คนไทยป่วย "ภาวะซึมเศร้า-เครียด" บางรายคิดปลิดชีพตัวเอง เตือนภัยเงียบจากโรควิถีชีวิต!

Share on Line Share on Facebook Share on X
คนไทยป่วย "ภาวะซึมเศร้า-เครียด" บางรายคิดปลิดชีพตัวเอง เตือนภัยเงียบจากโรควิถีชีวิต!

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เปิดเผยรายงานภาวะสังคมไทย ไตรมาส 2 ประจำปี 2569 เผยภาพรวมการเจ็บป่วยด้วยโรคเฝ้าระวังปรับตัวลดลง ขณะที่สถานการณ์สุขภาพจิตดีขึ้นเล็กน้อย ทว่ายังคงพบกลุ่มเสี่ยง "ภาวะซึมเศร้าและความเครียด" สูงสุด พร้อมเตือนภัยเงียบจากโรควิถีชีวิตและภัยสุขภาพที่ต้องเร่งรับมือ


 สุขภาพจิตคนไทย "ซึมเศร้า" ครองสัดส่วนสูงสุด แม้ภาพรวมดีขึ้น

จากข้อมูลการประเมินสุขภาพจิตผ่านระบบ Mental Health Check In (MHCI) ในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ซึ่งมีประชาชนทั่วประเทศเข้ารับการประเมินรวมกว่า 264,000 ราย ภาพรวมสะท้อนว่าสถานการณ์สุขภาพจิตของคนไทยมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน


อย่างไรก็ตาม เมื่อจำแนกตามกลุ่มปัญหา พบรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้

กลุ่มเสี่ยงภาวะซึมเศร้า ยังคงครองสัดส่วนสูงที่สุดในบรรดาปัญหาด้านสุขภาพจิตทั้งหมด โดยอยู่ที่ ร้อยละ 6.5 ซึ่งถึงแม้จะปรับตัวลดลงจากร้อยละ 7.4 ในช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ยังคงเป็นกลุ่มที่ต้องให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก


กลุ่มอาการรองลงมา ถัดจากภาวะซึมเศร้า ได้แก่ กลุ่มที่มีภาวะความเครียดสูง, กลุ่มที่มีภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout) และ กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย ตามลำดับ

สรุปข่าว

สรุปผลการประเมินสุขภาพจิตผ่านระบบ MHCI ไตรมาส 2 ปี 2569 จากผู้เข้าร่วมกว่า 264,000 ราย พบว่าภาพรวมดีขึ้นเล็กน้อย โดยกลุ่มเสี่ยง "ภาวะซึมเศร้า" ยังคงสูงที่สุดที่ร้อยละ 6.5 (ลดลงจากร้อยละ 7.4 ในปีก่อน) รองลงมาคือภาวะความเครียดสูง ภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout) และความเสี่ยงต่อการปลิดชีพตัวเองตามลำดับ

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เปิดเผยรายงานภาวะสังคมไทย ไตรมาส 2 ประจำปี 2569 เผยภาพรวมการเจ็บป่วยด้วยโรคเฝ้าระวังปรับตัวลดลง ขณะที่สถานการณ์สุขภาพจิตดีขึ้นเล็กน้อย ทว่ายังคงพบกลุ่มเสี่ยง "ภาวะซึมเศร้าและความเครียด" สูงสุด พร้อมเตือนภัยเงียบจากโรควิถีชีวิตและภัยสุขภาพที่ต้องเร่งรับมือ


 สุขภาพจิตคนไทย "ซึมเศร้า" ครองสัดส่วนสูงสุด แม้ภาพรวมดีขึ้น

จากข้อมูลการประเมินสุขภาพจิตผ่านระบบ Mental Health Check In (MHCI) ในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ซึ่งมีประชาชนทั่วประเทศเข้ารับการประเมินรวมกว่า 264,000 ราย ภาพรวมสะท้อนว่าสถานการณ์สุขภาพจิตของคนไทยมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน


อย่างไรก็ตาม เมื่อจำแนกตามกลุ่มปัญหา พบรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้

กลุ่มเสี่ยงภาวะซึมเศร้า ยังคงครองสัดส่วนสูงที่สุดในบรรดาปัญหาด้านสุขภาพจิตทั้งหมด โดยอยู่ที่ ร้อยละ 6.5 ซึ่งถึงแม้จะปรับตัวลดลงจากร้อยละ 7.4 ในช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ยังคงเป็นกลุ่มที่ต้องให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก


กลุ่มอาการรองลงมา ถัดจากภาวะซึมเศร้า ได้แก่ กลุ่มที่มีภาวะความเครียดสูง, กลุ่มที่มีภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout) และ กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย ตามลำดับ

สถานการณ์การเจ็บป่วยทั่วไปและโรคเฝ้าระวัง

ในส่วนของการเจ็บป่วยด้วยโรคที่ต้องเฝ้าระวังในภาพรวมทั่วประเทศ ลดลงถึง ร้อยละ 45.8 เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยกลุ่มโรคที่พบผู้ป่วยสูงสุดยังคงเป็นกลุ่มโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ เช่น

โรคปอดอักเสบ: จำนวน 77,596 ราย

โรคไข้หวัดใหญ่: จำนวน 43,448 ราย

(ขณะที่โรคอื่นๆ เช่น โรคฉี่หนู โรคอหิวาตกโรค และโรคไข้กาฬหลังแอ่น พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย)


 3 ประเด็นสุขภาพเชิงลึกที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

แม้ตัวเลขโรคระบาดทั่วไปจะลดลง แต่รายงานของสภาพัฒน์ได้เน้นย้ำถึงภัยเงียบและปัญหาสุขภาพสมัยใหม่ที่กำลังคุกคามคนไทย 3 ด้านหลัก ได้แก่


ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับจากการอุดกั้น (OSA)

ปัจจุบันคาดว่ามีคนไทยเผชิญภาวะนี้สูงถึง 7.7 ล้านคน แต่มีเพียง 1.4 ล้านคนเท่านั้น ที่ตระหนักถึงปัญหาและเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ อาการเตือนสำคัญคือ นอนกรนเสียงดังเป็นประจำ หายใจสะดุดขณะหลับ ตื่นมาไม่สดชื่น ปวดศีรษะ และง่วงนอนมากในเวลากลางวัน ซึ่งหากปล่อยไว้ไม่รักษาจะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจและหลอดเลือด


โรคไขมันพอกตับที่สัมพันธ์กับภาวะเมตาบอลิซึม (MASLD)

เป็นภาวะที่มีไขมันสะสมในตับมากผิดปกติ มักไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่นำไปสู่ภาวะตับอักเสบ ตับแข็ง และมะเร็งตับได้ในระยะยาว ภาวะนี้จึงต้องอาศัยการตรวจสุขภาพและคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ

ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนในเด็ก

ผลสำรวจพบว่าเด็กไทยวัยเรียนอายุ 6–14 ปี มีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วนสูงถึง ร้อยละ 27.4 โดยเฉพาะในเขตเมืองและภาคกลาง มีสาเหตุจากการบริโภคอาหารที่มีไขมัน น้ำตาล โซเดียมสูง และขาดกิจกรรมทางกายที่เหมาะสม ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ตั้งแต่วัยเด็ก


สภาพัฒน์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงฝากข้อห่วงใยถึงประชาชน ให้หมั่นสังเกตอาการทางร่างกายและจิตใจของตนเองและคนใกล้ชิด พร้อมทั้งสนับสนุนให้สังคมไทยตระหนักถึงการดูแลสุขภาวะรอบด้าน ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต เพื่อรับมือกับความท้าทายในยุคปัจจุบันอย่างยั่งยืน


ข้อมูลจาก สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์)

https://www.facebook.com/share/v/19fJWXQoFc/

ชื่นชอบ​ในการติดตามข่าวสาร​ และเรื่องราว "ฮีลใจ" เพราะเชื่อว่าการมีใจที่แข็งแรง​ คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง