โลกสูญปริมาณน้ำมันสำรองราว 1 พันล้านบาร์เรล นับตั้งแต่สงครามในอิหร่าน

Share on Line Share on Facebook Share on X
โลกสูญปริมาณน้ำมันสำรองราว 1 พันล้านบาร์เรล นับตั้งแต่สงครามในอิหร่าน

การปะทุขึ้นของสงครามอิหร่านเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันสำรองลดลง โดยประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ADNOC บริษัทน้ำมันแห่งชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) กล่าวว่า นับตั้งแต่สงครามส่งผลกระทบต่อการขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ปริมาณน้ำมันสำรองทั่วโลกถูกนำออกมาใช้แล้วเกือบ 1 พันล้านบาร์เรล นักวิเคราะห์บางรายคาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันอาจปรับตัวสูงขึ้นไปอีก

ธนาคาร Goldman Sachs ได้ปรับเพิ่มประมาณการราคาน้ำมันเมื่อวันอาทิตย์ เนื่องจากความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูง พร้อมระบุว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ อาจพุ่งขึ้นไปแตะระดับ 140 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 2027 หากกำลังการผลิตน้ำมันในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของปี 2025 อยู่ที่ 3.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ธนาคารดังกล่าวระบุในรายงานว่า "การโจมตีเรือขนส่งทางทะเลที่ทวีความรุนแรงขึ้น, ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน และความเสี่ยงที่ยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันมีค่าความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจผลักดันให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นได้อีก"

สรุปข่าว

บริษัทน้ำมันแห่งชาติของ UAE เผย ปริมาณน้ำมันสำรองทั่วโลกลดลงเกือบ 1 พันล้านบาร์เรลนับตั้งแต่เกิดสงครามในอิหร่าน

การปะทุขึ้นของสงครามอิหร่านเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันสำรองลดลง โดยประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ADNOC บริษัทน้ำมันแห่งชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) กล่าวว่า นับตั้งแต่สงครามส่งผลกระทบต่อการขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ปริมาณน้ำมันสำรองทั่วโลกถูกนำออกมาใช้แล้วเกือบ 1 พันล้านบาร์เรล นักวิเคราะห์บางรายคาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันอาจปรับตัวสูงขึ้นไปอีก

ธนาคาร Goldman Sachs ได้ปรับเพิ่มประมาณการราคาน้ำมันเมื่อวันอาทิตย์ เนื่องจากความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูง พร้อมระบุว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ อาจพุ่งขึ้นไปแตะระดับ 140 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 2027 หากกำลังการผลิตน้ำมันในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของปี 2025 อยู่ที่ 3.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ธนาคารดังกล่าวระบุในรายงานว่า "การโจมตีเรือขนส่งทางทะเลที่ทวีความรุนแรงขึ้น, ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน และความเสี่ยงที่ยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันมีค่าความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจผลักดันให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นได้อีก"

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters