สหรัฐฯ เปิดเจรจาโดยตรงกับเมียนมา ส่งผู้แทนพบ "มิน อ่อง ไลง์" ครั้งแรก

รัฐบาลประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มการเจรจาโดยตรงกับรัฐบาลเมียนมาที่นำโดยประธานาธิบดีมิน อ่อง ไลง์ ถือเป็นความพยายามล่าสุดที่พลิกฟื้นความสัมพันธ์หลังจากสหรัฐฯ โดดเดี่ยวเมียนมาจากเหตุรัฐประหารในปี 2021
รอยเตอร์ส รายงานว่า ไมเคิล แวนซ์ ผู้ช่วยประจำรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวกรองและการวิจัย ได้เดินทางเยือนเมียนมาและได้หารือร่วมกับมิน อ่อง ไลง์ ที่กรุงเนปิดอว์ เมื่อวันที่ 15-16 กันยายน ที่ผ่านมา แหล่งข่าวสี่รายระบุว่าการประชุมครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเจรจาปล่อยตัวนายอดัม คาสติลโล นักธุรกิจชาวอเมริกันแต่ยังเปิดโอกาสให้มีการหารือในด้านอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย
ขณะที่ ผู้ช่วยประจำรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า ความร่วมมือจากเมียนมาในการปิดศูนย์สแกมเมอร์ที่หลอกหลวงชาวอเมริกันอาจนำไปสู่ความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯ และเมียนมา ในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวอาจรวมไปถึงเรื่องการเข้าถึง “แร่หายาก” หรือ rare-earth ของเมียนมาด้วย แต่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยอมรับว่ามีอุปสรรคอยู่หลายประการเพราะแหล่งแร่หายากส่วนใหญ่อยู่ในดินแดนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังชาติพันธุ์ที่ต่อสู้กับรัฐบาลทหารของเมียนมา ขณะที่จีนซึ่งปัจจุบันเป็นผู้นำเข้าหลักอาจมองว่าบทบาทใดๆ ของสหรัฐฯ ต่อเมียนมาป็นความท้าทายที่เกิดขึ้น
การประชุมระหว่างผู้แทนสหรัฐฯ และ มิน อ่อง ไลง์ ที่ผ่านมาล่าสุดนี้เป็นการหารือในระดับสูงสุดครั้งแรกระหว่างทั้ง 2 ประเทศ นับตั้งแต่เกิดการรัฐประหารในเมียนมา สะท้อนถึงแนวโน้มนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลปรธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เปิดกว้างขึ้นและหันเหจากการส่งเสริมประชาธิปไตยไปสู่การมีส่วนร่วมแบบแลกเปลี่ยนผลประโยชน์แทน
อย่างไรก็ตาม หลังจากการเยือนเมียนมาของผู้แทนพิเศษสหรัฐฯ มีรายงานจากเจ้าหน้าที่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ว่ากองทัพเมียนมาได้เปิดการโจมตีทางอากาศในตลาดที่มีผู้คนหนาแน่นในรัฐยะไข่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 50 คน และบาดเจ็บอีกหลายสิบคน
ในประเด็นนี้กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า ได้มีการหารือกับกลุ่มชาติพันธุ์ทุกกลุ่มในเมียนมาและเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการยุติความรุนแรงและปล่อยตัวนักโทษทางการเมือง โดยที่ผู้แทนพิเศษสหรัฐฯ ยังได้พบปะกับบุคคลจากทุกฝ่ายในความขัดแย้งที่ซับซ้อนของเมียนมาและมีส่วนช่วยกำหนดนโยบายของรัฐบาลทรัมป์ที่มีต่อเมียนมาด้วย
สรุปข่าว
รัฐบาลประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มการเจรจาโดยตรงกับรัฐบาลเมียนมาที่นำโดยประธานาธิบดีมิน อ่อง ไลง์ ถือเป็นความพยายามล่าสุดที่พลิกฟื้นความสัมพันธ์หลังจากสหรัฐฯ โดดเดี่ยวเมียนมาจากเหตุรัฐประหารในปี 2021
รอยเตอร์ส รายงานว่า ไมเคิล แวนซ์ ผู้ช่วยประจำรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวกรองและการวิจัย ได้เดินทางเยือนเมียนมาและได้หารือร่วมกับมิน อ่อง ไลง์ ที่กรุงเนปิดอว์ เมื่อวันที่ 15-16 กันยายน ที่ผ่านมา แหล่งข่าวสี่รายระบุว่าการประชุมครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเจรจาปล่อยตัวนายอดัม คาสติลโล นักธุรกิจชาวอเมริกันแต่ยังเปิดโอกาสให้มีการหารือในด้านอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย
ขณะที่ ผู้ช่วยประจำรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า ความร่วมมือจากเมียนมาในการปิดศูนย์สแกมเมอร์ที่หลอกหลวงชาวอเมริกันอาจนำไปสู่ความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯ และเมียนมา ในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวอาจรวมไปถึงเรื่องการเข้าถึง “แร่หายาก” หรือ rare-earth ของเมียนมาด้วย แต่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยอมรับว่ามีอุปสรรคอยู่หลายประการเพราะแหล่งแร่หายากส่วนใหญ่อยู่ในดินแดนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังชาติพันธุ์ที่ต่อสู้กับรัฐบาลทหารของเมียนมา ขณะที่จีนซึ่งปัจจุบันเป็นผู้นำเข้าหลักอาจมองว่าบทบาทใดๆ ของสหรัฐฯ ต่อเมียนมาป็นความท้าทายที่เกิดขึ้น
การประชุมระหว่างผู้แทนสหรัฐฯ และ มิน อ่อง ไลง์ ที่ผ่านมาล่าสุดนี้เป็นการหารือในระดับสูงสุดครั้งแรกระหว่างทั้ง 2 ประเทศ นับตั้งแต่เกิดการรัฐประหารในเมียนมา สะท้อนถึงแนวโน้มนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลปรธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เปิดกว้างขึ้นและหันเหจากการส่งเสริมประชาธิปไตยไปสู่การมีส่วนร่วมแบบแลกเปลี่ยนผลประโยชน์แทน
อย่างไรก็ตาม หลังจากการเยือนเมียนมาของผู้แทนพิเศษสหรัฐฯ มีรายงานจากเจ้าหน้าที่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ว่ากองทัพเมียนมาได้เปิดการโจมตีทางอากาศในตลาดที่มีผู้คนหนาแน่นในรัฐยะไข่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 50 คน และบาดเจ็บอีกหลายสิบคน
ในประเด็นนี้กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า ได้มีการหารือกับกลุ่มชาติพันธุ์ทุกกลุ่มในเมียนมาและเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการยุติความรุนแรงและปล่อยตัวนักโทษทางการเมือง โดยที่ผู้แทนพิเศษสหรัฐฯ ยังได้พบปะกับบุคคลจากทุกฝ่ายในความขัดแย้งที่ซับซ้อนของเมียนมาและมีส่วนช่วยกำหนดนโยบายของรัฐบาลทรัมป์ที่มีต่อเมียนมาด้วย
- ชาวเมียนมาถึงบ้านเกิดถูกส่งกลับจากมาเลเซีย แม้ UN เตือนไม่ปลอดภัย
- สะเทือนโลกถึงไทย? "ทรัมป์" จ่อระงับส่งออกน้ำมันดีเซล หลังราคาในประเทศพุ่งกระฉูด
- ผู้นำเกาหลีใต้เรียกร้องเกาหลีเหนือฟื้นความเชื่อใจ ประกาศสร้างเรือดำน้ำนิวเคลียร์ปี 2030
- จีนให้มากกว่าแพนด้า! สรุป “ทรัมป์-สี” พบหน้ากันล่าสุด ตกลงอะไรกันบ้าง?
- "ทรัมป์" เมินคำเตือนภัย AI เดินหน้าแข่งจีนต่อ!
