กลุ่มฮูตีเป็นใคร? จากกองกำลังเล็ก ๆ สู่ภัยคุกคามระดับภูมิภาค

หากเราติดตามข่าวต่างประเทศในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เราคงได้เห็นชื่อกลุ่มฮูตี ที่กำลังเป็นข่าวใหญ่ในทุก ๆ วัน จากการสู้รบกับกองกำลังของรัฐบาลเยเมน และซาอุดีอาระเบีย ซึ่งกลุ่มฮูตีได้ทำการโจมตีเป้าหมายที่สำคัญหลายจุดในเยเมนและซาอุดีอาระเบีย และยังเข้าควบคุมช่องแคบบับเอลมันเดบ ริมฝั่งทะเลแดง ซึ่งเป็นเส้นทางการขนส่งน้ำมันที่มีความสำคัญของโลก ทำให้กลุ่มฮูตีกลายเป็นเป็นความท้าทายใหญ่ในภูมิภาค
หลายคนมีคำถามว่า แล้วกลุ่มฮูตีเป็นใคร มาจากไหน พวกเขามีเงินทุนในการจัดหาอาวุธมารู้รบได้อย่างไร และเป้าหมายของพวกเขาคืออะไร?
กลุ่มฮูตีมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “อันซาร์ อัลลาห์” ซึ่งแปลว่า พลพรรคของพระเจ้า ก่อตั้งขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 1990 ซึ่งชื่อกลุ่มฮูตี เป็นชื่อที่เรียกกันตามชื่อของผู้ก่อตั้งที่เสียชีวิตไปแล้ว บัดเดริน อัล ฮูตี และลูกชายที่มีชื่อว่า ฮุสเซน อัล ฮูตี
ในตอนแรก กลุ่มฮูตีเป็นแค่กองกำลังเล็ก ๆ ที่อยู่ตามหุบเขา เป้าหมายหลักในช่วงแรกของการก่อตั้ง คือการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันของรัฐบาลเยเมนในขณะนั้น โดยสมาชิกของกลุ่มฮูตี คือชาวมุสลิม นิกายซัยดียะห์ เป็นชนกลุ่มน้อยของศาสนาอิสลาม นิกายชีอะห์ อีกทีหนึ่งในประเทศเยเมน ซึ่งคนส่วนใหญ่เป็นนับถือศาสนาอิสลาม นิกายสุหนี่ พวกเขาพยายามปกป้องอัตลักษน์ของตัวเองจากการกดขี่ของรัฐบาลเยเมน และการขยายอิทธิพลของศาสนาอิสลาม นิกายสุหนี่ สายวาฮาบีย์ จากซาอุดีอาระเบีย
เมื่อเกิดกระแสต่อต้านรัฐบาลเยเมน ภายใต้การนำของประธานาธิบดี อาลี อับดุลลาห์ ซาเลห์ มากขึ้น ทำให้มีคนสนับสนุนกลุ่มฮูตีเพิ่ม รัฐบาลเยเมนจึงหันมาปราบปรามกลุ่มฮูตีอย่างจริงจัง และได้สังหาร ฮุสเซน อัล ฮูตี ในเดือนกันยายน ปี 2004 แต่กลับกลายเป็นยิ่งสร้างกระแสความไม่พอใจ ทำให้ผู้คนสนับสนุนกลุ่มฮูตีมากขึ้นไปอีก และทำให้กลุ่มฮูตีเดินหน้าบุกยึดพื้นที่ในเยเมนเพิ่ม และพยายามโค่นล้มการปกครองของประธานาธิบดีซาเลห์ ซึ่งกลุ่มฮูตีได้ทำสงครามต่อต้านรัฐบาลถึง 6 ครั้ง และสามารถบุกยึดกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมนได้ในปี 2014
ซาอุดีอาระเบียเข้ามาช่วยรัฐบาลเยเมนในการต่อสู้กับกลุ่มฮูตี ในปี 2015 ซึ่งกลายเป็นสงครามที่ยืดเยื้อและคร่าชีวิตผู้คนนับแสนคน จนมีการทำข้อตกลงสงบศึกกันในปี 2022

แม้ว่ากลุ่มฮูตีจะสามารถควบคุมพื้นที่ภาคตะวันตกและภาคเหนือของเยเมนได้อย่างเหนียวแน่น แต่ก็ไม่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ ทำให้พวกเขาถถูกเรียกว่าเป็นกลุ่มกบฏ เพราะพยายามล้มล้างรัฐบาลเยเมนที่ต่างชาติให้การรับรอง โดยข้อมูลของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เคยประเมินไว้ว่ากลุ่มฮูตีมีกองกำลังประมาณ 350,000 นาย ที่ได้รับการฝึกมาอย่างดี และมีความเชี่ยวชาญเรื่องการรบในพื้นที่ กลุ่มฮูตียึดครองพื้นที่ประมาณ 1 ใน 3 ของเยเมน ที่มีประชากรรวมกันประมาณ 70-80% ของทั้งประเทศ
สรุปข่าว
หากเราติดตามข่าวต่างประเทศในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เราคงได้เห็นชื่อกลุ่มฮูตี ที่กำลังเป็นข่าวใหญ่ในทุก ๆ วัน จากการสู้รบกับกองกำลังของรัฐบาลเยเมน และซาอุดีอาระเบีย ซึ่งกลุ่มฮูตีได้ทำการโจมตีเป้าหมายที่สำคัญหลายจุดในเยเมนและซาอุดีอาระเบีย และยังเข้าควบคุมช่องแคบบับเอลมันเดบ ริมฝั่งทะเลแดง ซึ่งเป็นเส้นทางการขนส่งน้ำมันที่มีความสำคัญของโลก ทำให้กลุ่มฮูตีกลายเป็นเป็นความท้าทายใหญ่ในภูมิภาค
หลายคนมีคำถามว่า แล้วกลุ่มฮูตีเป็นใคร มาจากไหน พวกเขามีเงินทุนในการจัดหาอาวุธมารู้รบได้อย่างไร และเป้าหมายของพวกเขาคืออะไร?
กลุ่มฮูตีมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “อันซาร์ อัลลาห์” ซึ่งแปลว่า พลพรรคของพระเจ้า ก่อตั้งขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 1990 ซึ่งชื่อกลุ่มฮูตี เป็นชื่อที่เรียกกันตามชื่อของผู้ก่อตั้งที่เสียชีวิตไปแล้ว บัดเดริน อัล ฮูตี และลูกชายที่มีชื่อว่า ฮุสเซน อัล ฮูตี
ในตอนแรก กลุ่มฮูตีเป็นแค่กองกำลังเล็ก ๆ ที่อยู่ตามหุบเขา เป้าหมายหลักในช่วงแรกของการก่อตั้ง คือการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันของรัฐบาลเยเมนในขณะนั้น โดยสมาชิกของกลุ่มฮูตี คือชาวมุสลิม นิกายซัยดียะห์ เป็นชนกลุ่มน้อยของศาสนาอิสลาม นิกายชีอะห์ อีกทีหนึ่งในประเทศเยเมน ซึ่งคนส่วนใหญ่เป็นนับถือศาสนาอิสลาม นิกายสุหนี่ พวกเขาพยายามปกป้องอัตลักษน์ของตัวเองจากการกดขี่ของรัฐบาลเยเมน และการขยายอิทธิพลของศาสนาอิสลาม นิกายสุหนี่ สายวาฮาบีย์ จากซาอุดีอาระเบีย
เมื่อเกิดกระแสต่อต้านรัฐบาลเยเมน ภายใต้การนำของประธานาธิบดี อาลี อับดุลลาห์ ซาเลห์ มากขึ้น ทำให้มีคนสนับสนุนกลุ่มฮูตีเพิ่ม รัฐบาลเยเมนจึงหันมาปราบปรามกลุ่มฮูตีอย่างจริงจัง และได้สังหาร ฮุสเซน อัล ฮูตี ในเดือนกันยายน ปี 2004 แต่กลับกลายเป็นยิ่งสร้างกระแสความไม่พอใจ ทำให้ผู้คนสนับสนุนกลุ่มฮูตีมากขึ้นไปอีก และทำให้กลุ่มฮูตีเดินหน้าบุกยึดพื้นที่ในเยเมนเพิ่ม และพยายามโค่นล้มการปกครองของประธานาธิบดีซาเลห์ ซึ่งกลุ่มฮูตีได้ทำสงครามต่อต้านรัฐบาลถึง 6 ครั้ง และสามารถบุกยึดกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมนได้ในปี 2014
ซาอุดีอาระเบียเข้ามาช่วยรัฐบาลเยเมนในการต่อสู้กับกลุ่มฮูตี ในปี 2015 ซึ่งกลายเป็นสงครามที่ยืดเยื้อและคร่าชีวิตผู้คนนับแสนคน จนมีการทำข้อตกลงสงบศึกกันในปี 2022

แม้ว่ากลุ่มฮูตีจะสามารถควบคุมพื้นที่ภาคตะวันตกและภาคเหนือของเยเมนได้อย่างเหนียวแน่น แต่ก็ไม่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ ทำให้พวกเขาถถูกเรียกว่าเป็นกลุ่มกบฏ เพราะพยายามล้มล้างรัฐบาลเยเมนที่ต่างชาติให้การรับรอง โดยข้อมูลของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เคยประเมินไว้ว่ากลุ่มฮูตีมีกองกำลังประมาณ 350,000 นาย ที่ได้รับการฝึกมาอย่างดี และมีความเชี่ยวชาญเรื่องการรบในพื้นที่ กลุ่มฮูตียึดครองพื้นที่ประมาณ 1 ใน 3 ของเยเมน ที่มีประชากรรวมกันประมาณ 70-80% ของทั้งประเทศ
กลุ่มฮูตีเติบโตขึ้นจากกองกำลังเล็ก ๆ ระดับท้องถิ่น จนกลายเป็นกองกำลังระดับภูมิภาค ผ่านการสนับสนุนของอิหร่าน และกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ด้วยการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแกนแห่งการต่อต้าน (Axis of Resistance) ที่มีอิหร่านเป็นแกนนำ ซึ่งสนับสนุนเรื่องอาวุธและการฝึกทหาร ส่วนเรื่องเงินทุน กลุ่มฮูตีมีรายได้จากการค้าน้ำมัน และการจัดเก็บภาษีธุรกิจการค้าในพื้นที่ที่ตัวเองยึดครองอย่างเป็นระบบ
ผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติเปิดเผยรายงานว่า กลุ่มฮูตีมีความสามารถในการผลิตอาวุธได้เอง ซึ่งรวมถึงโดรนและขีปนาวุธ ที่มีการลักลอบนำเข้าชิ้นส่วนการผลิตทั้งจากทางบกและทางทะเล แต่กลุ่มฮูตีก็ต้องพึ่งพาการสนับสนุนเรื่องอาวุธและผู้เชี่ยวชาญจากอิหร่านด้วย ส่วนกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ก็มีบทบาทอย่างมากในการช่วยฝึกทหารและวิธีการรบของกลุ่มฮูตี และช่วยปรับโครงสร้างกองกำลังให้มีประสิทธิภาพ จากที่เคยเป็นกลุ่มนักรบแบบกองโจร ให้เป็นกองกำลังที่มียุทธศาสตร์การรบและการออกคำสั่งที่เป็นระบบ
ผู้ของกลุ่มฮูตีในขณะนี้ คือ อับดุล มาลิค อัล ฮูตี ซึ่งเป็นน้องชายของ ฮุสเซน อัล ฮูตี ที่ถูกสังหาร เป้าหมายของกลุ่มฮูตีในขณะนี้ คือยุติอิทธิพลของซาอุดีอาระเบีย เข้าควบคุมเยเมนทั้งประเทศ รวมถึงแหล่งน้ำมันของเยเมนทั้งหมดด้วย
- สงครามเยเมนเดือด ฮูตีเขย่าน่านฟ้าซาอุฯ เตือนไม่ปลอดภัย
- กองกำลังรัฐบาลเยเมนเข้าควบคุมช่องแคบ บับ อัล-มันเดบ ยึดเมืองท่าโมคา
- รัฐบาลเยเมนประกาศโจมตี ยึดพื้นที่คืนจากกลุ่มฮูตี
- วิกฤตการณ์ในเยเมน ซาอุฯ vs ฮูตีถล่มหนัก หวั่นสงครามกลางเมืองปะทุอีก
- เจ้าชายซาอุฯ ยืนยันสนับสนุนรัฐบาลเยเมนกำลังทำทุกทางลดความขัดแย้ง
ที่มาข้อมูล : CNN
ที่มารูปภาพ : Getty Images
