ทั้งๆ ที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ แต่ทำไมยังเป็นไขมันพอกตับ?

Share on Line Share on Facebook Share on X
ทั้งๆ ที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ แต่ทำไมยังเป็นไขมันพอกตับ?

หมอดาว พญ.ฉัตรดาว จางวางกร แพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ครอบครัว ตอบคำถามที่หลายคนสงสัยเกี่ยวกับโรคไขมันพอกตับ กล่าวว่า ทั้งๆ ที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ แต่ทำไมยังเป็นไขมันพอกตับ?

สรุปข่าว

หมอดาว ตอบคำถามที่หลายคนสงสัยเกี่ยวกับโรคไขมันพอกตับ ทั้งๆ ที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ แต่ทำไมยังเป็น?

หมอดาว พญ.ฉัตรดาว จางวางกร แพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ครอบครัว ตอบคำถามที่หลายคนสงสัยเกี่ยวกับโรคไขมันพอกตับ กล่าวว่า ทั้งๆ ที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ แต่ทำไมยังเป็นไขมันพอกตับ?

หลายคนมักจะเข้าใจว่า "ภาวะไขมันพอกตับ" หรือ “ภาวะไขมันแทรกหรือเกาะตับ” เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์เท่านั้น ซึ่งในความจริงแล้ว คนที่ไม่ดื่มเลยก็สามารถเป็นได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะอ้วนลงพุง น้ำหนักเกิน เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง 

หรือบางคนถึงแม้จะยังอายุน้อย และยังไม่ได้เป็นโรคที่กล่าวมา 

แต่หากเป็นคนที่ชื่นชอบในการรับประทานอาหารหวานจัดและแป้งขัดสีหรือแป้งสีขาวเป็นประจำ ก็เสี่ยงต่อการเกิดภาวะไขมันพอกตับได้เช่นกัน 

ปัจจุบันโรคนี้ถูกเรียกว่า Metabolic Dysfunction-Associated Steatotic Liver Disease (MASLD) ซึ่งสะท้อนว่าเกิดจากความผิดปกติของระบบเผาผลาญในร่างกาย มากกว่าสาเหตุที่มาจากการดื่มสุราเพียงอย่างเดียว

ในระยะแรก ผู้ป่วยมักไม่มีอาการ ทำให้หลายคนเพิ่งตรวจพบจากการตรวจสุขภาพหรืออัลตราซาวด์ แต่ถ้าหากปล่อยทิ้งไว้ อาจพัฒนาเป็นตับอักเสบ ภาวะตับแข็ง หรือแม้กระทั่งมะเร็งตับ ที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นได้

ข่าวดีคือ หากลดน้ำหนักได้เพียง 5–10 เปอร์เซนต์ ของน้ำหนักตัว ควบคู่กับการรับประทานอาหารที่เหมาะสม และออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือเฉลี่ยเพียงประมาณ 30 นาทีต่อวัน ใน 1 สัปดาห์ อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ร่วมกับการรับประทานอาหารกลุ่มข้าวแป้งคาร์โบไฮเดรตและผลไม้ที่มีรสหวาน อย่างส้ม แตงโม กล้วย สับปะรด มะละกอ ทุเรียน องุ่นให้น้อยลง ภาวะไขมันพอกตับจะสามารถลดลงได้อย่างมีนัยสำคัญ 

และต้องทำใจว่า ไม่มีอาหารเสริมหรือยาใดๆที่จำเพาะ ในการรักษาภาวะนี้ได้นอกจาก ปรับพฤติกรรม ด้วยการออกกำลังกายสม่ำเสมอ และควบคุมอาหารอย่างที่กล่าวไปนะคะ

ที่มาข้อมูล : พญ.ฉัตรดาว จางวางกร (ว.40702)

ที่มารูปภาพ : CANVA

เล่าเรื่องสุขภาพกายใจให้เข้าใจง่าย ผ่านมุมมองที่ใกล้ตัวและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าการดูแลตัวเองไม่ต้องยาก แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้ทุกวัน ที่สำคัญ อย่ารอทำตอนป่วย