นักบินผู้ช่วย Flydubai ใช้ขวานฉุกเฉินโจมตี หวังยึดเครื่องบิน

Share on Line Share on Facebook Share on X
นักบินผู้ช่วย Flydubai ใช้ขวานฉุกเฉินโจมตี หวังยึดเครื่องบิน

อัยการสูงสุดสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เปิดเผยว่า นักบินผู้ช่วยของสายการบินฟลายดูไบ ซึ่งพยายามเข้าควบคุมเครื่องบินที่กำลังเดินทางไปยังอิสราเอล ใช้ ขวานสำหรับเหตุฉุกเฉินบนเครื่องบิน ทำร้ายนักบิน


เครื่องบินเที่ยวบินจากนครดูไบไปยังกรุงเทลอาวีฟของอิสราเอล มีผู้โดยสารและลูกเรือมากกว่า 170 คน โดยหลังเดินทางได้ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง เครื่องบินดิ่งลงอย่างรวดเร็วราว 17,000 ฟุต หรือประมาณ 5,200 เมตร ก่อนที่ผู้โดยสารจะสามารถเข้าควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ และช่วยกันควบคุมสถานการณ์บนเครื่องบินไว้ได้

กัปตัน สมิต มัคชาร์ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเขาได้รับบาดเจ็บและนอนอยู่บนพื้นเครื่องบิน ก่อนจะรู้ว่าเครื่องบินกำลังลดระดับอย่างรวดเร็ว จึงตัดสินใจพยายามเปิดประตูห้องนักบินจากด้านในเป็นครั้งสุดท้าย โดยเขากล่าวว่า “ผมบอกตัวเองว่า ต้องพยายามอีกครั้งเพื่อเปิดประตูจากด้านใน” ทำให้ผู้โดยสารสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้

จากนั้น นักบินสำรอง 2 คนเข้าควบคุมเครื่องบิน และสามารถนำเครื่องลงจอดได้อย่างปลอดภัยในซาอุดีอาระเบีย

โดยทั่วไป ขวานสำหรับเหตุฉุกเฉิน จะถูกเก็บไว้ภายในห้องนักบิน เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน อย่างไรก็ตาม อาวุธที่ใช้ก่อเหตุถือเป็นประเด็นสำคัญสำหรับการสอบสวน เนื่องจากเส้นทางบินดังกล่าวมีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยรายงานเบื้องต้นจากผู้โดยสารระบุว่า อาวุธที่ใช้ก่อเหตุอาจเป็นมีด

อัยการสูงสุดของยูเออีเปิดเผยผ่านสื่อของทางการว่า การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ เพื่อหาข้อเท็จจริงทั้งหมด รวมถึงแรงจูงใจและเบื้องหลังของเหตุการณ์

สรุปข่าว

อัยการสูงสุดสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เปิดเผยว่า นักบินผู้ช่วยของสายการบินฟลายดูไบ ซึ่งพยายามเข้าควบคุมเครื่องบินที่กำลังเดินทางไปยังอิสราเอล ใช้ ขวานสำหรับเหตุฉุกเฉินบนเครื่องบิน ทำร้ายนักบิน เครื่องบินเที่ยวบินจากนครดูไบไปยังกรุงเทลอาวีฟของอิสราเอล มีผู้โดยสารและลูกเรือมากกว่า 170 คน โดยหลังเดินทางได้ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง เครื่องบินดิ่งลงอย่างรวดเร็วราว 17,000 ฟุต หรือประมาณ 5,200 เมตร ก่อนที่ผู้โดยสารจะสามารถเข้าควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ และช่วยกันควบคุมสถานการณ์บนเครื่องบินไว้ได้

อัยการสูงสุดสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เปิดเผยว่า นักบินผู้ช่วยของสายการบินฟลายดูไบ ซึ่งพยายามเข้าควบคุมเครื่องบินที่กำลังเดินทางไปยังอิสราเอล ใช้ ขวานสำหรับเหตุฉุกเฉินบนเครื่องบิน ทำร้ายนักบิน


เครื่องบินเที่ยวบินจากนครดูไบไปยังกรุงเทลอาวีฟของอิสราเอล มีผู้โดยสารและลูกเรือมากกว่า 170 คน โดยหลังเดินทางได้ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง เครื่องบินดิ่งลงอย่างรวดเร็วราว 17,000 ฟุต หรือประมาณ 5,200 เมตร ก่อนที่ผู้โดยสารจะสามารถเข้าควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ และช่วยกันควบคุมสถานการณ์บนเครื่องบินไว้ได้

กัปตัน สมิต มัคชาร์ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเขาได้รับบาดเจ็บและนอนอยู่บนพื้นเครื่องบิน ก่อนจะรู้ว่าเครื่องบินกำลังลดระดับอย่างรวดเร็ว จึงตัดสินใจพยายามเปิดประตูห้องนักบินจากด้านในเป็นครั้งสุดท้าย โดยเขากล่าวว่า “ผมบอกตัวเองว่า ต้องพยายามอีกครั้งเพื่อเปิดประตูจากด้านใน” ทำให้ผู้โดยสารสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้

จากนั้น นักบินสำรอง 2 คนเข้าควบคุมเครื่องบิน และสามารถนำเครื่องลงจอดได้อย่างปลอดภัยในซาอุดีอาระเบีย

โดยทั่วไป ขวานสำหรับเหตุฉุกเฉิน จะถูกเก็บไว้ภายในห้องนักบิน เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน อย่างไรก็ตาม อาวุธที่ใช้ก่อเหตุถือเป็นประเด็นสำคัญสำหรับการสอบสวน เนื่องจากเส้นทางบินดังกล่าวมีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยรายงานเบื้องต้นจากผู้โดยสารระบุว่า อาวุธที่ใช้ก่อเหตุอาจเป็นมีด

อัยการสูงสุดของยูเออีเปิดเผยผ่านสื่อของทางการว่า การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ เพื่อหาข้อเท็จจริงทั้งหมด รวมถึงแรงจูงใจและเบื้องหลังของเหตุการณ์

ด้านนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ระบุว่า นักบินผู้ช่วยที่ก่อเหตุเป็นชาวโอมาน


สื่อหลายแห่ง รวมถึงรอยเตอร์ CNN และเดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ รายงานว่า นักบินผู้ช่วยรายนี้คือ ฮามัม อัล-ฮัมมามี แต่ยังไม่มีการยืนยันชื่ออย่างเป็นทางการ

สื่อสหรัฐฯ รายงานว่า ขณะทำงานให้กับสายการบินโอมานแอร์ ก่อนหน้านี้ อัล-ฮัมมามีถูกนำออกจากหลักสูตรฝึกอบรมนักบิน เนื่องจากมีข้อกังวลเกี่ยวกับแนวคิดสุดโต่งของเขา และถูกย้ายไปทำหน้าที่อื่นในสายการบินแห่งชาติของโอมาน

มหาวิทยาลัยบักกิงแฮมเชียร์ นิว ยูนิเวอร์ซิตี ในสหราชอาณาจักร ระบุว่า เขาเรียนหลักสูตรทางไกลเป็นเวลา 3 ปี และสำเร็จการศึกษาด้านการจัดการการบินในปี 2023 โดยมหาวิทยาลัยยืนยันว่า เขาไม่ได้เข้ารับการฝึกบินที่สถาบันแห่งนี้

เนทันยาฮูให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์ว่า หลังผู้ก่อเหตุถูกควบคุมตัวบนเครื่องบิน เขาตะโกนใส่ลูกเรือว่า “ฆ่าผม ฆ่าผม”

นายกรัฐมนตรีอิสราเอลระบุว่า พฤติการณ์ดังกล่าวทำให้มีความเป็นไปได้ว่า ผู้ก่อเหตุมีเจตนาฆ่าตัวตาย และอาจมีแผนทำให้เครื่องบินตก พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ก่อเหตุ “ผ่านกระบวนการปลูกฝังแนวคิดสุดโต่งแบบอิสลามิสต์” อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีอิสราเอล ขณะที่การสอบสวนอย่างเป็นทางการยังดำเนินอยู่

ด้าน ฮามัด ซาอีฟ อัล ชัมซี อัยการสูงสุดของยูเออี ระบุว่า ผลการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า นักบินผู้ช่วยพยายามก่อ “การกระทำที่เข้าข่ายการก่อการร้าย” ตามรายงานของสำนักข่าวทางการยูเออี


อัยการสูงสุดยังระบุว่า เจ้าหน้าที่ยังคงสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ แรงจูงใจ ตลอดจนความเชื่อมโยงใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว

ที่มาข้อมูล : https://www.bbc.com/news/articles/c61wv7lgex13o

ที่มารูปภาพ : Reuters