ทำไมฮอลลีวูดเลือกไทย? เปิดเหตุผลที่กองถ่ายทั่วโลกแห่ปักหมุด สร้างเงินสะพัดกว่า 4 พันล้านบาท
ทำไมฮอลลีวูดเลือกไทย?
ทุกครั้งที่เราเห็นภาพยนตร์ฮอลลีวูดหรือซีรีส์ระดับโลก มีฉากที่ดูคุ้นตา ไม่ว่าจะเป็นทะเล ภูเขา วัด หรือถนนในประเทศไทย หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงเพราะเมืองไทยสวย แต่ความจริงแล้ว เบื้องหลังการตัดสินใจของกองถ่ายระดับโลกมีเหตุผลมากกว่านั้น
ล่าสุด ประเทศไทยกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า ไม่ได้เป็นเพียง "สถานที่ถ่ายทำ" แต่กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในฐานการผลิตภาพยนตร์ที่สำคัญของภูมิภาค หลังในช่วง ครึ่งปีแรกของปี 2569 มีกองถ่ายต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำแล้ว 302 เรื่อง สร้างเงินลงทุนหมุนเวียนในประเทศกว่า 4,025 ล้านบาท มากกว่าครึ่งของรายได้ตลอดทั้งปี 2568 ไปแล้ว
ตัวเลขนี้สะท้อนว่า ไทยยังเป็นหมุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก และหากแนวโน้มยังเป็นเช่นนี้ ปี 2569 อาจเป็นอีกปีที่ไทยทำสถิติรายได้จากกองถ่ายต่างประเทศสูงที่สุดครั้งหนึ่ง
ไม่ใช่แค่โลเคชันสวย แต่ครบทั้งคน ต้นทุน และบริการ
หลายคนอาจคิดว่ากองถ่ายเลือกไทยเพราะมีทะเลสวยหรือธรรมชาติที่หลากหลาย แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่ทำให้ไทยแข่งขันได้ คือความพร้อมในหลายด้าน
ประเทศไทยมีโลเคชันที่สามารถใช้แทนประเทศต่าง ๆ ได้หลากหลาย ทั้งเมืองสมัยใหม่ ชายหาด ป่า ภูเขา วัด และย่านเมืองเก่า ขณะเดียวกันยังมีทีมงานโปรดักชันที่มีประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับกองถ่ายระดับโลก ระบบบริการที่ครบวงจร และต้นทุนการผลิตที่ยังแข่งขันได้เมื่อเทียบกับหลายประเทศ
จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้ผลิตภาพยนตร์ระดับโลกยังคงเลือกประเทศไทยเป็นฐานการถ่ายทำอย่างต่อเนื่อง
สหรัฐฯ ยังลงทุนสูงสุด สะท้อนความเชื่อมั่นในไทย
ข้อมูลจากกองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศ กรมการท่องเที่ยว ระบุว่า ช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน 2569 มีการขออนุญาตถ่ายทำในไทยรวม 302 เรื่อง ครอบคลุมทั้งภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ เกมโชว์ เรียลลิตี้ โฆษณา และสารคดี
ประเภทที่สร้างรายได้สูงสุด ได้แก่
* ภาพยนตร์เรื่องยาว 21 เรื่อง มูลค่า 1,989 ล้านบาท
* เกมโชว์และเรียลลิตี้ 22 เรื่อง มูลค่า 811 ล้านบาท
* โฆษณา 152 เรื่อง มูลค่า 710 ล้านบาท
ขณะที่ประเทศที่สร้างเม็ดเงินลงทุนมากที่สุดคือ "สหรัฐอเมริกา" กว่า 1,543 ล้านบาท รองลงมาคือ ฮ่องกง ฟินแลนด์ เยอรมนี และสหราชอาณาจักร
การที่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลกยังเลือกประเทศไทย สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของไทย ทั้งด้านคุณภาพการผลิต บุคลากร และระบบสนับสนุน
Cash Rebate 30% อีกเหตุผลที่ทำให้ไทยได้เปรียบ
อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไทยแข่งขันกับประเทศอื่นได้ คือมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ของภาครัฐ
ปัจจุบันประเทศไทยปรับมาตรการ Thailand Film Incentive เพิ่มสิทธิประโยชน์ Cash Rebate สูงสุด 30% จากเดิม 25% เพื่อจูงใจให้กองถ่ายต่างชาติเข้ามาลงทุนมากขึ้น
มาตรการนี้สอดคล้องกับแนวโน้มของหลายประเทศที่ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและการคืนเงินลงทุน เพื่อดึงอุตสาหกรรมภาพยนตร์เข้ามาสร้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจ
สรุปข่าว
ทำไมฮอลลีวูดเลือกไทย? เปิดเหตุผลที่กองถ่ายทั่วโลกแห่ปักหมุด สร้างเงินสะพัดกว่า 4 พันล้านบาท
ทำไมฮอลลีวูดเลือกไทย?
ทุกครั้งที่เราเห็นภาพยนตร์ฮอลลีวูดหรือซีรีส์ระดับโลก มีฉากที่ดูคุ้นตา ไม่ว่าจะเป็นทะเล ภูเขา วัด หรือถนนในประเทศไทย หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงเพราะเมืองไทยสวย แต่ความจริงแล้ว เบื้องหลังการตัดสินใจของกองถ่ายระดับโลกมีเหตุผลมากกว่านั้น
ล่าสุด ประเทศไทยกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า ไม่ได้เป็นเพียง "สถานที่ถ่ายทำ" แต่กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในฐานการผลิตภาพยนตร์ที่สำคัญของภูมิภาค หลังในช่วง ครึ่งปีแรกของปี 2569 มีกองถ่ายต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำแล้ว 302 เรื่อง สร้างเงินลงทุนหมุนเวียนในประเทศกว่า 4,025 ล้านบาท มากกว่าครึ่งของรายได้ตลอดทั้งปี 2568 ไปแล้ว
ตัวเลขนี้สะท้อนว่า ไทยยังเป็นหมุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก และหากแนวโน้มยังเป็นเช่นนี้ ปี 2569 อาจเป็นอีกปีที่ไทยทำสถิติรายได้จากกองถ่ายต่างประเทศสูงที่สุดครั้งหนึ่ง
ไม่ใช่แค่โลเคชันสวย แต่ครบทั้งคน ต้นทุน และบริการ
หลายคนอาจคิดว่ากองถ่ายเลือกไทยเพราะมีทะเลสวยหรือธรรมชาติที่หลากหลาย แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่ทำให้ไทยแข่งขันได้ คือความพร้อมในหลายด้าน
ประเทศไทยมีโลเคชันที่สามารถใช้แทนประเทศต่าง ๆ ได้หลากหลาย ทั้งเมืองสมัยใหม่ ชายหาด ป่า ภูเขา วัด และย่านเมืองเก่า ขณะเดียวกันยังมีทีมงานโปรดักชันที่มีประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับกองถ่ายระดับโลก ระบบบริการที่ครบวงจร และต้นทุนการผลิตที่ยังแข่งขันได้เมื่อเทียบกับหลายประเทศ
จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้ผลิตภาพยนตร์ระดับโลกยังคงเลือกประเทศไทยเป็นฐานการถ่ายทำอย่างต่อเนื่อง
สหรัฐฯ ยังลงทุนสูงสุด สะท้อนความเชื่อมั่นในไทย
ข้อมูลจากกองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศ กรมการท่องเที่ยว ระบุว่า ช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน 2569 มีการขออนุญาตถ่ายทำในไทยรวม 302 เรื่อง ครอบคลุมทั้งภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ เกมโชว์ เรียลลิตี้ โฆษณา และสารคดี
ประเภทที่สร้างรายได้สูงสุด ได้แก่
* ภาพยนตร์เรื่องยาว 21 เรื่อง มูลค่า 1,989 ล้านบาท
* เกมโชว์และเรียลลิตี้ 22 เรื่อง มูลค่า 811 ล้านบาท
* โฆษณา 152 เรื่อง มูลค่า 710 ล้านบาท
ขณะที่ประเทศที่สร้างเม็ดเงินลงทุนมากที่สุดคือ "สหรัฐอเมริกา" กว่า 1,543 ล้านบาท รองลงมาคือ ฮ่องกง ฟินแลนด์ เยอรมนี และสหราชอาณาจักร
การที่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลกยังเลือกประเทศไทย สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของไทย ทั้งด้านคุณภาพการผลิต บุคลากร และระบบสนับสนุน
Cash Rebate 30% อีกเหตุผลที่ทำให้ไทยได้เปรียบ
อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไทยแข่งขันกับประเทศอื่นได้ คือมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ของภาครัฐ
ปัจจุบันประเทศไทยปรับมาตรการ Thailand Film Incentive เพิ่มสิทธิประโยชน์ Cash Rebate สูงสุด 30% จากเดิม 25% เพื่อจูงใจให้กองถ่ายต่างชาติเข้ามาลงทุนมากขึ้น
มาตรการนี้สอดคล้องกับแนวโน้มของหลายประเทศที่ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและการคืนเงินลงทุน เพื่อดึงอุตสาหกรรมภาพยนตร์เข้ามาสร้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจ
หนังหนึ่งเรื่อง สร้างรายได้ให้คนไทยทั้งระบบ
เม็ดเงินกว่า 4,025 ล้านบาท ไม่ได้ตกอยู่กับผู้สร้างภาพยนตร์เพียงไม่กี่ราย แต่หมุนเวียนไปยังคนไทยในหลากหลายอาชีพ
ตั้งแต่โรงแรม ร้านอาหาร รถเช่า บริษัทขนส่ง ผู้ให้บริการอุปกรณ์ถ่ายทำ ช่างไฟ ช่างเสียง ช่างแต่งหน้า ทีมสตันต์ นักแสดงประกอบ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ไปจนถึงผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำ
UNESCO ยังระบุว่า อุตสาหกรรมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นหนึ่งในภาคเศรษฐกิจที่สร้างการจ้างงานสูง และเชื่อมโยงกับธุรกิจบริการอีกหลายประเภท จึงทำให้การเข้ามาของกองถ่ายต่างชาติสร้างผลคูณทางเศรษฐกิจได้มากกว่าที่หลายคนคิด
หนังดัง คือการโฆษณาประเทศที่ทรงพลัง
ประโยชน์ของการถ่ายทำภาพยนตร์ไม่ได้จบแค่ช่วงเวลาที่กองถ่ายอยู่ในประเทศไทย แต่ยังต่อยอดไปสู่การท่องเที่ยวในระยะยาว
ภาพยนตร์และซีรีส์อย่าง The White Lotus, The Creator, Meg 2, Jurassic World Rebirth และ Alien: Earth ล้วนพาภาพของประเทศไทยไปสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก
องค์การการท่องเที่ยวแห่งสหประชาชาติ (UN Tourism) ระบุว่า ภาพยนตร์และซีรีส์สามารถสร้างปรากฏการณ์ Screen Tourism หรือการท่องเที่ยวตามรอยสถานที่ถ่ายทำ ซึ่งหลายประเทศสามารถต่อยอดเป็นรายได้มหาศาลจากการท่องเที่ยว
เป้าหมายใหม่ จากโลเคชันสวย สู่ฮับภาพยนตร์เอเชีย
ล่าสุด รัฐบาลได้หารือกับ Motion Picture Association (MPA) ซึ่งเป็นตัวแทนค่ายภาพยนตร์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เพื่อยกระดับความร่วมมือกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก
แนวทางต่อไปคือการปรับมาตรการ Cash Rebate ให้เน้นการจ้างงานคนไทย การใช้บริการ Post-Production ในประเทศ และการพัฒนากฎหมายด้านทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า เป้าหมายของประเทศไทยไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็น "โลเคชันถ่ายทำสวย ๆ" แต่กำลังเดินหน้าสู่การเป็น ศูนย์กลางการผลิตภาพยนตร์และคอนเทนต์ของเอเชีย ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ การจ้างงาน และผลักดัน Soft Power ของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
- ไทยเนื้อหอม! "ฮอลลีวูด" แห่ถ่ายหนัง แค่ครึ่งปี 302 เรื่อง เงินสะพัด 4 พันล้านบาท
- ต้องเห็นผลจริง! นายกฯ สั่งด่วน ทุกหน่วยงานเร่งทำ Action Plan "15 ข้อตกลงไทย-จีน"
- คิดจากเงินเดือนทั้งชีวิต? คนทำงานต้องรู้! สูตร CARE คำนวณบำนาญชราภาพ "ประกันสังคม"
- ต่างชาติแห่เที่ยวจีน อานิสงส์ "วีซ่าฟรี" ปลุกเศรษฐกิจ ไทยติด TOP 5
- สานมิตรภาพร่วมมือ "ไทย–จีน" ปีที่ 51 นายกฯหารือประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน
ที่มารูปภาพ : OpenAI HBO
รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ
