"ซึมเศร้าหายเพราะแมว" ไม่ใช่แค่คิดไปเอง แต่คือ"ยาวิเศษ"ที่งานวิจัยรองรับ

Share on Line Share on Facebook Share on X
"ซึมเศร้าหายเพราะแมว" ไม่ใช่แค่คิดไปเอง แต่คือ"ยาวิเศษ"ที่งานวิจัยรองรับ

เฟซบุ๊ก แฟนเพจ "หมอเปรมใส่ไข่ ความรู้สุขภาพจิตแบบง่ายๆ" จิตแพทย์ รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ ได้เผยแพร่บทความ ซึมเศร้าหายเพราะแมว โดยระบุว่า


"หายเพราะแมว" สัตว์เลี้ยงช่วยฮีลใจและบำบัดโรคซึมเศร้าได้อย่างไร?

หลายคนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า "หายเพราะแมว" หรือ "สัตว์เลี้ยงช่วยชีวิตไว้" ซึ่งในทางจิตเวชศาสตร์และประสาทวิทยา เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความรู้สึกคิดไปเองนะครับ แต่มีประวัติศาสตร์ทางการแพทย์และกลไกการบำบัดรองรับอย่างจริงจัง


 ย้อนดูประวัติศาสตร์การใช้สัตว์บำบัด (Animal-Assisted Therapy)

มนุษย์เราใช้สัตว์เข้ามาช่วยเยียวยาจิตใจและร่างกายมานานหลายร้อยปีแล้ว

• ศตวรรษที่ 17 (ยุคกรีกโบราณ & ยุโรป): มีการบันทึกการใช้ม้าช่วยฟื้นฟูร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยหนัก

• ประเทศเบลเยี่ยม: เริ่มนำสุนัขเข้ามาช่วยในกระบวนการกายภาพบำบัด

• Sigmund Freud (บิดาแห่งจิตวิเคราะห์): ใช้สุนัขพันธุ์โกลเด้น/โชมโชม (Chow Chow) ชื่อ Jofi เข้ามาร่วมในการทำจิตบำบัด โดยเฟรอยด์สังเกตว่า น้องสุนัขมักจะเข้าไปนั่งใกล้ๆ คนไข้ที่จิตใจสงบ และการมีอยู่ของสุนัขช่วยให้คนไข้วัยรุ่นที่มีความวิตกกังวลสูง ผ่อนคลายลงและกล้าเปิดใจคุยในเซสชันบำบัดได้ดีขึ้นมาก

• ปี 1989: มีการก่อตั้ง Delta Society (ปัจจุบันคือ Pet Partners) เพื่อจัดตั้งมาตรฐานการใช้สัตว์บำบัดอย่างเป็นทางการทั่วโลก


 ผลดีทางการแพทย์ของสัตว์บำบัด

งานวิจัยในปัจจุบันพบว่า การปฏิสัมพันธ์กับสัตว์เลี้ยงส่งผลดีต่อร่างกายและจิตใจอย่างเห็นได้ชัด

1. ทางร่างกาย: ช่วยลดความดันโลหิต ลดระดับฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) เพิ่มการหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุขอย่าง Oxytocin และช่วยลดอาการปวดทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง

2. ทางจิตเวช: นำมาใช้อย่างแพร่หลายในผู้ป่วย โรคซึมเศร้า, PTSD, สมาธิสั้น (ADHD), ออทิสติก (ASD) ไปจนถึง ภาวะสมองเสื่อม (Dementia)

สรุปข่าว

"หายเพราะแมว" ไม่ใช่แค่คำพูดติดตลก แต่มีงานวิจัยรองรับ โดยแมวช่วยฮีลใจคนที่มีภาวะซึมเศร้าผ่านการลูบขนที่ช่วยลดฮอร์โมนเครียด สอนให้มนุษย์ใช้ชีวิตแบบสบายๆ และมอบความรักแบบไม่มีเงื่อนไข ทำให้เรารู้สึกมีคุณค่าและอยากมีชีวิตอยู่ต่อในวันที่โลกใจร้าย

เฟซบุ๊ก แฟนเพจ "หมอเปรมใส่ไข่ ความรู้สุขภาพจิตแบบง่ายๆ" จิตแพทย์ รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ ได้เผยแพร่บทความ ซึมเศร้าหายเพราะแมว โดยระบุว่า


"หายเพราะแมว" สัตว์เลี้ยงช่วยฮีลใจและบำบัดโรคซึมเศร้าได้อย่างไร?

หลายคนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า "หายเพราะแมว" หรือ "สัตว์เลี้ยงช่วยชีวิตไว้" ซึ่งในทางจิตเวชศาสตร์และประสาทวิทยา เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความรู้สึกคิดไปเองนะครับ แต่มีประวัติศาสตร์ทางการแพทย์และกลไกการบำบัดรองรับอย่างจริงจัง


 ย้อนดูประวัติศาสตร์การใช้สัตว์บำบัด (Animal-Assisted Therapy)

มนุษย์เราใช้สัตว์เข้ามาช่วยเยียวยาจิตใจและร่างกายมานานหลายร้อยปีแล้ว

• ศตวรรษที่ 17 (ยุคกรีกโบราณ & ยุโรป): มีการบันทึกการใช้ม้าช่วยฟื้นฟูร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยหนัก

• ประเทศเบลเยี่ยม: เริ่มนำสุนัขเข้ามาช่วยในกระบวนการกายภาพบำบัด

• Sigmund Freud (บิดาแห่งจิตวิเคราะห์): ใช้สุนัขพันธุ์โกลเด้น/โชมโชม (Chow Chow) ชื่อ Jofi เข้ามาร่วมในการทำจิตบำบัด โดยเฟรอยด์สังเกตว่า น้องสุนัขมักจะเข้าไปนั่งใกล้ๆ คนไข้ที่จิตใจสงบ และการมีอยู่ของสุนัขช่วยให้คนไข้วัยรุ่นที่มีความวิตกกังวลสูง ผ่อนคลายลงและกล้าเปิดใจคุยในเซสชันบำบัดได้ดีขึ้นมาก

• ปี 1989: มีการก่อตั้ง Delta Society (ปัจจุบันคือ Pet Partners) เพื่อจัดตั้งมาตรฐานการใช้สัตว์บำบัดอย่างเป็นทางการทั่วโลก


 ผลดีทางการแพทย์ของสัตว์บำบัด

งานวิจัยในปัจจุบันพบว่า การปฏิสัมพันธ์กับสัตว์เลี้ยงส่งผลดีต่อร่างกายและจิตใจอย่างเห็นได้ชัด

1. ทางร่างกาย: ช่วยลดความดันโลหิต ลดระดับฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) เพิ่มการหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุขอย่าง Oxytocin และช่วยลดอาการปวดทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง

2. ทางจิตเวช: นำมาใช้อย่างแพร่หลายในผู้ป่วย โรคซึมเศร้า, PTSD, สมาธิสั้น (ADHD), ออทิสติก (ASD) ไปจนถึง ภาวะสมองเสื่อม (Dementia)

น้องแมวกับจิตวิญญาณแห่งการฮีลใจคนซึมเศร้า

ในมุมของน้องแมว มีประเด็นน่าสนใจจากหนังสือและมุมมองทางจิตวิทยามากมาย

• การสัมผัสและการกระตุ้นสมอง: การลูบขนแมวด้วยความเอ็นดูช่วยลดการทำงานของระบบประสาทซิมพาเทติกทำให้ร่างกายผ่อนคลายลงทันที สำหรับผู้ป่วยสมองเสื่อม การพยายามจำชื่อแมวหรือของเล่นแมวยังช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองด้านความจำได้ด้วย


• ปรัชญาการใช้ชีวิตแบบแมว: คนเป็นซึมเศร้ามักกดดันตัวเอง มีกฎเกณฑ์ในหัวเยอะ แต่พอเห็นแมวใช้ชีวิตอย่างอิสระ สบายๆ นอนตากแดด ไม่ต้องกังวลเรื่องอนาคต มันช่วยกระตุกคิดให้เราเรียนรู้ที่จะปลดล็อกตัวเอง และลองใช้ชีวิตแบบผ่อนคลายอย่างแมวดูบ้าง

• ความรักอย่างไม่มีเงื่อนไข (Unconditional Love): นี่คือหัวใจสำคัญที่สุดครับ คนที่เป็นโรคซึมเศร้าหลายคนมักรู้สึกขาดความรัก ไร้ค่า หรือไม่เคยได้รับ Unconditional Love จากพ่อแม่หรือคนรอบข้างในอดีต แต่สัตว์เลี้ยงไม่ได้ตัดสินเรา เขาไม่ได้สนว่าเราจะทำงานเก่งไหม รวยหรือเปย์แค่ไหน แค่เรากลับบ้านมา เขาก็พร้อมจะมอบความรักและความผูกพันให้เราเต็มที่ ความรู้สึกที่ว่า "เรามีความหมายและมีค่าสำหรับชีวิตของพวกเขา" จึงกลายเป็นแรงยึดเหนี่ยวจิตใจที่ยิ่งใหญ่มาก


การเลี้ยงสัตว์ไม่ใช่แค่เรื่องของการดูแลชีวิตหนึ่งชีวิต แต่มันคือการแลกเปลี่ยนพลังงานบวกและความรักที่เติมเต็มช่องว่างในจิตใจซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง


ข้อมูลจาก เพจ "หมอเปรมใส่ไข่ ความรู้สุขภาพจิตแบบง่ายๆ" 

https://www.facebook.com/profile.php?id=61557447432049


ชื่นชอบ​ในการติดตามข่าวสาร​ และเรื่องราว "ฮีลใจ" เพราะเชื่อว่าการมีใจที่แข็งแรง​ คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง

แท็กบทความ