คะแนนนิยมทรัมป์ตกต่ำสุดขีด เร่งหาเสียงก่อนเลือกตั้งกลางเทอม

Share on Line Share on Facebook Share on X
คะแนนนิยมทรัมป์ตกต่ำสุดขีด เร่งหาเสียงก่อนเลือกตั้งกลางเทอม

โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ชื่อว่าเป็นประธานาธิบสหรัฐฯ ที่สร้างความแตกแยกในหมู่ชาวอเมริกันมากที่สุด เพราะมีทั้งคนที่เชื่อว่าเขาคือคนเดียวที่จะช่วยกอบกู้ความยิ่งใหญ่กลับคืนสู่อเมริกาได้ และมีคนที่มองว่าเขานี่แหละคือภัยคุกคามที่จะทำให้อเมริกาตกต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์

นับตั้งแต่ที่โดนัลด์ ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งและขึ้นมารับตำแหน่งประธานาธิบดีประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยแรกเมื่อปี 2017 และสมัยที่สอง เมื่อปี 2025 ทรัมป์ปรับนโยบายหลายอย่างในสหรัฐฯ ด้วยการยึดหลักผลประโยชน์ของอเมริกาต้องมาก่อน หรือ America First โดยไม่สนว่านโยบายเหล่านั้นจะสร้างความวุ่นวายหรือทำให้ใครต้องลำบากบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการปราบปรามผู้อพยพที่ผิดกฎหมาย การทำข้อตกลงการค้าที่อเมริกาต้องไม่เสียเปรียบ การถอนตัวออกจากข้อตกลงลดโลกร้อน ซึ่งแม้จะเป็นนโยบายเหล่านี้จะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่ดูเหมือนว่ายิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไร นโยบายเหล่านี้จะเป็นผลเสียกับสหรัฐฯ มากกว่า รวมทั้ง บุคลิกและการพูดจาของทรัมป์ ที่มักแสดงอำนาจและล้อเลียนผู้อื่น ทำให้คะแนนนิยมในตัวทรัมป์ลดลงเรื่อย ๆ 

ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่สอง ด้วยคะแนนนิยม 47% พอผ่านมา 1 ปี คะแนนนิยมก็ลดลงมาเหลือ 36% และก็ยังลดลงมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลสำรวจล่าสุดของ Reuters/Ipsos ในช่วงกลางเดือนตุลาคมพบว่า มีผู้ตอบแบบสอบถามเห็นชอบกับการทำงานของประธานาธิบดีทรัมป์ แค่ 31% เท่านั้น 

ส่วนการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก ทรัมป์เริ่มต้นด้วยคะแนนนิยม 45% แต่เมื่อดำรงตำแหน่งครบ 4 ปี คะแนนิยมก็ลดลงมาเหลือแค่ 34% ซึ่งคะแนนนิยมทรัมป์เมื่อเดือนตุลาคมทีผ่านมา ที่มีอยู่แค่ 31% นับว่าตกต่ำที่สุดในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีทั้งสมัยแรกและสมัยที่สอง

คะแนนนิยมของทรัมป์ที่ตกต่ำแบบนี้ ทำให้การเลือกตั้งกลางเทอมในสหรัฐฯ ที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ น่าจะเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบาก เพราะเมื่อคะแนนนิยมในตัวประธานาธิบดีลดต่ำลง ทำให้มีแนวโน้มสูงที่ประชาชนจะลงคะแนนเสียงให้พรรคการเมืองอีกพรรคหนึ่ง ซึ่งผลการสำรวจล่าสุด แสดงให้เห็นว่า พรรคเดโมแครตมีคะแนนนำพรรครีพับลิกัน อยู่ที่ 51.4% ต่อ 43.2% ทำให้ทรัมป์กำลังเร่งหาเสียงอย่างสุดชีวิตเพื่อป้องกันไม่ให้พรรคเดโมแครตกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรสได้

สรุปข่าว

โดนัลด์ ทรัมป์ เร่งหาเสียงสุดชีวิต ในขณะที่เหลืออีกแค่ไม่กี่วันก็จะถึงวันเลือกตั้งกลางเทอมในสหรัฐฯ แล้ว ท่ามกลางคะแนนนิยมของทรัมป์ที่ตกต่ำมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ทรัมป์จะสามารถเรียกคะแนนเสียงกลับคืนมา ก่อนถึงวันเลือกตั้งกลางเทอมได้หรือไม่?

โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ชื่อว่าเป็นประธานาธิบสหรัฐฯ ที่สร้างความแตกแยกในหมู่ชาวอเมริกันมากที่สุด เพราะมีทั้งคนที่เชื่อว่าเขาคือคนเดียวที่จะช่วยกอบกู้ความยิ่งใหญ่กลับคืนสู่อเมริกาได้ และมีคนที่มองว่าเขานี่แหละคือภัยคุกคามที่จะทำให้อเมริกาตกต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์

นับตั้งแต่ที่โดนัลด์ ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งและขึ้นมารับตำแหน่งประธานาธิบดีประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยแรกเมื่อปี 2017 และสมัยที่สอง เมื่อปี 2025 ทรัมป์ปรับนโยบายหลายอย่างในสหรัฐฯ ด้วยการยึดหลักผลประโยชน์ของอเมริกาต้องมาก่อน หรือ America First โดยไม่สนว่านโยบายเหล่านั้นจะสร้างความวุ่นวายหรือทำให้ใครต้องลำบากบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการปราบปรามผู้อพยพที่ผิดกฎหมาย การทำข้อตกลงการค้าที่อเมริกาต้องไม่เสียเปรียบ การถอนตัวออกจากข้อตกลงลดโลกร้อน ซึ่งแม้จะเป็นนโยบายเหล่านี้จะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่ดูเหมือนว่ายิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไร นโยบายเหล่านี้จะเป็นผลเสียกับสหรัฐฯ มากกว่า รวมทั้ง บุคลิกและการพูดจาของทรัมป์ ที่มักแสดงอำนาจและล้อเลียนผู้อื่น ทำให้คะแนนนิยมในตัวทรัมป์ลดลงเรื่อย ๆ 

ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่สอง ด้วยคะแนนนิยม 47% พอผ่านมา 1 ปี คะแนนนิยมก็ลดลงมาเหลือ 36% และก็ยังลดลงมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลสำรวจล่าสุดของ Reuters/Ipsos ในช่วงกลางเดือนตุลาคมพบว่า มีผู้ตอบแบบสอบถามเห็นชอบกับการทำงานของประธานาธิบดีทรัมป์ แค่ 31% เท่านั้น 

ส่วนการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก ทรัมป์เริ่มต้นด้วยคะแนนนิยม 45% แต่เมื่อดำรงตำแหน่งครบ 4 ปี คะแนนิยมก็ลดลงมาเหลือแค่ 34% ซึ่งคะแนนนิยมทรัมป์เมื่อเดือนตุลาคมทีผ่านมา ที่มีอยู่แค่ 31% นับว่าตกต่ำที่สุดในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีทั้งสมัยแรกและสมัยที่สอง

คะแนนนิยมของทรัมป์ที่ตกต่ำแบบนี้ ทำให้การเลือกตั้งกลางเทอมในสหรัฐฯ ที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ น่าจะเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบาก เพราะเมื่อคะแนนนิยมในตัวประธานาธิบดีลดต่ำลง ทำให้มีแนวโน้มสูงที่ประชาชนจะลงคะแนนเสียงให้พรรคการเมืองอีกพรรคหนึ่ง ซึ่งผลการสำรวจล่าสุด แสดงให้เห็นว่า พรรคเดโมแครตมีคะแนนนำพรรครีพับลิกัน อยู่ที่ 51.4% ต่อ 43.2% ทำให้ทรัมป์กำลังเร่งหาเสียงอย่างสุดชีวิตเพื่อป้องกันไม่ให้พรรคเดโมแครตกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรสได้

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Getty Images