“เราเกิดมาทำไม?” เมื่อการค้นหาความหมาย กลายเป็นกับดักทำให้ "ใจเป็นทุกข์"

Share on Line Share on Facebook Share on X
“เราเกิดมาทำไม?” เมื่อการค้นหาความหมาย กลายเป็นกับดักทำให้ "ใจเป็นทุกข์"

นพ.เจษฎา ทองเถาว์ แพทย์เฉพาะทางสาขาจิตเวชศาสตร์ จิตแพทย์ประจำ รพ.พระศรีมหาโพธิ์ จ.อุบลราชธานี ได้โพสต์เฟซบุ๊ก "คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา"  โดยระบุว่า


“เราเกิดมาทำไม?” ทำไมการหมกมุ่นหาเหตุผลของชีวิต จึงอาจทำให้เราเป็นทุกข์มากกว่าเดิม


ผมได้ฟังบทบรรยายของ รศ.ดร. นพ.ชัชวาลย์ ศิลปกิจ แล้วมีประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจมากครับว่า บางครั้งการพยายามค้นหา “ความหมายของชีวิต” มากเกินไป โดยเฉพาะในวันที่ใจกำลังทุกข์ อาจไม่ได้พาเราไปพบคำตอบ แต่กลับทำให้ทุกข์กว่าเดิม เพราะเมื่อใจเต็มไปด้วยความผิดหวังหรือรู้สึกไร้คุณค่า คำถามว่า “เราเกิดมาทำไม?” ก็อาจถูกตอบผ่านแว่นตาของความทุกข์ จนกลายเป็นว่า “ชีวิตเราไม่มีประโยชน์อะไร” และยิ่งคิดก็ยิ่งเหมือนเดินวนอยู่ในเขาวงกตครับ


มนุษย์เราชอบหาเหตุผลให้ทุกอย่าง แต่ความรู้สึกและชีวิตไม่ได้ดำเนินไปด้วยตรรกะทั้งหมดครับ เราอาจยังไม่รู้ว่าชีวิตจะไปทางไหน หรือยังไม่มีเป้าหมายยิ่งใหญ่ โดยไม่ได้แปลว่าชีวิตนั้นไร้คุณค่า และยิ่งสังคมทำให้ “ชีวิตที่มีความหมาย” ดูเหมือนต้องประสบความสำเร็จ ต้องเปลี่ยนโลก หรือต้องทิ้งอะไรไว้ให้คนจดจำ เราก็ยิ่งเผลอมองข้ามคุณค่าของชีวิตธรรมดาๆอย่างการดูแลครอบครัว ทำงานที่อยู่ตรงหน้า หรือกินข้าวกับคนที่เรารักครับ

สรุปข่าว

บางครั้งการหมกมุ่นถามว่า “เราเกิดมาทำไม” ในวันที่ใจดิ่ง อาจกลายเป็นกับดักที่มองผ่านแว่นตาของความทุกข์ จนทำให้เรามองข้ามคุณค่าในความธรรมดาของการใช้ชีวิต เพราะชีวิตไม่ใช่ข้อสอบที่เราต้องตอบให้ถูกก่อนถึงจะมีความสุขได้ แต่คือการอนุญาตให้ตัวเองได้อยู่กับฉากตรงหน้า และสร้างความหมายขึ้นมาจากสิ่งสำคัญในทุกๆ วัน

นพ.เจษฎา ทองเถาว์ แพทย์เฉพาะทางสาขาจิตเวชศาสตร์ จิตแพทย์ประจำ รพ.พระศรีมหาโพธิ์ จ.อุบลราชธานี ได้โพสต์เฟซบุ๊ก "คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา"  โดยระบุว่า


“เราเกิดมาทำไม?” ทำไมการหมกมุ่นหาเหตุผลของชีวิต จึงอาจทำให้เราเป็นทุกข์มากกว่าเดิม


ผมได้ฟังบทบรรยายของ รศ.ดร. นพ.ชัชวาลย์ ศิลปกิจ แล้วมีประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจมากครับว่า บางครั้งการพยายามค้นหา “ความหมายของชีวิต” มากเกินไป โดยเฉพาะในวันที่ใจกำลังทุกข์ อาจไม่ได้พาเราไปพบคำตอบ แต่กลับทำให้ทุกข์กว่าเดิม เพราะเมื่อใจเต็มไปด้วยความผิดหวังหรือรู้สึกไร้คุณค่า คำถามว่า “เราเกิดมาทำไม?” ก็อาจถูกตอบผ่านแว่นตาของความทุกข์ จนกลายเป็นว่า “ชีวิตเราไม่มีประโยชน์อะไร” และยิ่งคิดก็ยิ่งเหมือนเดินวนอยู่ในเขาวงกตครับ


มนุษย์เราชอบหาเหตุผลให้ทุกอย่าง แต่ความรู้สึกและชีวิตไม่ได้ดำเนินไปด้วยตรรกะทั้งหมดครับ เราอาจยังไม่รู้ว่าชีวิตจะไปทางไหน หรือยังไม่มีเป้าหมายยิ่งใหญ่ โดยไม่ได้แปลว่าชีวิตนั้นไร้คุณค่า และยิ่งสังคมทำให้ “ชีวิตที่มีความหมาย” ดูเหมือนต้องประสบความสำเร็จ ต้องเปลี่ยนโลก หรือต้องทิ้งอะไรไว้ให้คนจดจำ เราก็ยิ่งเผลอมองข้ามคุณค่าของชีวิตธรรมดาๆอย่างการดูแลครอบครัว ทำงานที่อยู่ตรงหน้า หรือกินข้าวกับคนที่เรารักครับ

การหมกมุ่นถามว่า “เราเกิดมาทำไม?” จึงเหมือนหยุดหนังทุกห้านาทีเพื่อถามว่าผู้กำกับต้องการสื่ออะไร จนสุดท้ายเราอาจวิเคราะห์หนังได้มากมาย แต่กลับไม่ได้ดูหนังเรื่องนั้นจริงๆเพราะบางครั้งชีวิตไม่ได้ต้องการให้เราเข้าใจทุกอย่างก่อน แต่ต้องการให้เรากลับเข้าไปอยู่ในฉากตรงหน้า และใช้ชีวิตกับสิ่งที่มีอยู่ครับ


ดังนั้นการค้นหาความหมายไม่ใช่เรื่องผิด แต่ ความหมายควรช่วยให้เราใช้ชีวิต ไม่ใช่กลายเป็นข้อสอบที่เราต้องตอบให้ถูกก่อนจึงจะรู้สึกว่าชีวิตตัวเองมีค่า บางทีแทนที่จะถามว่า “เราเกิดมาทำไม?” เราอาจลองถามว่า “วันนี้มีอะไรสำคัญกับเราบ้าง?” เพราะความหมายของชีวิตอาจไม่ได้ซ่อนอยู่ที่ไหนเพื่อรอให้เราค้นพบ แต่มันค่อยๆถูกสร้างขึ้นจากวิธีที่เราใช้ชีวิตในวันธรรมดาๆนี่เองครับ

บางทีชีวิตไม่จำเป็นต้องตอบเราว่า “เราเกิดมาทำไม” ก่อนที่เราจะอนุญาตให้ตัวเอง…มีชีวิตอยู่


นพ.เจษฎา ทองเถาว์ แพทย์เฉพาะทางสาขาจิตเวชศาสตร์ จิตแพทย์ประจำ รพ.พระศรีมหาโพธิ์ จ.อุบลราชธานี


ข้อมูลจาก เพจ คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา 

https://www.facebook.com/D2JED/posts/pfbid0s79bLNwi9hk9aFJrjAK8iS1pR9UnN29BvncUcT2SnqAojVywWS7py6dYcBHsWXcql

ชื่นชอบ​ในการติดตามข่าวสาร​ และเรื่องราว "ฮีลใจ" เพราะเชื่อว่าการมีใจที่แข็งแรง​ คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง

แท็กบทความ