวนเข้ามาเป็นโรงพยาบาลคู่สัญญา ซึ่งมีกว่า 80 แห่ง โดย สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข จะเป็นผู้ดูแลค่าใช้จ่ายในการตรวจ Swab หากพบว่าบุคคลใดติดเชื้อโควิด-19 จึงจะส่งรักษาตามสิทธิ์ของแต่ละบุคคล ยืนยันว่า Hospitel มีจำนวนเพียงพอ สามารถรองรับผู้ป่วยเพิ่มเติมได้อีก 5 - 6 พันเตียง สำหรับผู้ประกันตนที่อยู่ในพื้นที่ชุมชนที่ตรวจพบเชื้อโควิด-19 แล้ว สามารถติดต่อไปยังสายด่วน 1506 มีคู่สายในช่วงเวลาทำการกว่า 200 คู่สาย เพื่อช่วยให้ได้รับการรักษาที่รวดเร็วยิ่งขึ้น


ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง