เมื่อโลกหันขวา ทำไมบราซิลเลือกซ้าย? เจาะลึกเบื้องหลัง

ในวันที่กระแสฝ่ายขวากำลังขยายอิทธิพลในหลายประเทศทั่วโลก บราซิลกลับเลือกเดินอีกเส้นทาง เมื่อ ลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา (Luiz Inácio Lula da Silva) ประธานาธิบดีฝ่ายซ้าย คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสมัยที่ 4 เอาชนะ ฟลาวิโอ โบลโซนาโร (Flávio Bolsonaro) นักการเมืองฝ่ายขวาและบุตรชายของอดีตประธานาธิบดี ฌาอีร์ โบลโซนาโร (Jair Bolsonaro)
ผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการระบุว่า ลูลาได้คะแนนเสียงร้อยละ 51.79 คิดเป็นกว่า 64.25 ล้านเสียง ขณะที่ฟลาวิโอได้ร้อยละ 48.21 หรือประมาณ 59.83 ล้านเสียง ห่างกันกว่า 4.4 ล้านเสียง ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ลูลาวัย 80 ปี เตรียมกลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอีก 4 ปี โดยมีกำหนดเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 5 มกราคม 2027
สิ่งที่ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้น่าจับตา ไม่ใช่เพียงการที่ลูลาชนะเป็นสมัยที่ 4 แต่คือการพลิกผลจากการเลือกตั้งรอบแรกที่เขาเป็นฝ่ายตามหลัง ท่ามกลางกระแสฝ่ายขวาที่ได้รับชัยชนะในหลายประเทศของลาตินอเมริกา
จากแพ้รอบแรก สู่ชัยชนะในรอบตัดสิน
การเลือกตั้งรอบแรกเมื่อวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา ฟลาวิโอ โบลโซนาโรได้คะแนนเสียงร้อยละ 47.03 มากกว่าลูลาที่ได้ร้อยละ 45.16 แต่ไม่มีผู้สมัครคนใดได้คะแนนเกินกึ่งหนึ่ง จึงต้องเข้าสู่การเลือกตั้งรอบตัดสิน
ผลที่พลิกกลับมาเป็นชัยชนะของลูลาในรอบที่ 2 สะท้อนว่า แม้ฝ่ายขวาจะมีฐานเสียงแข็งแกร่ง แต่คะแนนจากรอบแรกไม่ได้เป็นตัวตัดสินผลสุดท้าย เมื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องเลือกระหว่างผู้สมัครสองคนที่มีแนวทางทางการเมืองแตกต่างกันอย่างชัดเจน
รศ.ดร.เชาวฤทธิ์ เชาว์แสงรัตน์ อาจารย์ประจำวิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “คนชนข่าว” ทางสถานีข่าว TNN ว่า กลยุทธ์การหาเสียงเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ต้องพิจารณา โดยในรอบตัดสินอาจมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งบางส่วนเปลี่ยนใจ รวมถึงผู้สนับสนุนลูลาที่สามารถโน้มน้าวคนที่ยังไม่ตัดสินใจให้หันมาเลือกฝ่ายซ้ายได้
อีกประเด็นหนึ่งคือความกังวลต่อการกลับมาของตระกูลโบลโซนาโร โดยเฉพาะนโยบายในยุคของฌาอีร์ โบลโซนาโร ผู้เป็นบิดา ซึ่งเผชิญเสียงวิจารณ์เรื่องการทำลายป่าแอมะซอนและแนวทางการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม
ในมุมของอาจารย์ ความกังวลต่อแนวทางของอดีตประธานาธิบดีอาจเป็นแรงผลักดันให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งบางส่วนไม่ต้องการให้ฝ่ายขวากลับมาบริหารประเทศอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะสรุปว่าความกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยชี้ขาดชัยชนะของลูลาเพียงอย่างเดียว
สรุปข่าว
ในวันที่กระแสฝ่ายขวากำลังขยายอิทธิพลในหลายประเทศทั่วโลก บราซิลกลับเลือกเดินอีกเส้นทาง เมื่อ ลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา (Luiz Inácio Lula da Silva) ประธานาธิบดีฝ่ายซ้าย คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสมัยที่ 4 เอาชนะ ฟลาวิโอ โบลโซนาโร (Flávio Bolsonaro) นักการเมืองฝ่ายขวาและบุตรชายของอดีตประธานาธิบดี ฌาอีร์ โบลโซนาโร (Jair Bolsonaro)
ผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการระบุว่า ลูลาได้คะแนนเสียงร้อยละ 51.79 คิดเป็นกว่า 64.25 ล้านเสียง ขณะที่ฟลาวิโอได้ร้อยละ 48.21 หรือประมาณ 59.83 ล้านเสียง ห่างกันกว่า 4.4 ล้านเสียง ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ลูลาวัย 80 ปี เตรียมกลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอีก 4 ปี โดยมีกำหนดเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 5 มกราคม 2027
สิ่งที่ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้น่าจับตา ไม่ใช่เพียงการที่ลูลาชนะเป็นสมัยที่ 4 แต่คือการพลิกผลจากการเลือกตั้งรอบแรกที่เขาเป็นฝ่ายตามหลัง ท่ามกลางกระแสฝ่ายขวาที่ได้รับชัยชนะในหลายประเทศของลาตินอเมริกา
จากแพ้รอบแรก สู่ชัยชนะในรอบตัดสิน
การเลือกตั้งรอบแรกเมื่อวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา ฟลาวิโอ โบลโซนาโรได้คะแนนเสียงร้อยละ 47.03 มากกว่าลูลาที่ได้ร้อยละ 45.16 แต่ไม่มีผู้สมัครคนใดได้คะแนนเกินกึ่งหนึ่ง จึงต้องเข้าสู่การเลือกตั้งรอบตัดสิน
ผลที่พลิกกลับมาเป็นชัยชนะของลูลาในรอบที่ 2 สะท้อนว่า แม้ฝ่ายขวาจะมีฐานเสียงแข็งแกร่ง แต่คะแนนจากรอบแรกไม่ได้เป็นตัวตัดสินผลสุดท้าย เมื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องเลือกระหว่างผู้สมัครสองคนที่มีแนวทางทางการเมืองแตกต่างกันอย่างชัดเจน
รศ.ดร.เชาวฤทธิ์ เชาว์แสงรัตน์ อาจารย์ประจำวิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “คนชนข่าว” ทางสถานีข่าว TNN ว่า กลยุทธ์การหาเสียงเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ต้องพิจารณา โดยในรอบตัดสินอาจมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งบางส่วนเปลี่ยนใจ รวมถึงผู้สนับสนุนลูลาที่สามารถโน้มน้าวคนที่ยังไม่ตัดสินใจให้หันมาเลือกฝ่ายซ้ายได้
อีกประเด็นหนึ่งคือความกังวลต่อการกลับมาของตระกูลโบลโซนาโร โดยเฉพาะนโยบายในยุคของฌาอีร์ โบลโซนาโร ผู้เป็นบิดา ซึ่งเผชิญเสียงวิจารณ์เรื่องการทำลายป่าแอมะซอนและแนวทางการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม
ในมุมของอาจารย์ ความกังวลต่อแนวทางของอดีตประธานาธิบดีอาจเป็นแรงผลักดันให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งบางส่วนไม่ต้องการให้ฝ่ายขวากลับมาบริหารประเทศอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะสรุปว่าความกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยชี้ขาดชัยชนะของลูลาเพียงอย่างเดียว
ป่าแอมะซอน ความปลอดภัย และปากท้อง
หากพิจารณาว่าเหตุใดฝ่ายซ้ายจึงยังมีพื้นที่ทางการเมืองในบราซิล รศ.ดร.เชาวฤทธิ์ชี้ถึงประเด็นสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และเศรษฐกิจ
ประเด็นแรก คือป่าแอมะซอน ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดแข็งทางการเมืองของลูลา เพราะการปกป้องป่าและสิ่งแวดล้อมเป็นประเด็นที่ทำให้แนวทางของเขาแตกต่างจากรัฐบาลของฌาอีร์ โบลโซนาโรในอดีต
สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ความกังวลต่อการกลับไปใช้นโยบายที่ผ่อนปรนต่อการทำลายป่าอาจมีผลต่อการตัดสินใจ ขณะเดียวกัน ป่าแอมะซอนยังเป็นประเด็นสำคัญในเวทีระหว่างประเทศ เพราะเชื่อมโยงทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของบราซิลกับประเทศอื่นๆ
ประเด็นที่สอง คือความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นโจทย์ที่ฝ่ายขวานำมาใช้หาเสียงอย่างจริงจัง ฟลาวิโอเสนอแนวทางปราบปรามอาชญากรรมที่เข้มงวดขึ้น ขณะที่ลูลาต้องเผชิญความท้าทายในการสร้างความเชื่อมั่นว่า รัฐบาลฝ่ายซ้ายสามารถรับมือกับปัญหาอาชญากรรมได้เช่นกัน
ผลสำรวจ Quaest/Pax ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา พบว่า ผู้ตอบแบบสำรวจร้อยละ 28 มองว่าความรุนแรงเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดของบราซิล ตามด้วยการทุจริตร้อยละ 22 และเศรษฐกิจร้อยละ 19 ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าความปลอดภัยไม่ใช่ประเด็นรองในการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ประเด็นที่สาม คือเศรษฐกิจและค่าครองชีพ แม้ในช่วงที่ลูลาดำรงตำแหน่งสองสมัยแรก ระหว่างปี 2003-2010 เศรษฐกิจที่ได้รับแรงหนุนจากสินค้าโภคภัณฑ์จะช่วยให้ประชาชนหลายล้านคนหลุดพ้นจากความยากจน แต่สถานการณ์ในปัจจุบันแตกต่างออกไป
รศ.ดร.เชาวฤทธิ์ตั้งข้อสังเกตว่า ประชาชนบางส่วนอาจจดจำรัฐบาลลูลาในอดีตว่าเป็นช่วงที่เศรษฐกิจดี แต่เมื่อเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงและค่าครองชีพยังเป็นแรงกดดัน หลายครัวเรือนกลับรู้สึกว่าตนเองมีฐานะยากลำบากขึ้น แม้ตัวเลขเศรษฐกิจบางด้านจะปรับตัวดีขึ้นก็ตาม
โจทย์ของลูลาจึงไม่ใช่เพียงการนำความสำเร็จในอดีตกลับมาเล่า แต่ต้องทำให้ประชาชนรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในชีวิตจริงด้วย
กลยุทธ์หาเสียง เมื่อสนามการเมืองอยู่บนมือถือ
นอกจากประเด็นนโยบายแล้ว รศ.ดร.เชาวฤทธิ์ยังมองว่า กลยุทธ์การหาเสียงและการสื่อสารกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยอธิบายชัยชนะของลูลา โดยเฉพาะการใช้ช่องทางออนไลน์และเครือข่ายผู้สนับสนุน
การหาเสียงของลูลามีการใช้วิดีโอสั้นที่เขาพูดกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งโดยตรง รวมถึงการระดมเครือข่ายผู้สนับสนุนผ่าน WhatsApp เนื่องจากลูลาอ้างว่า ตนถูกแบนจากช่องทางโซเชียลไม่ให้ส่งสารถึงประชาชนที่สนับสนุนเขา
รศ.ดร.เชาวฤทธิ์ยังหยิบยกกรอบข้อความทางการเมืองที่แตกต่างกันของสองฝ่าย โดยอธิบายผ่านแนวคิด “Brazil for America” ที่สะท้อนจากฟลาวิโอ กับ “Brazil for Brazil” จากลูลา หรือ “บราซิลเพื่ออเมริกา” กับ “บราซิลเพื่อบราซิล”
ในมุมวิเคราะห์ของอาจารย์ ข้อความแรกสะท้อนภาพของบราซิลที่อาจเดินไปในทิศทางเดียวกับผลประโยชน์ของสหรัฐฯ มากขึ้น ขณะที่ข้อความหลังเน้นการรักษาผลประโยชน์และอธิปไตยของบราซิลเป็นหลัก
แนวคิดนี้เชื่อมโยงกับนโยบายต่างประเทศของลูลา ซึ่งให้ความสำคัญกับการรักษาอิสระในการตัดสินใจของประเทศ และการสร้างความสัมพันธ์กับหลายขั้วอำนาจ โดยไม่ต้องเลือกข้างมหาอำนาจเพียงฝ่ายเดียว
อย่างไรก็ตาม คำว่า “Brazil for America” และ “Brazil for Brazil” ในที่นี้เป็นกรอบอธิบายจากบทสัมภาษณ์ของ รศ.ดร.เชาวฤทธิ์
ส่วนคนหนุ่มสาวและผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่เป็นอีกกลุ่มที่มีความสำคัญในการแข่งขันครั้งนี้ ลูลาขอบคุณเยาวชนที่ออกมาปกป้องประชาธิปไตยหลังทราบผลเลือกตั้ง แต่การสรุปว่าคนรุ่นใหม่เป็นฐานเสียงหลักของเขายังจำเป็นต้องมีผลสำรวจจำแนกตามช่วงอายุประกอบด้วย
ฝ่ายขวายังมีแรงส่ง แต่ลาตินอเมริกาขวายังไม่หายไปไหน
ชัยชนะของลูลาเกิดขึ้นในช่วงที่หลายประเทศในลาตินอเมริกามีผู้นำฝ่ายขวาหรือกลางขวาได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ทำให้ผลที่เกิดขึ้นในบราซิลเป็นกรณีสำคัญที่ชวนให้พิจารณาว่า กระแสการเมืองระดับภูมิภาคกำลังเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด
อย่างไรก็ตาม รศ.ดร.เชาวฤทธิ์ตอบชัดว่ายังไม่เห็นว่ากระแสการเมืองในยุโรปจะถ่ายทอดมายังลาตินอเมริกาโดยตรงในรูปแบบเดียวกัน เพราะแต่ละประเทศมีเงื่อนไขทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองแตกต่างกัน โดยเขามองว่าเม็กซิโกเป็นหนึ่งในกรณีที่ควรติดตามเป็นพิเศษ
นั่นหมายความว่า การอธิบายการเมืองลาตินอเมริกาด้วยคำว่า “โลกกำลังหันขวา” เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะแม้จะมีแนวโน้มร่วมกันในบางประเทศ แต่ผลเลือกตั้งยังขึ้นอยู่กับความกังวลและความคาดหวังของประชาชนในแต่ละสังคม
สำหรับบราซิล คะแนนเสียงที่ใกล้เคียงกันของผู้สมัครทั้งสองฝ่ายสะท้อนว่าประเทศยังแบ่งขั้วทางการเมืองอย่างชัดเจน ชัยชนะของลูลาไม่ได้ทำให้ฐานสนับสนุนของฝ่ายขวาหายไป และเขายังต้องทำงานร่วมกับรัฐสภาที่มีกลุ่มอนุรักษนิยมแข็งแกร่ง
ความท้าทายจึงไม่ได้จบลงเมื่อชนะการเลือกตั้ง แต่เริ่มต้นขึ้นในวันที่ต้องบริหารประเทศที่มีความเห็นต่างอย่างลึกซึ้ง
นานาชาติยินดี แต่การเมืองภายในยังเป็นโจทย์ใหญ่
ชัยชนะของลูลาได้รับการแสดงความยินดีจากผู้นำหลายประเทศ
คลอเดีย เชนบอม ประธานาธิบดีเม็กซิโก ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า ประชาธิปไตยจงเจริญ และประชาชนบราซิลคือผู้ชนะ
ด้านมาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา มองว่าชัยชนะครั้งนี้เป็นโอกาสในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างแคนาดากับบราซิล ทั้งด้านการค้า การปกป้องสิ่งแวดล้อม และการสร้างความมั่งคั่งให้กับประชาชนของทั้งสองประเทศ
ขณะที่มิเกล ดิอาซ-กาเนล ประธานาธิบดีคิวบา ยกย่องชัยชนะครั้งนี้ว่าเป็นประวัติศาสตร์ และสะท้อนความต่อเนื่องของแนวทางที่ให้ความสำคัญกับสันติภาพ อธิปไตย และความยุติธรรมทางสังคม
ส่วนเออร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป แสดงความยินดีกับลูลา พร้อมระบุว่า ประชาธิปไตยและพหุภาคีนิยมได้รับชัยชนะในบราซิล และยืนยันว่า ยุโรปพร้อมทำงานร่วมกับบราซิลต่อไป ทั้งด้านการค้าเสรี ระเบียบระหว่างประเทศบนพื้นฐานของกติกา และการรับมือกับปัญหาสภาพภูมิอากาศ
อย่างไรก็ตาม ปฏิกิริยาจากสหรัฐฯ ไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด โดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ บุตรชายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วิจารณ์ผลเลือกตั้ง โดยตั้งข้อสงสัยต่อการขยายเวลาลงคะแนนอีก 2 ชั่วโมง
ฟลาวิโอเองประกาศไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง และเตรียมดำเนินการทางกฎหมายเพื่อขอให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ โดยอ้างถึงคำสั่งขยายเวลาลงคะแนนดังกล่าว
แต่ข้อกล่าวอ้างของฝ่ายผู้แพ้ต้องแยกออกจากข้อเท็จจริงเรื่องผลคะแนน คณะกรรมการการเลือกตั้งสูงสุดของบราซิลประกาศผลอย่างเป็นทางการว่าลูลาเป็นผู้ชนะ ขณะที่การขยายเวลาลงคะแนนเป็นมาตรการที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการเดินทางของผู้มีสิทธิเลือกตั้งและสภาพอากาศ ไม่ใช่หลักฐานโดยตัวมันเองว่าผลการเลือกตั้งผิดปกติ
BRICS จีน และสหรัฐฯ บราซิลจะเดินต่ออย่างไร
ชัยชนะของลูลาไม่ได้มีความหมายเฉพาะการเมืองภายในประเทศ แต่ยังส่งผลต่อทิศทางนโยบายต่างประเทศของบราซิล ซึ่งเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในลาตินอเมริกาและมีบทบาทสำคัญในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา
รศ.ดร.เชาวฤทธิ์มองว่า บราซิลภายใต้ลูลามีแนวโน้มเดินหน้าความร่วมมือในกลุ่ม BRICS ต่อไป รวมถึงรักษาความสัมพันธ์กับจีน ซึ่งเป็นตลาดส่งออกสำคัญของบราซิล โดยเฉพาะสินค้าเกษตรอย่างถั่วเหลือง
แนวทางนี้สอดคล้องกับการที่ลูลาให้ความสำคัญกับความร่วมมือกับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา หรือ Global South ตลอดจนการรักษาพื้นที่ในการกำหนดนโยบายของบราซิลเอง
ส่วนความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ยังเป็นโจทย์ที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะในช่วงรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมีความตึงเครียดกับลูลาในประเด็นการค้าและทิศทางการเมืองของบราซิล
ในมุมของ รศ.ดร.เชาวฤทธิ์ ยังไม่อาจคาดการณ์ได้ชัดเจนว่าความสัมพันธ์ระหว่างบราซิลกับสหรัฐฯ จะพัฒนาไปในทิศทางใดในระยะยาว หากในอนาคตพรรคเดโมแครตกลับมาเป็นรัฐบาล ก็อาจมีโอกาสที่ความสัมพันธ์จะปรับตัวดีขึ้น แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับนโยบายและเงื่อนไขทางการเมืองในเวลานั้น
โจทย์ของลูลาจึงไม่ใช่การเลือกระหว่างสหรัฐฯ กับจีน แต่คือการรักษาความสัมพันธ์กับทั้งสองฝ่าย โดยไม่ให้การแข่งขันระหว่างมหาอำนาจจำกัดทางเลือกของบราซิลมากเกินไป
ซ้ายยังไปต่อ แต่ต้องพิสูจน์ด้วยผลงาน
ชัยชนะของลูลาเป็นหลักฐานว่า กระแสฝ่ายขวาที่เติบโตขึ้นในหลายประเทศไม่ได้หมายความว่าฝ่ายซ้ายจะหมดพื้นที่ทางการเมืองโดยอัตโนมัติ เพราะการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งยังขึ้นอยู่กับปัญหาเฉพาะหน้าของแต่ละประเทศ ตั้งแต่ค่าครองชีพ ความปลอดภัย ไปจนถึงความกังวลต่อทิศทางนโยบายสังคมและสิ่งแวดล้อม
แต่ในอีกด้านหนึ่ง ผลเลือกตั้งที่สูสีสะท้อนว่าบราซิลยังเป็นสังคมที่แบ่งขั้วอย่างชัดเจน และชัยชนะของลูลาไม่ได้ทำให้ฐานสนับสนุนของฝ่ายขวาหายไป
ในสมัยที่ 4 ลูลาจึงต้องเผชิญโจทย์สองด้านพร้อมกัน คือการสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนเห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ในประเทศ และการรักษาสมดุลทางการทูตในโลกที่การแข่งขันระหว่างมหาอำนาจยังเข้มข้น
ท้ายที่สุด ชัยชนะของฝ่ายซ้ายในบราซิลอาจไม่ได้หมายความว่าโลกกำลังหันกลับมาทางซ้าย แต่สะท้อนว่า ท่ามกลางกระแสการเมืองที่เปลี่ยนแปลง ไม่มีฝ่ายใดสามารถครองความเชื่อมั่นของประชาชนได้ตลอดไป หากไม่สามารถตอบโจทย์ชีวิตของพวกเขาได้จริง
- ผู้อยู่เบื้องหลังชัยชนะของ "ลูลา" พลิกล็อกชนะเลือกตั้งบราซิลรอบ 2
- ช่วยลูกเรืออิหร่าน นอกชายฝั่งศรีลังกา ประสบเหตุฉุกเฉินไม่ทราบสาเหตุ
- ปิดฉาก IMF–World Bank 2026 ขอบคุณไทยเจ้าภาพ นัดถกต่อวอชิงตัน เม.ย. 2027
- จาก IMF-World Bank ถึง "ไทย-ออสเตรเลีย" เมื่อการค้าเสรีถูกท้าทาย
- ผู้นำอังกฤษเผย รัสเซีย แทรกแซงโหวตเบร็กซิต ออกคำเตือนฝรั่งเศส-เยอรมนี
ที่มาข้อมูล : https://edition.cnn.com/2026/10/25/americas/brazil-election-lula-bolsonaro-intl-latam TNN
ที่มารูปภาพ : Getty Images
