
วิกฤต โลกเดือด สร้างโอกาส! เครื่องปรับอากาศไทยส่งออกไปยุโรป โตสูงสุดในรอบ 7 เดือน สนค. ชี้ยุโรปขึ้นแท่นตลาดดาวรุ่ง ฝ่าความผันผวนการค้าโลก แนะผู้ประกอบการเจาะกลุ่มสินค้าสีเขียว รับมาตรฐานสิ่งแวดล้อม EU
สรุปข่าว
วิกฤต โลกเดือด สร้างโอกาส! เครื่องปรับอากาศไทยส่งออกไปยุโรป โตสูงสุดในรอบ 7 เดือน สนค. ชี้ยุโรปขึ้นแท่นตลาดดาวรุ่ง ฝ่าความผันผวนการค้าโลก แนะผู้ประกอบการเจาะกลุ่มสินค้าสีเขียว รับมาตรฐานสิ่งแวดล้อม EU
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เผยการส่งออกสินค้าเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบของไทยไปทวีปยุโรป เดือนพ.ค.69 ขยายตัวสูงถึง 40.7% สูงสุดในรอบ 7 เดือน รับอานิสงส์คลื่นความร้อนที่มาเร็วและรุนแรงเป็นประวัติการณ์ในยุโรป ขณะที่โครงสร้างตลาดยุโรป ซึ่งครัวเรือนมีเครื่องปรับอากาศเพียงราว 1 ใน 5 ยังเปิดพื้นที่การเติบโตระยะยาว พร้อมแนะผู้ประกอบการเจาะกลุ่มสินค้าประหยัดพลังงาน รับกฎระเบียบสีเขียวของยุโรป
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า การส่งออกเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบของไทย ไปทวีปยุโรปในเดือนพ.ค.69 มีมูลค่า 148.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 40.7% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยเร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจนจากเดือนเม.ย.69 ที่ขยายตัวร้อ 8.5% ถือเป็นอัตราการขยายตัวสูงสุดในรอบ 7 เดือน (นับตั้งแต่ ต.ค. 68)
โดยสินค้าส่งออกสำคัญ ที่ขยายตัวโดดเด่นในเดือนพ.ค. ได้แก่ เครื่องปรับอากาศแบบเปลี่ยนวงจรความเย็นหรือวงจรความร้อน (กลุ่มปั๊มความร้อน) ขยายตัว 70.6% ส่วนประกอบของเครื่องปรับอากาศ ขยายตัว 49.6% และแบบติดหน้าต่างหรือฝาผนัง ขยายตัว 21.6%
ผู้อำนวยการ สนค. กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญมาจากคลื่นความร้อน (Heat Wave) ที่รุนแรง และเกิดขึ้นเร็วกว่าปกติ โดยเฉพาะในยุโรปตะวันตกช่วงเดือนพ.ค.69 จากปรากฏการณ์โดมความร้อน (Heat Dome) ที่ปกคลุมพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยรายวันในหลายพื้นที่สูงกว่าค่าปกติมากกว่า 10 องศาเซลเซียส
โดยโปรตุเกส, สหราชอาณาจักร และไอร์แลนด์ ต่างบันทึกอุณหภูมิเดือนพ.ค. สูงสุดเท่าที่เคยตรวจวัด และฝรั่งเศส มีวันที่ร้อนที่สุดของเดือนพ.ค. เป็นประวัติการณ์ ขณะที่ยุโรปตะวันตก และตอนกลาง รวมถึงบางภูมิภาคของยุโรปตะวันออก ต่างประสบกับสภาพอากาศแห้งแล้งกว่าปกติ
สภาพอากาศที่ร้อนจัดผิดปกติเช่นนี้ ประกอบกับการคาดการณ์ล่วงหน้า ว่าฤดูร้อนปีนี้จะร้อนกว่าปกติ กระตุ้นให้ผู้นำเข้าและผู้ค้าปลีกยุโรปเร่งสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้า เพื่อรองรับอุปสงค์ในช่วงจุดสูงสุดของฤดูร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม) นายนันทพงษ์ ระบุ
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณารายประเทศ พบว่า ตลาดหลักในทวีปยุโรปส่วนใหญ่ ขยายตัวสอดคล้องกับสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นผิดปกติเกือบทั่วทั้งภูมิภาค โดยเยอรมนี เป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่ง มูลค่า 30.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวสูงถึง 89.6% ตามด้วยฝรั่งเศส (ขยายตัว 50.9%) สหราชอาณาจักร (58.2%) และสเปน (42.2%) นอกจากนี้ กลุ่มตลาดยุโรปเหนือ ขยายตัวในอัตราสูงต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี อาทิ ฟินแลนด์ (366.6%) และสวีเดน (177.3%) สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดที่มีอัตราการครอบครองเครื่องปรับอากาศต่ำเพียงประมาณ 20% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยครัวเรือนทั่วโลกที่ 37% ในปี 2565
นายนันทพงษ์ กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มระยะถัดไป ประเมินว่าอุปสงค์เครื่องปรับอากาศในยุโรป มีแนวโน้มยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่องในไตรมาสที่ 3 เนื่องจากยุโรปเผชิญคลื่นความร้อนระลอกใหม่ที่รุนแรงยิ่งขึ้นในช่วงปลายเดือนมิ.ย. โดยหลายประเทศยังคงทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุด ใกล้ระดับ 40 องศาเซลเซียส ประกอบกับการคาดการณ์ฤดูกาลขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ช่วงเดือนก.ค. ก.ย.69 ที่ชี้ว่าอุณหภูมิในทวีปยุโรปมีแนวโน้มสูงกว่าค่าปกติต่อเนื่อง โดยเฉพาะยุโรปใต้ และยุโรปกลาง จากภาวะเอลนีโญที่กำลังทวีกำลัง
ปัจจัยเหล่านี้ ส่งผลให้สินค้าคงคลังของผู้ค้าปลีกยุโรป ถูกระบายออกอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มสั่งซื้อเพื่อเติมสต็อกอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับสัญญาณจากผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศรายใหญ่ของเอเชีย ที่รายงานยอดขายในยุโรปเพิ่มขึ้น และคาดว่าอุปสงค์จะแข็งแกร่งตลอดฤดูกาล ผู้อำนวยการ สนค. กล่าว
นอกจากแรงหนุนในระยะสั้น ตลาดยุโรปยังมีปัจจัยเชิงโครงสร้างที่เอื้อต่อการเติบโตในระยะยาว โดยทวีปยุโรปเป็นทวีปที่อุณหภูมิเพิ่มขึ้นรวดเร็วที่สุดในโลก เพิ่มขึ้นประมาณ 0.53 องศาเซลเซียสต่อทศวรรษ นับตั้งแต่กลางปี ค.ศ. 1990 หรือมากกว่า 2 เท่าของค่าเฉลี่ยโลก ในขณะที่อัตราการครอบครองเครื่องปรับอากาศของครัวเรือนยังอยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับนโยบายของสหภาพยุโรปที่ส่งเสริมระบบปั๊มความร้อน (Heat Pump) ซึ่งใช้งานได้ทั้งฤดูร้อนและฤดูหนาว ทำให้เครื่องปรับอากาศในภูมิภาคยุโรปกำลังเปลี่ยนสถานะจาก สินค้าฟุ่มเฟือย เป็น สินค้าจำเป็น ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญของผู้ส่งออกไทยในการขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง
จากแนวโน้มดังกล่าว ผู้อำนวยการ สนค. มองว่า ทวีปยุโรปกำลัง ก้าวขึ้นเป็นตลาดที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้น และช่วยกระจายความเสี่ยงด้านการส่งออกของไทย ในภาวะที่การพึ่งพาตลาดหลักบางแห่งมีความไม่แน่นอนสูงขึ้น สะท้อนได้จากสัดส่วนของทวีปยุโรปต่อการส่งออกสินค้ากลุ่มนี้ ไปตลาดโลกที่ปรับเพิ่มขึ้นจาก 19.4% ในเดือนม.ค. เป็น 23.8% ในเดือนพ.ค.69 และสัดส่วนดังกล่าวสูงกว่าเดือนพ.ค.ของ 3 ปีก่อนหน้าอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของตลาดยุโรปมีเงื่อนไขเชิงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมกำกับอยู่ โดยเฉพาะเมื่อตลาดหลักในทวีปยุโรปส่วนใหญ่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งมีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด และมักเป็นบรรทัดฐานให้ประเทศอื่นในภูมิภาค ดังนั้น ผู้ประกอบการไทย จึงควรมุ่งพัฒนาสินค้ากลุ่มประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงและระบบ Heat Pump ที่สอดรับกับนโยบายด้านพลังงานและลดคาร์บอนของ EU
พร้อมติดตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะการทยอยจำกัดการใช้สารทำความเย็น ที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนสูง และควรยกระดับการแข่งขันจากด้านราคาสู่ด้านคุณภาพ ประสิทธิภาพพลังงาน และมาตรฐานสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มที่ยั่งยืนในตลาดที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น
อากาศร้อนจัดในยุโรป ไม่ใช่เหตุการณ์ชั่วคราว แต่กำลังกลายเป็นความปกติใหม่ของภูมิภาค ไทยในฐานะผู้ส่งออกเครื่องปรับอากาศรายใหญ่ ควรใช้จังหวะนี้ เร่งเจาะตลาดยุโรปที่ยังมีช่องว่างการเติบโตสูง พร้อมพัฒนาสินค้า และเครื่องปรับอากาศประหยัดพลังงานให้สอดรับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรป เพื่อเปลี่ยน โลกเดือด ให้เป็น โอกาสทอง ของอุตสาหกรรมไทยอย่างยั่งยืน นายนันทพงษ์ ระบุ
- ยิ่งร้อน...ยิ่งวุ่น! คลื่นความร้อนถล่มกรีซ น้ำแข็งขาดทั่วเมือง
- จับตาฟุตบอลโลกปี 2030 ส่อเผชิญคลื่นความร้อนครั้งใหญ่ อาจร้อนสุดในประวัติศาสตร์การแข่งขัน
- WHO แนะยุโรป เร่งรับมือคลื่นความร้อน เสียชีวิตเกือบ 10,000 ราย
- เร่งบรรลุ "FTA ไทย-EU" นายกฯ ถกนักธุรกิจยุโรป ดันไทยเข้า OECD ยกระดับเศรษฐกิจ
- คิดย้ายไปยุโรป? อาจต้องคิดใหม่ เมื่อความร้อนกลายเป็นภัยประจำปี
ที่มาข้อมูล : กระทรวงพาณิชย์
ที่มารูปภาพ : TNN
Content สายการเงินตัวจริง รอบด้าน ด้วยประสบการณ์แนะนำการลงทุนบล.ชั้นนำ รู้ลึกด้วย Certificate วางแผนการเงิน และวิเคราะห์การลงทุน
